ฝึกพิเศษ
วันต่อมาอิจิโกะก็นำแบบร่างของแท่นบูชาปฐีมาให้กัสดูด้วยท่าทางที่ดูไม่มั่นใจเท่าใดนัก
เมื่อกัสเห็นสิ่งที่อิจิโกะส่งมาให้เขาก็ไม่แม้กระทั่งมองมันหากแต่ยิ้มออกมาแล้วยื่นมือออกไปลูบหัวของเด็กสาวอย่างแ่เบาเป็การให้กำลังใจ
“ข้าเชื่อใจเ้า..ขอเพียงเ้าทุ่มเทจิตใจลงไปกับการสร้างไม่ว่าผลจะออกมาเช่นไรข้าก็ยินดีทั้งสิ้น”
รอยยิ้ม น้ำเสียงทุกสิ่งทุกอย่างที่ประกอบรวมเข้าด้วยกันนี้ทำให้ดวงตาของอิจิโกะพร่ามัวเพราะน้ำตาแห่งความปลาบปลื้มใจ
“ทราบแล้วเ้าค่ะ..ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังค่ะ!!”
สีหน้าของอิจิโกะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วท่าทางที่ลังเลไม่มั่นใจกลายเป็ความมุ่งมั่นที่ทำให้กัสพึงพอใจเป็พิเศษ
ซึ่งใจจริงก็ใช่ว่ากัสจะไม่คิดอะไรเกี่ยวกับเื่นี้แต่เขาเชื่อมั่นในความมุ่งมั่นของอิจิโกะกับน้องสาวเท่านั้นทั้งสามคนมีความมุ่งมั่นที่แรงกล้าเป็อย่างมากและเขาก็ตั้งใจที่จะเดิมพันกับความมุ่งมั่นนี้
‘ข้าเองก็หวังว่าเ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวังนะอิจิโกะ..’
ประสบการณ์จากชีวิตก่อนของเขามีหลายอย่างที่เขาสามารถนำมาใช้ได้แต่มันก็มีหลายอย่างที่เขาเคยได้ยินมาเท่านั้น
หนึ่งในสิ่งที่กัสเพียงได้ยินมาก็คือระดับเหนือสมบูรณ์ที่อิจิโกะกับน้องสาวทำได้สำเร็จโดยที่ตัวเขาไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้น
หลังจากที่ทั้งสามทำสิ่งนี้ได้สำเร็จกัสก็เริ่มเชื่อว่าบางทีพวกเธออาจจะทำสิ่งที่เขาไม่อาจเข้าใจได้สำเร็จด้วยก็เป็ได้กัสจึงตัดสินใจที่จะทุ่มเทความเชื่อมั่นของเขาให้กับเด็กสาวทั้งสามคน
เมื่อมองส่งอิจิโกะจากไปแล้วกัสก็หันมามองดูสิ่งที่เขาทำอยู่ต่อแผนการที่วางเอาไว้กำลังจะเสร็จสมบูรณ์ในไม่ช้า
ในตอนนี้สิ่งเดียวที่กัสให้ความสนใจมีเพียงแผนการของเขาเท่านั้นและก็นับเป็โชคดีของเขาที่่เวลานี้น้องสาวทั้งสองของเขาไม่ได้อยู่รบกวนทำให้กัสมีสมาธิมากกว่าเดิม
กัสไม่ใช่คนที่เก่งด้านการวางแผนทำให้เขาต้องใช้เวลานานมากกว่าจะสามารถปรับปรุงแผนการให้เหมาะสมต่อสถานการณ์ของเขาได้
สิ่งเดียวที่เขารู้และใช้ได้ดีกว่าคนอื่นคือการต่อสู้เขาวิเคราะห์ทักษะความสามารถของคนอื่นได้ดีซึ่งเกิดจากสัญชาตญาณที่สั่งสมมาจากการต่อสู้นับร้อยปีในชีวิตก่อน
ประสบการณ์ที่มีค่านี้ทำให้เขามองเห็นความแข็งแกร่งและอ่อนแอของผู้อื่นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นมันเป็สิ่งที่คล้ายกับสายตาของนักล่าที่มีไว้เพื่อล่าเหยื่อโดยเฉพาะ
ด้วยการใช้สายตาของนักล่ากัสสามารถมองจุดเด่นจุดด้อยของเด็กสาวทั้งห้าได้และประเมินพวกเธอในฐานะของกำลังรบได้อย่างเหมาะสมทีเดียว
หลังจากใช้เวลาไปกับการปรับปรุงแผนการอยู่นานหลายวัน DP ที่สะสมเอาไว้ก็เกิน 100 อีกครั้ง
คราวนี้กัสตัดสินใจซื้อสิ่งที่เขาคิดเอาไว้ั้แ่แรกอย่างผลึกเปลวเพลิงในทันทีจากนั้นก็ส่งมันไปยังโรงปั้นของอิจิโกะเพื่อใช้งานมันในฐานะของเชื้อเพลิงที่มีคุณค่า
ผลึกเปลวเพลิงเป็ผลึกเวทรูปแบบหนึ่งที่มีคุณสมบัติในการสร้างความร้อนด้วยเหตุนี้เองมันจึงสามารถใช้แทนเชื้อเพลิงได้ในระดับหนึ่ง
ด้วยการใช้ผลึกเปลวเพลิงร่วมกับฟืนกัสจึงประหยัดไม้ฟืนลงไปได้มากในการเผากระถางแต่ละครั้งสิ่งนี้ช่วยประหยัดทรัพยากรของเขาได้ในระยะยาวจึงเป็สิ่งที่กัสเห็นว่าจำเป็ที่สุด
หลังจากนั้นกัสก็เริ่มใช้DP ในการเตรียมแผนเขาจัดการซื้ออุปกรณ์ที่ไม่มีใครคิดว่าต้องใช้มาทั้งหมด 6 ชุดใช้ไปทั้งหมด 90 DP
่เย็นของวันเดียวกันนั้นซึ่งเป็วันที่ 38ของเดือนและเหลือเวลาอีกเพียง 1อาทิตย์ก็จะครบกำหนดที่เขาวางเอาไว้คือหนึ่งเดือนครึ่ง
บนโต๊ะอาหารกลางแจ้งที่ถูกตั้งเอาไว้บริเวณหน้าบ้านหลักกัสลุกขึ้นยืนในทันทีที่ทุกคนทานอาหารจนหมด
การยืนขึ้นของกัสนั้นเป็สัญญาณที่ทำให้ทุกคนหยุดการกระทำของตัวเองเอาไว้ในทันทีและนั่งนิ่งรอฟังคำพูดของกัสอย่างสงบ
ปฏิกิริยาตอบสนองที่เหนือความคาดหมายนี้ทำให้กัสอมยิ้มเล็กน้อยจากนั้นก็ปั้นสีหน้าเคร่งขรึมและออกคำสั่งให้น้องสาวของเขาจัดการเก็บโต๊ะอาหาร
กัสรอเวลาเล็กน้อยรอให้น้องสาวของเขาจัดเก็บจานชามที่ถูกใช้ไปวางไว้ในถังน้ำและกลับมานั่งที่
“เอาละนะข้าคิดว่าพวกเ้าน่าจะรู้แล้วว่าข้ามีเื่ที่จะพูดอย่างแรกข้ามีสิ่งที่ต้องสั่งให้พวกเ้าทำ ขอย่ำว่านี้คือคำสั่งของข้า”
คำพูดนี้ทำให้สีหน้าของทุกคนจริงจังขึ้นมากเพราะนี้เป็ครั้งแรกที่กัสพูดอะไรแบบนี้
“อย่างแรกนับจากวันนี้ข้า้าให้พวกเ้าเข้าร่วมการฝึกพิเศษจากข้าใน่เย็นของทุกวันหลังจากเสร็จสิ้นหน้าที่ของพวกเ้า”
หลังจากพูดจบกัสก็นิ่งไปชั่วครู่เพื่อให้ทุกคนทบทวนคำสั่งของเขาจากนั้นจึงนำเอาอุปกรณ์ที่เขาซื้อมาเมื่อตอนเช้าออกมาวางบนโต๊ะอาหาร
“อย่างที่สองข้า้าให้พวกเ้าทำความคุ้นเคยกับสิ่งนี้ให้มากที่สุด”
อุปกรณ์ที่ถูกนำออกมานั้นคือสวิงดักแมลงที่มีปลายด้านหนึ่งแหลมคมดูคล้ายฉมวกส่วนปลายอีกด้านเป็ตาข่ายสำหรับดักแมลงตามปกติ
ส่วนอีกชิ้นเป็ถุงผ้าใบใหญ่ที่มีเชือกมัดปากถุงของทั้งสองชิ้นวางอยู่คู่กันเป็ชุดๆ จำนวน 5 ชุดด้วยกัน
“สิ่งนี้คืออะไรข้าคิดว่าพวกเ้าน่าจะมองออกนี่คือสวิงดักแมลง ส่วนอีกชิ้นคือถุงสำหรับใส่แมลงของทั้งสองอย่างนี้คืออุปกรณ์ที่พวกเ้าต้องใช้ในการฝึกพิเศษนับจากนี้”
เด็กสาวทั้งห้านั่งฟังมาตลอดและพยายามทำความเข้าใจคำสั่งของกัสอย่างสุดความสามารถ
“ท่านพี่..พวกเราจะไปจับแมลงกันหรือคะ”
“ใช่! แต่นี่ไม่ใช่การจับแมลงธรรมดา..แต่เป็การต่อสู้กับพวกแมลงที่จะมาบุกแปลงผักของพวกเรา”
คำคำนี้ทำให้สีหน้าของเด็กสาวทุกคนเปลี่ยนไปในทันทีทุกคนดูตื่นตระหนกและสับสนเป็อย่างมากเนื่องจากดินแดนแห่งนี้ไม่เคยมีแมลงร้ายบุกรุกมาก่อน
ความตื่นตระหนกนี้ถูกหยุดเอาไว้ด้วยมือของกัสเขาอมยิ้มเล็กน้อยเพื่อสลายความหวาดกลัวของเด็กสาวจากนั้นจึงอธิบายเพิ่มเติมให้ทุกคนเข้าใจ
“ไม่ต้องห่วง แมลงมันจะไม่มาในตอนนี้หรอกและมันจะไม่ปรากฏขึ้นโดยไม่มีเหตุผลด้วย”
เมื่อได้ยินแบบนั้นทุกคนก็สงบลงมากน้องสาวทั้งสองมีท่าทีที่โล่งใจเป็พิเศษก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็จริงจังเพื่อรอฟังคำอธิบายของกัส
“ข้าคิดว่าพวกเ้าเองก็น่าจะรู้ว่าแปลงผักนี้คือหัวใจของพวกเรามันคือความหวังที่สำคัญที่สุด ในตอนนี้พวกเราอาจจะได้ DP จากการขายกระถางต้นไม้ของอิจิโกะมามากแต่ก็ยังปฏิเสธไม่ได้ว่าแปลงผักของพวกเรานั้นมีความสำคัญอย่างมาก”
ทุกคนต่างพยักหน้าอย่างเห็นด้วยต่อคำพูดของกัสดินแดนแห่งนี้คือดินแดนแห่งการเกษตร มันเป็ดินแดนที่การเพาะปลูกให้ผลตอบแทนที่มากที่สุดอยู่แล้วงานปั้นของอิจิโกะนั้นทำผลงานได้ดีมากใน่นี้แต่ทั้งหมดนี้ก็มาจากความพยายามของเธอทั้งสิ้น
หากไม่มีความสามารถของอิจิโกะกับน้องสาวแล้วละก็รายได้ในส่วนนี้ก็จะขาดหายไปในทันทีจนสามารถพูดได้ว่าตอนนี้คนที่แบกรับดินแดนแห่งนี้อยู่คือเด็กสาวทั้งสามคนนี้ก็ไม่ผิด
การส่งมอบน้ำหนักที่หนักอึ้งให้กับทั้งสามนั้นไม่ใช่วิธีที่ดีเลยการยึดมั่นในการเพาะปลูกต่างหากที่สำคัญที่สุดและสิ่งนี้คือสิ่งที่กัสยึดถือมาตลอด
งานปั้นทำDP ได้มากก็จริง แต่มันก็หนักแรงมาก การที่ต้องทำทุกวันย่อมทำให้เด็กสาวทั้งสามเกิดความเหนื่อยล้าสะสมได้โดยง่าย
นอกเหนือจากนั้นมันยังกินเวลาของพวกเธอไปมากทำให้พวกเธอแทบจะไม่เหลือเวลาไปทำอย่างอื่นเลยนอกจากการขุดดินและการปั้นกระถางต้นไม้
งานแบบนี้หากทำไปในระยะเวลาสั้นๆมันอาจจะยังพอรับไหว แต่ถ้าต้องแบกรับมันต่อไปนานๆมันอาจจะกลายเป็บ่อเกิดของโรคร้ายได้เช่นกัน
เื่นี้กัสเคยเห็นมามากแล้วในชีวิตก่อนและได้เห็นจุดจบที่น่าสงสารของคนกลุ่มนั้นมาด้วยตาของตัวเองมาแล้ว
เมื่อเห็นว่าทุกคนเข้าใจถึงความสำคัญของแปลงผักแล้วกัสก็เปิดเผยแผนการของเขาออกมาในที่สุด
“หลังจากนี้อีก 7 วันจะครบกำหนด 45วันที่ข้าวางแผนเอาไว้และในวันนั้นข้าจะทำการปลูกผักวิเศษขึ้นที่ใจกลางของแปลงผัก ในวันนั้นจะมีแมลงบุกเข้ามายังดินแดนของพวกเราซึ่งพวกเ้าทุกคนรวมถึงข้าจำต้องจัดการพวกมันก่อนที่พวกมันจะบุกเข้าไปถึงผักวิเศษได้”
สีหน้าของกัสดูจริงจังมากกว่าครั้งไหนๆทั้งหมดเพราะนี้คือแผนการสำคัญที่เขาคิดมานานมาก เขาเริ่มวางแผนั้แ่ตอนที่เขาถูกกำหนดบทลงโทษแล้วด้วยซ้ำและใช้เวลาถึง45 วัน หรือหนึ่งเดือนครึ่งเพื่อรอให้ปัจจัยต่างๆครบถ้วนเพียงพอที่จะเริ่มต้นแผนการได้
“บางทีพวกเ้าอาจจะไม่เข้าใจว่าอะไรคือผักวิเศษข้าจะอธิบายให้พวกเ้าเข้าใจ ผักวิเศษคือหัวใจหลักของดันเจี้ยนแห่งนี้และเป็การต่อสู้ที่แท้จริงของดันเจี้ยนสรวง์สีเขียวแห่งนี้ก็ว่าได้..”
ผักวิเศษเป็ชื่อเรียกของผักชนิดพิเศษของดันเจี้ยนผักทุกชนิดจะมีคุณสมบัติที่พิเศษสุด มีคุณค่าทางอาหารที่สูงเป็อย่างมากมันมีคุณประโยชน์อย่างมหาศาลและเป็สินค้าที่มีมูลค่าสูงสุดในโลกภายนอก
ทว่าคนที่สามารถปลูกผักวิเศษได้นั้นมีน้อยมากเพราะเงื่อนไขที่ยากลำบากของมัน
อย่างแรกคือราคาของเมล็ดที่แพงมากหากเทียบกับผักชนิดอื่นๆ
อย่างที่สองมันมีความ้าที่สูงมากทำให้ไม่สามารถปลูกใกล้กันเกินไปได้เพราะพวกมันจะแย่งสารอาหารกันเองและทำให้ไม่เติบโต
อย่างที่สามและเป็ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในการปลูกผักชนิดนี้ก็คือศัตรูพืชที่จะปรากฏขึ้นในทันทีที่เริ่มกลบฝังเมล็ดลงในดิน
ศัตรูพืชที่ว่านี้คือแมลงร้ายชนิดต่างๆที่จะบุกเข้ามาจากทุกทิศทางทำให้ยากต่อการป้องกันและที่น่ากลัวที่สุดคือพวกมันจะบุกเข้ามาไม่หยุดจนกว่าผักวิเศษจะถูกเก็บเกี่ยว
นอกเหนือจากผักวิเศษแล้วก็ยังมีผลไม้วิเศษสัตว์วิเศษไปจนถึงปลาวิเศษอยู่ด้วย ซึ่งวิธีการปลูกและเลี้ยงดูพวกมันก็คล้ายๆ กันนั่นคือต้องปกป้องพวกมันตลอดเวลาจนกว่าพวกมันจะเติบโตจนสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้
หลังจากฟังคำอธิบายของกัสจบสีหน้าของเด็กสาวทั้งห้าถึงกับเปลี่ยนสีไปเลยทีเดียว
สิ่งที่พวกเธอนึกกลัวไม่ใช่พวกแมลงที่บุกเข้ามาจู่โจมแต่เป็คำพูดที่บอกว่าพวกมันจะบุกเข้ามาไม่หยุดจนกว่าผักวิเศษจะถูกเก็บเกี่ยว
คำๆนี้ทำให้เด็กสาวทั้งห้าหน้าซีดไปเลยทีเดียวเพราะนั่นหมายความว่าพวกเธอต้องปกป้องแปลงผักไปเรื่อยๆแบบไม่ได้หยุดพักนานเท่าไหร่ก็ไม่อาจบอกได้
อิจิโกะกับน้องเองก็หน้าซีดลงเช่นกันพวกเธอมีท่าทีที่เครียดมากเพราะกลัวว่าจะทำพลาด
พอเห็นสีหน้าของเด็กสาวทั้งห้าแล้วกัสก็เลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเขาลืมบอกสิ่งที่สำคัญที่สุดไป
“ไม่ต้องห่วง..จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้น่ากลัวขนาดไหนผักวิเศษที่ข้าจะปลูกนั้นเป็ชนิดที่โตเร็วที่สุดมันเรียกว่าหัวผักกาดแก้วมรกตระยะเวลาในการปลูกแค่ 10 วันเท่านั้น”
“10 วัน!!”
กัสอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมด้วยรอยยิ้มที่ผ่อนคลายไม่เคร่งเครียดแต่มันก็ไม่ได้ทำให้เด็กสาวทั้งห้าผ่อนคลายลงได้เลย ทันทีที่ได้ยินว่า 10 วันพวกเธอก็อุทานดังลั่นด้วยความใ
“พ..พี่กัสนั่นมันไม่น้อยเลยนะ..ต่อให้ไม่ต้องทำงานหนักหนูก็ทนไม่หลับไม่นอนได้วันเดียวเท่านั้นเอง ส..สิบวันมันนานไปนะ”
สภาพของเด็กสาวทั้งห้าไม่มีใครเลยที่มีความมั่นใจแม้กระทั่งอิจิโกะกับน้องสาวที่มีความมุ่งมั่นมากล้นก็ยังหน้าซีดตัวสั่นดูหวาดกลัวต่อระยะเวลาที่ต้องปกป้องแปลงผักมาก
สภาพของเด็กสาวทั้งห้านั้นทำเอากัสถึงกับยิ้มไม่ออกเขาส่ายหน้าน้อยๆด้วยความรู้สึกขบขันจากนั้นอธิบายเพิ่มเติมในส่วนที่สำคัญที่สุดที่เขายังไม่ทันได้อธิบาย
“ใจเย็นหน่อย..ข้ายังไม่ได้บอกเลยสักคำว่าพวกเราต้องอดทนปกป้องแปลงผักนานขนาดนั้นถ้ามันเป็แบบนั้นจริงๆ ข้าไม่มีทางปลูกผักวิเศษแน่เพราะมันจะไม่มีประโยชน์ต่อพวกเราเลย”
พอได้ยินแบบนั้นเหล่าเด็กสาวก็ผ่อนคลายลงสีหน้าของพวกเธอดูดีขึ้นมาดูมีความหวังมากขึ้นกว่าเดิมและมีท่าทางที่เชื่อมั่น
“ไม่ต้องพูดถึงพวกเราเลย 10วันนั้นเป็เวลาที่สั้นที่สุดในการปลูกผักวิเศษแล้ว หากเป็ชนิดอื่นละก็บางทีมันอาจจะนานยิ่งกว่านั้นอีก แล้วแบบนี้พวกเ้าคิดหรือว่าจะมีคนปลูกได้คำตอบคือยาก ยากมากๆ ยากจนไม่มีใครทำได้เลยหากมันไม่มีเคล็ดลับพิเศษเป็ตัวช่วย”
พูดถึงจุดนี้สีหน้าของเด็กสาวทั้งห้าก็ดูดีขึ้นมาในทันทีพวกเธอสลัดความกลัวทิ้งไปจนหมดและกลับมามีท่าทีตื่นเต้นอีกครั้ง
“ข้าบอกแล้วว่าผักวิเศษคือหัวใจหลักของดันเจี้ยนแห่งนี้เพราะงั้นมันต้องมีหนทางในการรับมือกับพวกมันซึ่งสิ่งที่เป็ตัวช่วยก็คือพวกแมลงศัตรูพืชนั่นแหละ แมลงที่บุกเข้ามานั้นหลังจากที่พวกเราจับได้และฆ่ามันทิ้งแล้วพวกเราสามารถใช้มันมาทำปุ๋ยเพื่อเร่งการเจริญเติบโตของพืชผักได้!! ด้วยวิธีนี้พวกเราเพียงต้องใช้แมลงแค่ 10ตัวเท่านั้นสำหรับหัวผักกาดแก้วมรกตหนึ่งต้น”
เมื่อฟังคำอธิบายทั้งหมดโดยละเอียดแล้วเด็กสาวทั้งห้าก็มีท่าทีผ่อนคลายและมั่นใจมากขึ้นกว่าเดิม
หากต้องอดทนปกป้องแปลงผักถึง10 วันติดแล้วละก็ ไม่มีทางเลยที่พวกเธอจะรับไหว แต่ถ้าแค่กำจัดแมลง 10ตัวเพื่อทำปุ๋ยแล้วละก็ พวกเธอมั่นใจเต็มที่ว่าทำได้
เห็นแบบนั้นกัสก็มีท่าทีพึงพอใจจากนั้นจึงวางเมนูการฝึกพิเศษให้กับเด็กสาวทุกคนรวมไปถึงตัวเขาเอง
“ทีนี้ก็กลับไปเตรียมตัวเสียอีก 1ชั่วโมงพวกเราจะเริ่มฝึกพิเศษของวันนี้”
“เข้าใจแล้วค่ะท่านพี่”
“เข้าใจแล้วพี่กัส!”
“รับทราบเ้าค่ะท่านกัส!”
เด็กสาวทั้งห้าตอบรับอย่างแข็งขันจากนั้นก็พากันแยกย้ายออกไปเพื่อทำหน้าที่ของตัวเองให้แล้วเสร็จส่วนกัสนั้นเขาเริ่มหยิบจับสวิงจับแมลงอย่างจริงจังเพื่อเพิ่มความคุ้นเคยให้กับตัวเอง
แม้ว่ากัสจะเป็คนที่คิดเมนูฝึกพิเศษนี้ขึ้นมาแต่ก็ใช่ว่าเขาจะมีความสามารถในด้านนี้มากกว่าใคร หรือบางทีอาจจะต้องบอกว่าตัวเขานั้นมีความสามารถในด้านนี้น้อยกว่าใครทั้งหมด
‘มือแบบนี้คงหยิบจับอะไรได้ยากหน่อยละนะ’
กัสยิ้มขมเมื่อมองดูนิ้วมือที่อวบอ้วนราวกับรากบัวของตัวเองจากนั้นมองท่อนแขนที่อ้วนกลมจนมองไม่เห็นกล้ามเนื้อใดๆ นอกจากไขมัน
“นี่ขนาดเราลดน้ำหนักไปบ้างแล้วนะคิดไม่ออกเลยว่าถ้าเป็ตัวเราในตอนแรกจะแย่ขนาดไหน”
น้ำหนักตัวของเขานั้นเป็อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในแผนการครั้งนี้ด้วยเหตุนี้เขาจึงวางตัวเองเอาไว้ที่แนวป้องกันชั้นสุดท้ายที่อยู่ติดกับแปลงผักวิเศษเพื่อทำหน้าที่เป็ปราการสุดท้ายที่คอยดักจับแมลงที่หลุดเข้ามาได้
เหตุผลที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะน้ำหนักตัวที่มากทำให้เขาขาดความคล่องแคล่วไปจึงไม่สามารถไล่ตามพวกแมลงได้เหมือนกับเด็กสาวทั้งห้ากัสจึงต้องวางตัวของเขาไว้ในตำแหน่งท้ายสุดที่ไม่จำเป็ต้องเคลื่อนไหวมากจนเกินไป
ตำแหน่งของเขานั้นเหนื่อยน้อยที่สุดแต่ก็สำคัญที่สุดเพราะมันคือแนวป้องกันสุดท้ายที่ไม่อาจทำอะไรผิดพลาดได้
ไม่นานนักหนึ่งชั่วโมงก็ผ่านไปเด็กสาวทั้งห้ากลับมารวมตัวกันอีกครั้งกัสก็เงยหน้าขึ้นจากการหมุนควงสวิงอยู่ในมือแล้วลดมือลง
“เนื่องจากวันนี้เป็วันแรกของการฝึก พวกเราจะยังไม่ฝึกหนักแต่จะฝึกให้เข้าใจเท่านั้นว่าพวกเราต้องฝึกฝนอะไรบ้าง..อย่างแรก!”
พูดจบกัสก็ชี้ไปยังลานกว้างที่อยู่ข้างตัวบ้านซึ่งตอนนี้มีเส้นตารางและวงกลมถูกขีดเอาไว้บนพื้นเต็มไปหมด
“การฝึกแรกให้พวกเ้าวิ่งไปตามตารางเหล่านี้โดยไม่เหยียบโดนวงกลมพวกเราต้องวิ่งเป็เส้นตรง เส้นโค้ง วิ่งสลับไปมาและวิ่งแบบเฉียงๆการฝึกรูปแบบนี้ก็เพื่อให้พวกเ้าสามารถเคลื่อนไหวไปมาในแปลงผักได้โดยไม่เหยียบผักที่ปลูก..เอาละเริ่มได้เริ่มจากเ้าก่อนน้องข้า ลงมือ!”
เมื่อสิ้นคำสั่งน้องสาวคนโตก็พยักหน้ารับแล้ววิ่งเข้าไปยังริมขอบของเส้นตารางจากนั้นจึงก้าวเข้าไปอย่างรวดเร็ว
เธอวิ่งไปมาตามคำสั่งของกัสด้วยท่าทางที่ยากลำบากสายตาของเด็กสาวต้องมองดูพื้นดินตลอดเวลาจนไม่มีเวลาแม้กระทั่งมองขึ้นไปบนท้องฟ้าหรือสิ่งอื่น
การวิ่งแบบนี้นับว่าไม่ถูกต้องแต่กัสก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะครั้งนี้คือครั้งแรกซึ่งเขาไม่คิดว่าทุกคนจะทำได้ดีอยู่แล้ว
ถัดจากน้องสาวคนโตก็เป็น้องสาวคนเล็กจากนั้นก็อิจิโกะนิโกะ ซันโกะตามลำดับ
เมื่อทุกคนฝึกฝนจนเสร็จสิ้นและเหนื่อยอ่อนสายตาของเด็กสาวก็มองตรงมายังกัสราวกับกำลังบอกว่าถึงรอบของตัวเขาแล้วทำให้กัสต้องส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มฝืนๆ
“ไม่ต้องมองข้า..พวกเ้าดูตัวข้าสิข้าทำแบบนั้นได้ที่ไหน”
เด็กสาวทั้งห้ามองไปยังกัสและเริ่มมองดูร่างกายของเขา ใบหน้าที่อ้วนกลมลำคอที่หนา ลำตัวที่ใหญ่และพุงกลมๆ ที่นูนเด่น จากนั้นก็แขนและต้นขาที่ใหญ่พอๆกับลำตัวของพวกเธอ
สภาพแบบนี้จะมาขอให้กัสวิ่งแบบพวกเธอแล้วละก็เกรงว่าคงเป็เื่ยากทำให้เด็กสาวทั้งห้ายิ้มกว้างขึ้นมาก่อนจะส่งเสียงหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน
กัสเองก็ได้แต่ยิ้มขมพลางส่ายหน้าน้อยๆก่อนจะเปลี่ยนเื่ด้วยการออกคำสั่งให้ฝึกฝนรูปแบบต่อไปในทันทีทำเอาเด็กสาวทั้งห้าถึงกับส่งเสียงโอดครวญออกมาเลยทีเดียว