บทที่ 3 วิธีการเย็บแบบแทนก์
นิ้วขาด?
หานชิงอวี่ถึงกับสะดุ้ง ก่อนที่คิ้วจะขมวดยุ่ง
“แน่ใจนะว่านิ้วขาด? ไม่ใช่กระดูกหักแบบเปิดเหรอ?”
หลี่หยางที่หายใจหอบด้วยความเหนื่อยล้าก็ดูมีแรงขึ้นมา เปิดปากถามขึ้นทันที
“จะเป็อย่างนั้นไปได้อย่างไรล่ะคะ เขาเอาทิชชูห่อมา ฉันจะเข้าใจผิดได้อย่างไร?” พยาบาลสาวเหลือบมองไปที่หลี่หยางทันที พร้อมทั้งเบะปากพูด
อื้ม งั้นมันก็เป็นิ้วขาดอย่างไม่ต้องสงสัยแล้ว
หานชิงอวี่พยักหน้า หลาย ๆ คนมักจะชอบสับสนระหว่างกระดูกหักแบบเปิดกับนิ้วขาด ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว กระดูกหักแบบเปิดจะยังมีส่วนติดกับเนื้อหนัง เย็บให้เชื่อมติดกันก็ง่ายกว่า
แต่นิ้วขาดนั้นแตกต่างออกไป เป็ประเภทที่เกี่ยวข้องกับการปลูกถ่ายแล้ว
“แล้วยังจะรออะไรอีก? นิ้วขาดเป็การผ่าตัดระดับ 2 แต่ก็กลัวว่าแม้แต่หัวหน้าเฉินก็ทำไม่ได้น่ะสิ”
“ตอนนี้คนที่ทำการผ่าตัดแบบนี้ได้ส่วนใหญ่อยู่ในห้องผ่าตัดและแนวหน้า ถ้าอย่างนั้นเธอลองส่งไปหาแผนกกระดูกดูก่อนสิ ฉันจำได้ว่ารองผู้อำนวยการแผนกเราอยู่เวร น่าจะทำได้นะ”
หลี่หยางที่ไม่สนใจต่ออาการไม่พอใจของพยาบาลสาวเปิดปากพูด
“หมดหวังแล้ว ฉันเพิ่งไปแผนกกระดูกมาค่ะ”
“รองผู้อำนวยการแผนกกระดูกคนนั้นของพวกคุณกำลังผ่าตัดอยู่ ได้ยินมาว่าต้องใช้เวลามากกว่า 1 ชั่วโมงจึงจะวางมือได้ ไม่อย่างนั้นฉันจะมาที่แผนกฉุกเฉินให้วุ่นวายกว่าเดิมทำไมล่ะคะ”
“ไม่อย่างงั้น ฉันจะลองถามหัวหน้าเฉินของพวกคุณดู ถ้ามันไม่ได้ผลจริง ๆ ก็คงต้องจัดการย้ายไปโรงพยาบาลอื่นเท่านั้นแล้วล่ะค่ะ”
ทันทีที่พยาบาลสาวพูดจบ ก็เห็นเฉินกั๋วกวงที่เพิ่งเย็บแผลเสร็จก้าวเดินมา เห็นได้ชัดว่าการสนทนาระหว่างคนไม่กี่คนเมื่อกี้ลอยไปเข้าหูเขาแล้ว
หลังจากรับเวชระเบียนไปตรวจดู คิ้วของเฉินกั๋วกวงก็ขมวดเข้าหากันทันที
“ฉันรักษาไม่ได้”
“อย่างน้อยนี่ก็เป็การผ่าตัดระดับ 3 และนิ้วก็เก็บรักษามาไม่ดี เท่าที่ฉันรู้ โรงพยาบาลเรามีคนที่สามารถทำได้อยู่ไม่เกิน 3 คน ต่อให้รอจนรองผู้อำนวยการแผนกกระดูกผ่าตัดเสร็จ เขาก็ทำไม่ได้หรอก”
“รีบจัดการเื่ย้ายโรงพยาบาลให้เร็วเถอะ แต่ก็กลัวว่ามันจะยากอยู่นะ ตอนนี้ที่สามารถรักษาปลูกถ่ายนิ้วขาดใหม่แบบนี้ก็มีแค่มหาวิทยาลัยในเครือการแพทย์ แต่ระยะทางไกลเกินไป ขับรถไปก็อย่างน้อย 2 ชั่วโมง”
เมื่อได้ยินดังนั้น หานชิงอวี่ก็ขมวดคิ้วเช่นกัน
โดยทั่วไปแล้วการปลูกถ่ายนิ้วขาด ยิ่งเร็วยิ่งดี เพราะยิ่งเร็วเท่าไหร่ เซลล์ในนิ้วที่ขาดยังไม่เริ่มตาย ผลหลังจากรักษาก็จะดีกว่า และความหมายของเฉินกั๋วกวงที่ว่านิ้วของคนเจ็บเก็บรักษาไม่ดี เื่นี้เดาได้จากการที่พยาบาลบอกว่าอีกฝ่ายเอาทิชชูห่อเอาไว้
นิ้วขาดแบบนี้ ถ้าไม่รีบทำการผ่าตัดโดยเร็วที่สุด แม้ว่าจะโชคดีเชื่อมติดกันได้ ประสิทธิภาพก็จะลดลงอย่างมาก
ส่วนเื่ย้ายโรงพยาบาล นั่นยิ่งหมดหวังกว่าเดิมอีก
ขณะที่หานชิงอวี่กำลังคิด ม่านส่วนตัวก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง
จู่ ๆ ชาวนาในวัยสี่สิบกว่าปีก็พุ่งเข้ามา คุกเข่าลงกับพื้นแล้วเริ่มก้มหัวคำนับ เห็นได้ชัดว่าบทสนทนาระหว่างคนไม่กี่คนเมื่อกี้ได้ยินถึงหูคนเจ็บอย่างชัดเจน
เฉินกั๋วกวงส่ายหน้า กำลังคิดจะพูดอธิบาย
“หัวหน้าเฉิน งั้นให้ผมลองได้ไหมครับ?”
เพียงแค่พูดประโยคเดียว อย่าว่าแต่หลี่หยางที่อ้าปากกว้างเลย แม้แต่เฉินกั๋วกวงก็เบิกตาโต
“ไร้สาระ นี่เป็การผ่าตัดนิ้วขาดนะ ไม่ใช่การผ่าตัดกระดูกหักแบบเปิด อย่าว่าแต่นายเลย แม้แต่ฉันก็ยังไม่แน่ใจว่าจะทำการผ่าตัดใหญ่ขนาดนี้สำเร็จ หานชิงอวี่ ฉันรู้ว่านายร้อนใจ แต่เื่นี้ร้อนใจไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกนะ”
“อย่างนี้แล้วกัน ฉันจะโทรหาผู้อำนวยการเหลียว ถ้าแนวหน้าไม่ยุ่ง ดูว่าเขาจะใช้เวลานานแค่ไหนในการรีบกลับมา แล้วค่อยว่ากัน”
หลังจากมองไปที่หานชิงอวี่ เฉินกั๋วกวงก็เดินออกประตูไปโทรศัพท์
แต่หานชิงอวี่มองไปที่นิ้วขาดที่ถืออยู่ในมือคนเจ็บ ในใจก็รู้แล้วว่า เมื่อเห็นระดับการตายของเนื้อเยื่อที่นิ้วขาดของคนเจ็บก็รอไม่ไหวแล้ว
เมื่อเห็นเฉินกั๋วกวงเดินจากไป หานชิงอวี่ก็ครุ่นคิด
“เข็นคนไข้ไปที่ห้องผ่าตัด ไม่ว่าจะพูดยังไง ล้างแผลก่อนค่อยว่ากันเถอะ”
“พวกเรามาเตรียมการกันก่อน แล้วรอหัวหน้าเฉินโทรไปยืนยันเวลาเสร็จ จะได้ไม่เสียเวลา” หานชิงอวี่พูดรัวเร็ว
“แต่ว่า...” พยาบาลสาวอ้ำอึ้งเล็กน้อย เธอกำลังคิดจะไปขออนุญาตจากเฉินกั๋วกวง
“วางใจเถอะ แค่เตรียมตัวเท่านั้น ไม่ต้องไปถามหัวหน้าเฉินหรอก”
“ถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้น ฉันรับผิดชอบเอง”
เมื่อได้ยินอย่างนั้น พยาบาลสาวก็พยักหน้า ก่อนจะประคองคนเจ็บเดินไปที่ห้องผ่าตัด และเพื่อเตรียมรับมือกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ขนาดใหญ่ ห้องผ่าตัดทั้งหมดในโรงพยาบาลกลางจึงว่าง
หลี่หยางที่อยู่ด้านข้างหน้าเปลี่ยนเป็สีเขียว
พี่อวี่ คุณพ่อพระเกิดอะไรขึ้นกับพี่อีกเนี่ย! เื่นี้พี่จะรับผิดชอบได้เหรอ?
หากเกิดเื่ดีหรือร้ายอะไรขึ้น ถูกฟ้องร้องยังเป็แค่ประเด็นรอง แต่ที่น่ากลัวกว่าคืออาชีพแพทย์ในอนาคตอาจจะจบเห่ไปด้วยเนี่ยสิ นี่เป็เื่ที่ต้องแบกรับด้วยเหรอ?
“ไม่ต้องห่วง ฉันรู้แล้ว”
หานชิงอวี่มองไปที่เพื่อนรุ่นน้องที่อยู่ข้างกาย ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าหลี่หยางกำลังคิดอะไร แต่เขาก็ไม่ได้พูดโกหก หานชิงอวี่มั่นใจว่าทำสำเร็จแน่นอน
จากนั้นแพทย์หนุ่มก็สับเท้าเดินมุ่งหน้าไปยังห้องผ่าตัดอย่างรีบเร่ง
พร้อมกับหน้าจอเสมือนได้ปรากฏขึ้นตรงหน้า
เขาคลิกที่ตัวเลือกร้านค้าอย่างรวดเร็ว แล้วก็เลื่อนลงมาทันที จากนั้นเมื่อพบทักษะที่้าก็คลิกปุ่มเรียนรู้
คะแนนความชำนาญทั้งสิบหายวับไปอย่างรวดเร็ว
“ติ๊ง เรียนวิธีการเย็บแบบแทนก์*[1]เสร็จสมบูรณ์”
และอีกด้านหนึ่ง
“ครับ ครับ ผมรู้แล้ว จะรีบจัดการล้างแผลทันทีครับ”
“ครึ่งชั่วโมง สามารถยื้อได้เต็มที่ เข้าใจครับ ผู้อำนวยการเหลียวเดินทางปลอดภัยนะครับ ผมจะเตรียมการให้เรียบร้อยก่อนที่คุณจะมาขึ้นเตียง”
เฉินกั๋วกวงวางสายโทรศัพท์
แต่เมื่อเขากลับมาถึงห้องฉุกเฉิน พลันก็สับสนไปหมด
เวรกรรม แล้วคนเจ็บฉันล่ะ?
...
ในห้องผ่าตัด
ไฟสีแดงสว่างจ้า
หานชิงอวี่ที่สวมชุดผ่าตัดปลอดเชื้อส่งสัญญาณให้พยาบาลหมุนเวียนเปิดกล้องดิจิตอลใต้กล้องจุลทรรศน์
ในเวลาเดียวกันบรรยากาศระหว่างหมอกับคนเจ็บก็เริ่มตึงเครียด
แพทย์จำเป็ต้องบันทึกขั้นตอนการผ่าตัดทั้งหมด คดีความที่เกิดจากการทําหน้าที่รักษาที่ไม่ชัดเจนนั้นพบได้น้อย เพราะโรงพยาบาลศูนย์เป็ถึงโรงพยาบาลชั้นนำ 3 อันดับแรก นอกจากนี้ในรายละเอียดการผ่าตัดยังมีระเบียบข้อบังคับที่ชัดเจนอีกด้วย
“พร้อมหรือยัง?”
หานชิงอวี่มองไปทางหลี่หยางซึ่งทำหน้าที่เป็ผู้ช่วยชั่วคราวข้าง ๆ ก่อนจะถามขึ้น
“พร้อมแล้ว แต่ว่าพี่อวี่ พี่แน่ใจนะว่าจะไม่ลองคิดดูอีกที?”
“ไม่ทันแล้ว นายดูสภาพนิ้วที่ขาดสิ เืแข็งตัวแล้ว เส้นประสาทก็กำลังตาย ถ้าเลื่อนออกไปเป็ชั่วโมง กลัวว่าจะเชื่อมไม่ติดแล้วน่ะสิ”
“สบายใจได้ หากเกิดอะไรขึ้น ฉันรับผิดชอบเอง มันไม่เกี่ยวข้องกับนายหรอก”
เมื่อได้ยินอย่างนั้น หลี่หยางก็จ้องมองด้วยความโกรธ
“บ้าเหรอ มันใช่เื่ใครจะรับผิดชอบไม่รับผิดชอบที่ไหนกันเล่า?”
“นี่คือจะเย็บนิ้วขาดเลยนะ ไม่ใช่กระดูกหักแบบเปิด ถ้าเป็อย่างหลัง เราทั้งคู่อาจจะทำได้อยู่ แต่นิ้วขาดที่แย่ถึงระดับนี้ จะประมาทได้ยังไง? ถ้าเกิดเื่ขึ้นจริง ๆ มันไม่ตลกเลยนะ”
หลี่หยางรู้สึกโมโหเล็กน้อย
ในฐานะเพื่อนร่วมชั้นและเพื่อนซี้ จากใจแล้วเขาไม่ได้เตรียมใจที่จะทำการผ่าตัด แต่หานชิงอวี่ดันเตรียมการก่อนผ่าตัดและล้างแผลล่วงหน้าแล้ว
แต่ถ้าเป็แค่การล้างแผล มันถึงขั้นต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องพื้นที่ผ่าตัดเลยเหรอ?
นี้มันบังคับกันชัด ๆ ไม่ใช่หรืออย่างไง?
แต่หานชิงอวี่ไม่ได้สนใจความคิดของหลี่หยาง การที่แพทย์ ST คนหนึ่งทำการผ่าตัดอย่างเปิดเผยจะถูกมองว่าอวดดีอย่างแน่นอน แต่ในมุมมองของหานชิงอวี่ ที่ทำแบบนี้เพราะมันเป็เื่จำเป็ที่ต้องทำ
การตัดสินใจของเขาไม่มีพลาด
อาการของคนเจ็บรอไม่ไหวที่จะย้ายไปโรงพยาบาลอื่น แม้ว่าผู้อำนวยการเหลียวจะรีบกลับมา แต่เวลาก็ไม่ทันอยู่ดี พูดได้ว่ารอลุ้นผลของคนเจ็บหลังผ่าตัดในหนึ่งนาทีหลังจากนี้จะดีกว่า
คนเจ็บเป็ชาวนา คนแบบนี้ อาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย และการเดินทางล้วนขึ้นอยู่กับกำลังของเขา การสูญเสียนิ้วนั้นแทบจะเท่ากับปิดกั้นหนทางทำมาหากินในอนาคตของเขาได้เลย
ในสายตาของหานชิงอวี่ สำหรับแพทย์ ST ทั่วไปที่ผ่าตัดอย่างไม่ชำนาญ คงไม่มีทางที่จะรับมือกับการผ่าตัดระดับ 3 แบบนี้ได้ แต่สำหรับเขาที่เพิ่งแลกวิธีการเย็บแบบถังจากร้านค้ามานั้นง่ายมาก
“เตรียมไหมเย็บกับคีมห้ามเื”
[1] วิธีการเย็บแบบแทนก์ เป็วิธีการเย็บเส้นเอ็นวิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพสูงและฟื้นฟูตัวได้ดี