ตอนที่ 124: แผนเกลือจิ้มเกลือ
ความเงียบสงบหวนกลับคืนสู่สมรภูมิช่องแคบหุบเขาแห่งแดนลับปีศาจอีกครั้งหลังจากสงครามระเบิดพลีชีพอันดุเดือดแสนบ้าคลั่งผ่านพ้นไป แต่ทว่าภายในห้องโถงกองบัญชาการส่วนกลางของด่านเมืองย่อยระดับสองที่เพิ่งได้รับการยกระดับขึ้นมาใหม่ บรรยากาศกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย กลิ่นอายความร้อนระอุจากธารลาวาเหลวสีแดงเพลิงที่ไหลหล่อเลี้ยงอยู่ใต้ป้อมปราการยังคงแผ่ซ่านเข้ามาตามรอยแตกของผนังหินศิลา ผสมปนเปกับกลิ่นไหม้เกรียมของไอพิษกรดสีเขียวครึ้มที่ยังไม่จางหายไปจากศึกครั้งก่อน
หลีเฮงนั่งอยู่บนเก้าอี้ศิลาปูทับด้วยหนังอสูรหนานุ่ม ชายหนุ่มยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ เพื่อขับไล่ความอ่อนล้าจากความเครียดที่สะสมมาตลอดทั้งวัน สายตาของเขาจับจ้องไปยังแผนที่มโนภาพที่ฉายสว่างไสวอยู่เบื้องหน้า ซึ่งจำลองสภาพภูมิประเทศโดยรอบของเหมืองแร่ศิลาเหล็กที่เป็นฐานที่มั่นถัดไปของชนเผ่าเกราะศิลา ดินแดนนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งแร่ธาตุที่แข็งแกร่งและหนาแน่นที่สุดในแถบนี้ และยังเป็นรังหลักของกองทัพปีศาจอัศวินเกราะศิลาที่พร้อมจะยกพลมาบดขยี้พวกเขาได้ทุกเมื่อหากพวกเขามีช่องโหว่
รอบโต๊ะประชุมศิลายังประกอบไปด้วยสตรีงามสามนางผู้เป็นกำลังสำคัญของป้อมปราการแห่งนี้
เย่เจาจวิน ราชินีปีศาจราตรีในชุดคลุมยาวหรูหราสีดำอมม่วง นั่งกอดอกพลางจ้องมองแผนที่ด้วยแววตาครุ่นคิดล้ำลึก ดวงตาสีม่วงเข้มของนางทอประกายเย็นชาแต่แฝงไปด้วยประกายไฟแห่งการล่าทำลายล้าง ถัดไปคือสืออิง ราชินีเผ่างูผู้เลอโฉมสะคราญตาในชุดเกราะเกล็ดสีเขียวมรกตที่ขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าและสะโพกกลมกลึงของนางให้ดูเย้ายวนใจ เรียวลิ้นสองแฉกของอสรพิษสาวขยับผลุบโผล่ดมกลิ่นอายปราณในอากาศอย่างระแวดระวัง และสตรีงามคนสุดท้ายคือเสี่ยวเหลียน ราชินีเผ่าแมงมุมไหมเพลิงที่เพิ่งยอมศิโรราบเป็นสนมรับใช้ของหลีเฮงอย่างสมบูรณ์เมื่อไม่นานมานี้ นางนั่งอยู่ข้างกายหลีเฮง มือเรียวบางคอยนวดเฟ้นไหล่และแขนให้ชายหนุ่มอย่างออดอ้อนเอาใจ ทรวงอกอวบอัดนุ่มนิ่มของนางเบียดเสียดกับไหล่กว้างของหลีเฮงอย่างตั้งใจ ราวกับจงใจจะใช้สัมผัสอันนุ่มนวลนี้เพื่อละลายความเหนื่อยล้าของสามีให้หมดสิ้น
"พวกเกราะศิลาเหล่านั้นมีเกราะศิลาโบราณปกป้องกายหนาแน่นยิ่งนัก" เย่เจาจวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความกังวล "อีกทั้งยังมีพลังกายภาพที่หนักหน่วง ค้อนหินศึกของพวกมันสามารถทุบทำลายแผ่นดินและต้านทานแรงดึงกระชากได้ดียิ่ง เช่นนั้นยุทธวิธีบุกทะลวงด้วยกำลังทหารเพียงอย่างเดียวจึงไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด"
"แล้วท่านพี่จะใช้ยุทธวิธีใดหรือเจ้าคะ?" สืออิงถามด้วยความสนใจปนฉงนพลางเอียงคอช้อยชด
ดวงตาของหลีเฮงฉายแววเจ้าเล่ห์ดุจสุนัขจิ้งจอกจอมวางแผน ชายหนุ่มยืดอกขึ้นอย่างมั่นใจ "ยุทธวิธีนี้เรียกว่าแผนเกลือจิ้มเกลือ หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือการเปลี่ยนข้อดีที่สุดของพวกมันให้กลายเป็นจุดอ่อนที่ร้ายแรงที่สุด! เกราะศิลาเหล็กและค้อนหินศึกของพวกมันแข็งแกร่งทนทานก็จริง แต่ธรรมชาติของศิลาและเหล็กกล้าที่ผ่านการสลักอักขระเวท ย่อมมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างฉับพลันเป็นที่สุด หากพวกเราสามารถใช้พลังปราณไอเย็นยะเยือกที่หนาวเหน็บถึงกระดูกแช่แข็งเกราะ อาวุธ และปืนหินสลักเวทของพวกมันให้เย็นจัดจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งเกาะกุมในชั่วพริบตา จากนั้นจึงใช้อสูรแมลงระเบิดเพลิงกลิ้งเข้าไประเบิดซ้ำ ความร้อนระอุของกรดเพลิงที่ปะทะกับความเย็นสุดขั้วอย่างกะทันหัน จะทำให้โครงสร้างเกราะศิลาเหล็กที่แกร่งกล้าขยายและหดตัวฉับพลันจนเปราะหักพังทลายอย่างง่ายดายดั่งเครื่องปั้นดินเผาที่ร้าวราน!"
เมื่อได้ฟังแผนการบุกที่ลึกล้ำเฉียบแหลมเช่นนี้ สามสาวงามต่างพากันเบิกตาโตด้วยความทึ่งในปัญญาความคิดของชายหนุ่มตรงหน้า การประลองปัญญาในฮาเร็มที่แฝงไปด้วยความเคารพยำเกรงเริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจของพวกนาง
"แผนการเปลี่ยนอุณหภูมิฉับพลันเพื่อทำลายความเสถียรของเกราะศิลา... ช่างเป็นความคิดที่ไร้ที่ติยิ่งนัก!" เย่เจาจวินยอมรับและพยักหน้าเห็นด้วยอย่างหมดจด "แต่มันมีปัญหาใหญ่หลวงอยู่ข้อหนึ่งในแดนลับปีศาจแห่งนี้ ทั่วทั้งพื้นที่เต็มไปด้วยธารลาวาและไอความร้อนระอุ พวกเราซึ่งเป็นเผ่าปีศาจที่นี่ไม่มีผู้ใดฝึกฝนลมปราณธาตุน้ำแข็งบริสุทธิ์สายตรงเลย แม้แต่กองกำลังอสูรของรังเราก็ไม่มีตัวใดมีทักษะเช่นนั้น แล้วเราจะไปหาไอเย็นยะเยือกที่แกร่งกล้าพอจะแช่แข็งเกราะศิลาเหล็กขนาดยักษ์เหล่านั้นมาจากที่ใดกันเล่า?"
"จริงด้วยเจ้าค่ะท่านพี่" สืออิงขมวดคิ้วมุ่น "ถึงแม้ท่านจะมีหุ่นเทพจำแลงที่ตั้งอยู่ที่วังบุปผาหิมะในโลกมนุษย์ แต่เนื่องจากขีดจำกัดทางธรรมชาติของมิติ กระเป๋าข้ามมิติของพวกเราไม่สามารถส่งสิ่งมีชีวิตหรือจิตอัญเชิญร่างจำลองไปสู้รบในสนามรบแดนลับนี้ได้โดยตรง และไอเย็นในแดนลับแห่งนี้ย่อมไม่อาจหาได้ง่ายๆ เกราะศิลาเหล็กของชนเผ่านั้นก็หนาเตอะยิ่งนัก"
หลีเฮงคลี่ยิ้มกว้าง แววตาเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ ชายหนุ่มโบกมือปฏิเสธเบาๆ "พวกเจ้าเข้าใจผิดแล้ว แม้ตามกฎมิติกระเป๋าข้ามมิติของข้าจะไม่สามารถส่งสิ่งมีชีวิตข้ามแดนมาช่วยรบได้โดยตรง แต่มันสามารถส่งอุปกรณ์ช่วยเหลือและของวิเศษข้ามแดนมาแทนได้! และพวกเจ้าลืมไปแล้วหรือว่า แดนเหมันต์อัปสรหรือวังบุปผาหิมะนั้น มีผู้ปกครองใหญ่ซึ่งเป็นยอดฝีมือระดับยอดยุทธ์คอยคุมอำนาจอยู่ นางคือ กู่ชิงชิง แม่เสือสาวจอมบงการของข้า ร่วมมือกับ หลินเสวี่ยเหยา เมียรักที่มีพรสวรรค์สูงสุดสายตรง SSS แม้ตัวของเสวี่ยเหยาในตอนนี้จะมีระดับพลังฝึกตนจริงอยู่ที่ระดับปราณนักสู้ก็ตาม แต่ด้วยความช่วยเหลือจากปราณเหมันต์ระดับยอดยุทธ์อันแข็งแกร่งของผู้ปกครองใหญ่อย่างชิงชิง พวกนางย่อมสามารถร่วมมือกันสร้างและบรรจุพลังมหาเหมันต์ยะเยือกแสนแกร่งกล้าลงในของวิเศษสายน้ำแข็งข้ามมิติมาช่วยข้าได้อย่างแน่นอน!"
คำพูดของหลีเฮงทำให้ทั้งสามสาวเบิกตากว้าง แววตาสีม่วงของเย่เจาจวินหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความหึงหวงบางเบา "อ้อ... ท่านหญิงกู่ชิงชิงผู้ปกครองใหญ่ระดับยอดยุทธ์ กับแม่นางหลินเสวี่ยเหยาคู่บำเพ็ญคนแรกของเจ้าสินะ? ยามปกติไม่เห็นเจ้าจะเอ่ยถึงพวกนางบ่อยนัก แต่ยามต้องการของวิเศษข้ามมิติเช่นนี้กลับนึกถึงเมียหลวงขึ้นมาเชียว ชายหน้าหนาผู้เกาะหลังสตรี..."
"ฮี่ๆ พี่หญิงเจาจวินอย่าเพิ่งเคืองไปเลยเจ้าค่ะ" เสี่ยวเหลียนหัวเราะคิกคักพลางหยิกแขนหลีเฮงเบาๆ "ท่านพี่คงจะคิดถึงความหนาวเหน็บของพวกนางเป็นแน่ แต่ข้าเองก็อยากรู้เช่นกันว่า ของวิเศษจากระดับยอดยุทธ์แห่งโลกมนุษย์จะแข็งแกร่งสมคำล่ำลือเพียงใด"
สืออิงถอนหายใจยาวเลียนแบบมนุษย์ "ท่านมีแต่หญิงงามระดับยอดยุทธ์และอัจฉริยะปกป้องจริงๆ ช่างน่าอิจฉาปนหมั่นไส้ยิ่งนัก แล้วท่านจะติดต่อพวกนางอย่างไร?"
"ข้าสามารถประสานจิตติดต่อผ่านหุ่นเทพจำแลงที่วังบุปผาหิมะได้จ้ะ" หลีเฮงอธิบายพลางหยิบกระจกศิลาสื่อสารจิตขึ้นมา "เราไม่จำเป็นต้องส่งสิ่งมีชีวิตข้ามมา แค่ส่งกระแสจิตพูดคุยผ่านกระจกจิตสื่อสารนี้เพื่อตกลงกัน แล้วให้พวกนางส่งของวิเศษช่วยเหลือสายน้ำแข็งข้ามมิติผ่านมาทางกระเป๋ามิติก็เพียงพอแล้ว"
พูดจบ หลีเฮงไม่รอช้า ชายหนุ่มโคจรลมปราณประสานดวงจิตเข้าสู่ระบบสัญญาระหว่างหุ่นเทพจำแลงเพื่อติดต่อข้ามภพภูมิไปยังโลกมนุษย์ทันที แสงสว่างสีฟ้าครามพลันวาบขึ้นบนหน้ากระจกศิลาสื่อสาร ปรากฏภาพมโนภาพของ กู่ชิงชิง ในฐานะผู้ปกครองใหญ่ระดับยอดยุทธ์ และ หลินเสวี่ยเหยา ปรากฏขึ้นมาให้เห็นในหน้าจอจิตประสานสื่อสาร ราวกับการเชื่อมโยงภาพและเสียงข้ามดินแดนแสนไกล
"หลีเฮง! เจ้าคนไร้ยางอาย!" กู่ชิงชิงในหน้ากระจกจิตเบ้ปากอย่างงอนๆ ทันทีตามนิสัยของนาง แก้มเนียนของนางป่องขึ้นด้วยความเคืองขุ่น "หายหน้าหายตาไปอยู่ในแดนลับปีศาจตั้งนานนม ทิ้งให้พวกข้าเฝ้าวังบุปผาหิมะอยู่ตามลำพังอย่างอ้างว้าง! เจ้าไม่คิดจะกลับมาหาตัวจริงของพวกข้าบ้างเลยหรืออย่างไร? แถมยังเอาหุ่นเทพจำแลงบ้าๆ นี่มาตั้งทิ้งไว้ในวังเพื่อคอยส่องและสื่อสารเฉพาะยามเดือดร้อนเท่านั้น! เจ้าคงจะมีสาวปีศาจห้อมล้อมจนสำราญใจจนลืมพวกข้าไปแล้วสิ!"
หลีเฮงเหงื่อตกจนแทบกลายเป็นน้ำแข็งเกาะปลายจมูกเมื่อโดนคำพูดจิกกัดแสนงอนของกู่ชิงชิงต่อหน้าเมียแดนปีศาจที่กำลังแอบเงี่ยหูฟังอยู่ข้างๆ ชายหนุ่มรีบส่งยิ้มประจบประแจงเสียงอ่อนโยน "โธ่ ชิงชิงจ๋า เสวี่ยเหยาจ๋า อย่าเพิ่งเคืองสามีเลยนะจ๊ะ! ข้าอยู่ที่นี่ก็ต้องตรากตรำสร้างฐานทัพเพื่อรับมือภัยพิบัติเช่นกัน ไม่เคยลืมเลือนพวกเจ้าเลยแม้แต่วินาทีเดียว! ยามนี้ข้าต้องการความช่วยเหลือด่วนเพื่อรับมือศึกใหญ่ชนเผ่าเกราะศิลา ข้าต้องการของวิเศษสายน้ำแข็งที่มีความเย็นยะเยือกสูงสุดเพื่อแช่แข็งเกราะศัตรูในสนามรบพรุ่งนี้จ้ะ!"
หลินเสวี่ยเหยาที่ยืนอยู่ข้างกู่ชิงชิงในกระจกจิตสื่อสาร แม้จะมีพลังฝึกตนจริงอยู่ที่ระดับปราณนักสู้ แต่นางก็มีพรสวรรค์สูงส่งและแววตาสีฟ้าครามทอประกายอบอุ่นปนเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์ นางเอ่ยเสียงเรียบประดุจระฆังแก้ว "ในเมื่อเป็นเรื่องความปลอดภัยของเจ้าและศึกสงคราม พวกข้าคาดการณ์เรื่องนี้ไว้แล้ว... พี่หญิงชิงชิงซึ่งมีพลังระดับยอดยุทธ์ได้โคจรปราณเยือกแข็งสายตรงเข้ามาร่วมมือกับปราณเหมันต์บริสุทธิ์ของข้า ทั้งสองพลังได้รับการควบแน่นและบรรจุลงในของวิเศษชิ้นนี้ มันมีชื่อว่า ผลึกไข่มุกเหมันต์สะกดวิญญาณ ซึ่งแผ่ไอเย็นสุดขั้วได้นับสิบลี้ ข้าจะส่งผ่านมิติกระเป๋าไปให้เจ้าเดี๋ยวนี้ จงรับไปเสีย"
พูดจบ หลินเสวี่ยเหยาและกู่ชิงชิงประสานสองมือวาดลวดลายอักขระมนตราน้ำแข็งสะกดจิต ส่งผลึกไข่มุกสีฟ้าครามวาววับเข้าสู่ช่องว่างมิติของกระเป๋า
วิ้ง...!
แสงสว่างสีฟ้าครามปนขาวบริสุทธิ์พลันปะทุวาบออกมาจากกระเป๋ามิติมารของหลีเฮงที่วางอยู่บนโต๊ะประชุม กลิ่นอายความหนาวเหน็บแผ่ซ่านสะท้านกระดูกกระจายตัวปกคลุมห้องโถงกองบัญชาการในพริบตา ความร้อนระอุจากธารลาวาเบื้องล่างพลันโดนกดทับจนสลายไป ผนังศิลาหยาบเริ่มมีเกล็ดน้ำแข็งบางจับตัวสีขาวนวลลั่นเอี๊ยดอ๊าด หลีเฮงยื่นมือไปรับ ผลึกไข่มุกเหมันต์สะกดวิญญาณ มาถือไว้ในมืออย่างยินดีปรีดา สัมผัสของมันเย็นจัดจนกระตุ้นลมปราณในร่างของเขาให้ตื่นตัว
"ยินดีที่ได้พบท่านหญิงกู่ชิงชิงและแม่นางหลินเสวี่ยเหยา" เย่เจาจวินก้าวเข้ามาประสานมือคารวะทักทายภาพในกระจกจิตอย่างมีมารยาทและสง่างามตามฐานะราชินีหลักแห่งแดนปีศาจ "ข้าคือเย่เจาจวิน ขอบคุณพวกท่านมากสำหรับของวิเศษชิ้นนี้ ศึกวันพรุ่งนี้หากได้ไอเย็นระดับยอดยุทธ์มาทลายความแข็งแกร่งของเกราะศิลา ทัพปีศาจของพวกเราจะลดการสูญเสียได้มหาศาลอย่างแน่นอน"
กู่ชิงชิงพยักหน้าตอบรับพลางกอดอกเชิดใบหน้าเนียนงามขึ้นเล็กลง "ดูแลคนหน้าหนาคนนี้ให้ดีๆ ด้วยล่ะ อย่าปล่อยให้เขาไปก่อเรื่องจนเอวหักคาสนามรบที่ไหนเสียก่อนล่ะ! และอย่าลืมเตือนเขาด้วยว่าอย่าได้แอบไปสร้างฮาเร็มเพิ่มจนลืมพวกข้าเด็ดขาด!" ก่อนที่กระจกจิตประสานสื่อสารจะค่อยๆ จางแสงลงและตัดสัญญาณเชื่อมต่อข้ามภพไปในที่สุด
หลีเฮงลูบผลึกไข่มุกเหมันต์ในมือหัวเราะอย่างร่าเริงโล่งอก "ฮ่าๆ! ดีมาก! ด้วยแผนการเปลี่ยนอุณหภูมิฉับพลันและของวิเศษแช่แข็งชิ้นนี้ ประสานกับการโจมตีระเบิดเพลิงของพวกเรา ศึกวันพรุ่งนี้ชนเผ่าเกราะศิลาต้องยับเยินอย่างแน่นอน!"
หลีเฮงพัดผ่อนจิตใจแสร้งลูบอกอย่างโล่งอก ทว่า... ในขณะที่เขากำลังยินดีปรีดาและเตรียมจะหยอดคำหวานใส่บรรดาภรรยาปีศาจที่รายล้อมเพื่อสร้างบรรยากาศอันชื่นมื่น ทันใดนั้นเอง!
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณเตือนภัยแสนคุ้นเคยที่ทำให้จิตใจของหลีเฮงหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มพลันดังระเบิดก้องกังวานในโสตประสาทอย่างกะทันหัน หน้าจอโปร่งแสงมโนภาพของระบบเทพแมงดาที่เคยเป็นสีครามเงียบสงบ พลันเปลี่ยนเป็นสีแดงสดวิบวับพะเนียงแสงสีทองชมพูเรืองรองเด่นหราอยู่ตรงกลางสายตาของเขาเพียงผู้เดียว
[ระบบตรวจพบเป้าหมายสำคัญระดับประวัติศาสตร์ในสงครามบุกชิงเหมืองแร่ศิลาเหล็กในวันพรุ่งนี้: ราชินีกู๋เอ๋อร์ แห่งชนเผ่าเกราะศิลา]
[ระบบทำการประเมินคุณลักษณะของเป้าหมาย: หญิงงามระดับ SS อกใหญ่ทรงพลังปานขุนเขา ผิวสีน้ำผึ้งเนียนแกร่งกล้าและมีอารมณ์ดุร้ายดุจสิงโตหินโบราณ ครอบครองชีพจรเกราะศิลาสะท้านภพ]
[ระบบทำการเปิดใช้งานและแจกจ่ายภารกิจแกงฉุกเฉินระดับสีแดงล่อแหลมสุดปวดตับทันที!]
"ฉุกเฉินระดับสีแดงสุดปวดตับ?!" หลีเฮงร้องอุทานออกมาเสียงหลงในจิตใจ ใบหน้าที่เคยร่าเริงแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดดั่งหิมะกระทันหัน ชายหนุ่มสบถสาปแช่งในใจอย่างบ้าคลั่ง 'ไอ้ระบบหน้าหนาเอ๊ย! ข้าพึ่งจะวางแผนรบชนะและเตรียมบุกอย่างเท่ๆ ได้ไม่ถึงชั่วยาม เจ้าก็หาเรื่องแกงข้าอีกแล้วรึ! ครั้งนี้มันคือภารกิจวิปริตอันใดอีก!'
[ชื่อภารกิจ: ภารกิจนวดจี้จุดทะลวงเกราะ]
[คำอธิบายภารกิจ: ราชินีกู๋เอ๋อร์มีเกราะศิลาโบราณปกป้องหนาแน่นและมีนิสัยหัวรุนแรงดื้อรั้นยากแก่การยอมจำนน วิธีเดียวที่จะสยบนางและละลายใจหินของนางได้ คือโฮสต์ต้องทำหน้าที่เป็นหน่วยรบเดี่ยวล่อเป้าแรงกระแทกจากค้อนศึกยักษ์ของนาง และเข้าประชิดตัวเพื่อทำการนวดบำบัดละลายเกราะ]
[เงื่อนไขบังคับในการทำภารกิจ (สำคัญมาก!):]
[1. โฮสต์ต้องสวมใส่ไอเท็มพิเศษจากระบบคือ "กางเกงในมารเรืองแสงสีชมพูสะกดภัย" เพียงชิ้นเดียวติดตัววิ่งฝ่าสมรภูมิรบเข้าหาทัพศัตรูและเผชิญหน้ากับราชินีกู๋เอ๋อร์ เพื่อล่อเบี่ยงเบนสายตาและความสนใจของข้าศึกทั้งหมดมาที่โฮสต์แต่เพียงผู้เดียว]
[2. โฮสต์ต้องใช้ไอเท็ม "น้ำมันมะพร้าวสวรรค์" ที่ระบบมอบให้ เข้าประชิดตัวและสัมผัสลูบไล้บีบนวดชโลมผิวเกราะศิลาร้อนรุ่มของราชินีกู๋เอ๋อร์ตามตำแหน่งชีพจรจุดสวาท เพื่อสลายเกราะหินภายนอกและกระตุ้นชีพจรธาตุไม้ภายในร่างกายของนางให้ยอมจำนนราบคาบต่อโฮสต์]
[ของรางวัลที่จะได้รับเมื่อทำภารกิจสำเร็จ:]
[1. ได้รับรหัสพันธุกรรม "ยีนเกราะศิลา" ระดับสูงสุด สำหรับนำไปผ่านมหาพิธีกรรมร่วมรักบำเพ็ญคู่ถ่ายทอดสายพันธุ์เพื่อพัฒนาอัปเกรดอสูรหมาป่าสองขาให้กลายเป็นอสูรหมาป่าเกราะศิลา ที่แข็งแกร่งทนทาน]
[2. ได้รับแต้มแมงดาโบนัสพิเศษจำนวน +4,500 แต้ม]
[บทลงโทษหากโฮสต์ล้มเหลว หรือยืนกรานขัดขืนไม่ยอมตกลงรับภารกิจ:]
[1. ค่าศักดิ์ศรีสะสมของโฮสต์จะถูกลดฮวบลงทันที -3 แต้ม (ส่งผลให้ค่าศักดิ์ศรีติดลบหนักขึ้นและอาจส่งผลต่อการตอบรับของภรรยาในอนาคต)]
[2. ระบบสแกนและประเมินผลสตรีงามทั้งหมดจะทำการปิดระบบเพื่อปรับปรุงตัวเองชั่วคราวเป็นเวลา 3 วันเต็ม (โฮสต์จะไม่สามารถตรวจสอบค่าความรู้สึก ค่าความเสน่หา หรือค้นหาตำแหน่งสตรีงามรอบข้างได้ในช่วงเวลาดังกล่าว)]
"อะไรนะ!!! กางเกงในมารเรืองแสงสีชมพูสะกดภัยเนี่ยนะ?!" หลีเฮงร้องเสียงหลงตะโกนลั่นห้องโถงอย่างลืมตัว ทำเอาสี่สาวงามที่กำลังยืนห้อมล้อมอยู่ต่างพากันสะดุ้งสุดตัวและมองตรงมาที่เขาด้วยแววตาฉงนสงสัยระคนตื่นตระหนก
"ท่านพี่...! ท่านเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ? จู่ๆ ก็ร้องเสียงหลงขึ้นมาลั่นป้อมปราการ หรือทหารยามเกราะศิลามันแอบลอบบุกเข้ามาทลายกำแพงด่านหลังแล้ว?!" สืออิงก้าวเข้ามาจับแขนเขาไว้พลางมองรอบตัวอย่างระแวดระวัง
"เปล่า... เปล่าจ้ะสืออิงจ๋า ไม่มีอะไรลอบบุกเข้ามาหรอกจ้ะ..." หลีเฮงปาดเหงื่อเย็นเอ่ยเสียงอึกอัก ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้บิดเบี้ยวไปด้วยความชอกช้ำระทมทุกข์ ชายหนุ่มรีบก้มหน้าลงแสร้งทำเป็นไอแห้งๆ เพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ
ในจิตใจของหลีเฮงยามนี้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายอย่างหาที่สุดไม่ได้ ชายหนุ่มส่งเสียงก่นด่าระบบกลับไปในดวงจิตอย่างคลุ้มคลั่งบ้าคลั่งว่า 'ไอ้ระบบมารนรกเอ๋ย! กางเกงในมารเรืองแสงสีชมพูสะกดภัยตัวเดียวนี่นะ? เจ้าคิดจะให้ข้าเอาความหล่อเหลาระดับล่มสวรรค์ไปแลกกับความอับอายขายหน้ากลางดินแดนปีศาจหรืออย่างไร! ยิ่งไปกว่านั้น ยายนี่เป็นถึงราชินีเผ่าเกราะศิลาที่มีพละกำลังมหาศาลและค้อนยักษ์คอยทุบหัวคน ถ้าข้าโดนนางทุบจนแหลกคากางเกงในสีชมพู ใครจะรับผิดชอบชีวิตข้ากันฟะ!'
แต่เมื่อเหลือบมองบทลงโทษข้อสองที่ระบุว่าระบบสแกนสตรีงามจะปิดตัวลงสามวัน ชายหนุ่มก็ต้องลอบหลั่งน้ำตาเป็นสายเลือด เพราะหากขาดระบบนี้ไป เขาจะไม่สามารถตรวจสอบดวงจิตและความรู้สึกของภรรยาในฮาเร็มได้ ซึ่งนั่นหมายถึงความเสี่ยงอย่างมหาศาลในแผนการสร้างพันธมิตรความรักและการบำเพ็ญคู่เพื่อทะลวงด่านสวรรค์ในอนาคต
'ช่วยไม่ได้... เพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม เพื่อการพัฒนาอสูรหมาป่าเกราะศิลา และเพื่อความอยู่รอดของฮาเร็มรัก สามีหน้าหนาคนนี้ต้องยอมแลกศักดิ์ศรีเต้นโชว์เป้ากางเกงในสีชมพูเรืองแสงอีกครั้งสินะ!' หลีเฮงถอนหายใจในดวงจิตยาวเหยียด ยอมจำนนยอมรับภารกิจแต่โดยดี
เมื่อเงยหน้าขึ้นมา หลีเฮงก็พบกับสายตาอันเป็นห่วงระคนสงสัยของเย่เจาจวิน สืออิง และเสี่ยวเหลียน ชายหนุ่มจึงแสร้งปรับเปลี่ยนสีหน้าให้กลายเป็นเคร่งขรึมและทรงพลังอย่างรวดเร็ว โคจรลมปราณเปล่งสุ้มเสียงกังวานน่าเลื่อมใส
"เอาล่ะเมียรักทุกคน! แผนการรบวันพรุ่งนี้ตกลงตามนี้! ข้าจะสั่งการให้อสูรแมลงระเบิดเพลิงและอสูรปีศาจพ่นพิษมารซุ่มเงียบอยู่ตามแนวหุบเขาเพื่อเตรียมปล่อยการจู่โจมประสานอุณหภูมิ และเพื่อความปลอดภัยสูงสุดและลดการสูญเสียของเหล่านักรบปีศาจ... สามีคนนี้จะขอสวมบทบาทเป็นหน่วยทะลวงเดี่ยว วิ่งออกไปล่อเป้าเบี่ยงเบนความสนใจและทำลายค่ายกลป้องกันของราชินีกู๋เอ๋อร์ด้วยตัวเอง!"
เย่เจาจวิน สืออิง และเสี่ยวเหลียน ได้ฟังเช่นนั้นต่างพากันซาบซึ้งใจในความกล้าหาญและรักพวกพ้องของสามีหนุ่มยิ่งนัก พวกนางจ้องมองชายหนุ่มด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่เสน่หาและนับถือในความกล้าหาญ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว หลีเฮงแค่จำใจยอมทำตามเควสต์แกงฉุกเฉินของระบบเพื่อไม่ให้ระบบสแกนสตรีโดนปิดตัวลงและโดนหักค่าศักดิ์ศรีเท่านั้นเอง!
หลีเฮงลูบผลึกไข่มุกเหมันต์ในมือหัวเราะอย่างร่าเริงโล่งอกในหน้าฉาก แต่ในใจของเขาคิดในใจว่า พรุ่งนี้ถ้าสี่สาว โดยเฉพาะเสวี่ยเหยากับชิงชิงซึ่งประสานพลังผ่านผลึกไข่มุกนี้มาช่วยรบ ได้ยินหรือเห็นสภาพอุบาทว์ของเขาถอดผ้าเหลือเพียงกางเกงในมารสีชมพูเรืองแสงวิ่งเต้นแร้งเต้นกาปั่นประสาททัพศัตรูอยู่กลางสมรภูมิ... พวกนางจะยอมรับว่าเขาทำเพื่อส่วนรวม หรือจะรุมแช่แข็งแล้วสับเขาเป็นหมื่นชิ้นกันแน่!
หลีเฮงยกมือขึ้นลูบอกตัวเองเบาๆ พลางทอดสายตามองข้ามกำแพงเมืองออกไปยังทิศตะวันออกอันมืดมิดที่ตั้งของเหมืองแร่ศิลาเหล็ก ในใจของเขาเต็มไปด้วยความหวั่นใจและขบขันระคนปนเปกันอย่างบอกไม่ถูก 'วันพรุ่งนี้สมรภูมิต้องสั่นสะเทือนแน่ๆ... ไม่ใช่เพราะคมดาบหรือกระสุนปืนหินสลักเวทของศัตรู แต่เป็นเพราะความแสบสันต์สว่างไสวของกางเกงในมารเรืองแสงสีชมพูของข้านี่แหละโว้ย! ข้าล่ะอยากรู้จริงว่าแม่นางราชินียักษ์กู๋เอ๋อร์เห็นข้าแต่งชุดนี้วิ่งเข้าไปหา นางจะเอาค้อนทุบหัวข้าให้แบน หรือนางจะตกใจจนช็อกตายไปก่อนกันแน่!'
เสียงหัวเราะอย่างขมขื่นของหลีเฮงดังขึ้นแผ่วเบาท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของลมร้อนแดนลับปีศาจที่พัดโชยเข้ามา ค่ำคืนก่อนวันสงครามใหญ่ผ่านพ้นไปพร้อมกับการจัดเตรียมของวิเศษช่วยเหลือสายน้ำแข็งที่พร้อมจะปะทะทำลายล้างความแกร่งของทัพศิลาเหล็กให้เปราะสลายคาตา!