ในยามเช้าของวันใหม่ เหวินเจาเหยียนนั่งอยู่ในห้องทำงานของเขา ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ดวงตาที่ปิดด้วยผ้าสีดำซ่อนความคิดที่ซับซ้อนเอาไว้ แต่ในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความหวังที่เขาไม่อยากแสดงให้ใครเห็น
ลูกน้องคนสนิทคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า รายงานข่าวที่สำคัญที่สุดใน่เวลานี้
“นายท่าน… ข้ามีข่าวดีมาบอก”
“ว่ามา” เหวินเจาเหยียนตอบเสียงเรียบ
“หมอจากเมืองทางเหนือแจ้งมาว่าพบวิธีรักษาอาการตาของท่านแล้วขอรับ” ลูกน้องพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น “เขามีสูตรยาและวิธีการรักษาที่เคยรักษาผู้ป่วยลักษณะเดียวกันสำเร็จมาแล้ว”
คำพูดนั้นทำให้เหวินเจาเหยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง แม้จะไม่มีการแสดงออกทางสีหน้า แต่ภายในจิตใจของเขาเต็มไปด้วยความหวังเล็กๆ ที่เขาไม่กล้ายอมรับ
“เ้ามั่นใจหรือว่าวิธีนี้จะได้ผล?” เขาถามด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
“ข้ามั่นใจขอรับ นายท่าน” ลูกน้องกล่าว “แต่หมอหลวง้าให้ท่านเดินทางไปยังเมืองเหนือด้วยตัวเอง เพื่อประเมินและรักษาในสถานที่ที่เหมาะสม”
หลังจากฟังคำรายงาน เหวินเจาเหยียนนั่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “ข้าจะไป… แต่ไม่มีใครต้องรู้เื่นี้”
“นายท่าน…” ลูกน้องมองเขาด้วยความลังเล
“แล้วท่านจะให้แจ้งกับนายหญิงอย่างไร?”
เหวินเจาเหยียนยกมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้า “ข้าจะบอกนางว่าข้าต้องเดินทางไปจัดการเื่การค้ากับพ่อค้ารายใหญ่ในเมืองอื่น นั่นจะเป็ข้ออ้างที่น่าเชื่อที่สุด”
ลูกน้องพยักหน้ารับคำสั่ง “ขอรับ นายท่าน”
ใน่เย็นของวันนั้น เหวินเจาเหยียนเรียกหยางลี่เจินมาพบที่ห้องโถงใหญ่ เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้สลักลวดลายงดงาม ท่าทางสง่างามแต่แฝงไปด้วยความเยือกเย็น
“ข้าต้องเดินทางไปเมืองทางเหนือในวันพรุ่งนี้” เขาเอ่ยขึ้นโดยไม่มองเธอ หยางลี่เจินมองเขาด้วยความสงสัย “ทำไมคุณถึงต้องไป?”
“เื่งาน” เขาตอบสั้นๆ “พ่อค้ารายใหญ่้าเจรจากับข้าโดยตรง และข้าต้องไปจัดการด้วยตัวเอง”
“แล้ว… ฉันล่ะ?” เธอถามเสียงเบา
“เ้าอยู่ที่นี่ ข้าจะให้คนของข้าดูแลเ้า” เขากล่าวโดยไม่แสดงความสนใจใดๆ “อย่าคิดหนีหรือก่อปัญหา เพราะไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ข้าก็จะรู้ทุกการกระทำของเ้า”
คำพูดนั้นทำให้หยางลี่เจินเม้มปากแน่น เธอรู้ว่าเขาไม่ไว้ใจเธอแม้แต่น้อย
“ฉันไม่ได้คิดจะหนี…” เธอตอบเบาๆ “แต่ฉันแค่… ไม่เข้าใจว่าทำไมคุณถึงต้องทำตัวห่างเหินแบบนี้ตลอดเวลา”
เหวินเจาเหยียนหัวเราะเบาๆ แต่เสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “เ้าคงลืมไปแล้วว่าเ้าทำอะไรไว้ แต่ข้าไม่ลืม และจะไม่มีวันลืม”
คืนนั้น หลังจากที่หยางลี่เจินกลับไปที่เรือนพักของตัวเอง เหวินเจาเหยียนยังคงนั่งอยู่ในห้องทำงานของเขา ความคิดเกี่ยวกับการรักษาดวงตาทำให้เขารู้สึกทั้งตื่นเต้นและหวาดระแวง
“ถ้าข้ากลับมามองเห็นอีกครั้ง…” เขาพึมพำกับตัวเอง
“ข้าจะเปิดเผยทุกสิ่งที่เ้าซ่อนอยู่ ซูเหมยหลิน”
เขากำผ้าสีดำที่ปิดดวงตาแน่น ก่อนจะสูดลมหายใจลึก “และเมื่อถึงวันนั้น ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้เ้าหลุดรอดจากความผิดของเ้า”
เช้าวันรุ่งขึ้น รถม้าหรูหราที่มีตราสัญลักษณ์ของตระกูลเหวินเคลื่อนตัวออกจากจวน เสียงล้อบดพื้นดังก้องขณะที่
เหวินเจาเหยียนออกเดินทางไปยังเมืองเหนือ ใบหน้าของเขาเรียบนิ่ง ท่าทางสง่างามแม้ดวงตาจะถูกปิดด้วยผ้าสีดำ
“อย่าลืมสิ่งที่ข้าสั่งไว้” เขากล่าวกับลูกน้องคนสนิท “จับตาดูนาง อย่าให้มีเื่วุ่นวาย และรายงานทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้ข้าทราบ”
“ขอรับ นายท่าน” ลูกน้องตอบรับพร้อมโค้งคำนับ
ภายในจวนตระกูลเหวิน หยางลี่เจินรู้สึกถึงความเงียบที่น่าอึดอัดหลังจากที่เหวินเจาเหยียนจากไป แม้ว่าเขาจะไม่ได้ปฏิบัติต่อเธออย่างอบอุ่น แต่การที่เขาไม่อยู่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกปล่อยทิ้งไว้ลำพัง
“เขาไปแล้ว…” เธอพึมพำ “อาจเป็โอกาสที่ฉันจะได้ใช้ชีวิตสงบสักพัก”
แต่ความคิดนั้นกลับถูกทำลายอย่างรวดเร็ว เมื่อเธอเริ่มสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวแปลกๆ ในจวน พ่อค้าหลายคนที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับตระกูลเหวินเริ่มเข้ามาเยี่ยมเยือน แต่แทนที่จะเป็การมาเจรจาธรรมดา พวกเขากลับเริ่มหาเื่
่บ่ายวันหนึ่ง ขณะที่หยางลี่เจินกำลังนั่งอ่านเอกสารในห้องโถงใหญ่ เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นที่หน้าประตู ชายร่างใหญ่คนหนึ่งในชุดพ่อค้าเดินเข้ามาพร้อมกับลูกน้องสองสามคน
“ข้าขอพบท่านเหวินเจาเหยียน!” ชายคนนั้นพูดเสียงดัง
หยางลี่เจินมองเขาด้วยความสงสัย “ท่านเหวินไม่อยู่ ท่านมีธุระอะไรหรือ?”
ชายคนนั้นหรี่ตามองเธออย่างดูถูก “แล้วเ้าคิดว่าเ้ามีสิทธิ์พูดแทนท่านเหวินงั้นหรือ? ลูกอนุอย่างเ้าไม่มีสิทธิ์อะไรในตระกูลนี้หรอก!”
คำพูดนั้นเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจของหยางลี่เจิน เธอกัดฟันแน่น พยายามควบคุมอารมณ์ “ถ้าท่านมีธุระ ท่านสามารถฝากเื่ไว้กับข้าได้”
“ข้าจะรอเ้านายของเ้าเท่านั้น!” ชายคนนั้นตวาดก่อนจะเดินออกไปอย่างไม่พอใจ
ไม่กี่วันต่อมา พ่อค้าอีกคนก็มาหาเื่ เขาอ้างว่า
ตระกูลเหวินผิดสัญญาในการส่งสินค้า และเรียกร้องค่าชดเชยที่สูงเกินจริง
“ถ้าตระกูลเหวินยังทำธุรกิจแบบนี้ ข้าคงต้องคิดใหม่ว่าจะร่วมงานต่อไปหรือไม่!” ชายคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงข่มขู่
หยางลี่เจินพยายามสงบสติอารมณ์ “ข้าจะรับฟังข้อเรียกร้องของท่าน และรายงานต่อท่านเหวินเมื่อเขากลับมา”
“ข้าไม่้าคำสัญญา ข้า้าคำตอบเดี๋ยวนี้!” ชายคนนั้นตะคอก
หยางลี่เจินรู้สึกเหมือนกำลังถูกกดดันจากทุกทิศทาง
เธอไม่มีอำนาจอะไรในจวนนี้ และการเผชิญหน้ากับพ่อค้าที่เข้มแข็งและมีอำนาจยิ่งทำให้เธอรู้สึกอ่อนแอ
ใน่ค่ำของวัน ลูกน้องคนสนิทของเหวินเจาเหยียนเข้ามาพบหยางลี่เจิน เขายื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้เธอ
“นี่คือคำสั่งของนายท่าน ก่อนที่เขาจะเดินทางไปเมืองเหนือ” เขากล่าว
หยางลี่เจินเปิดจดหมายอ่าน ข้อความในนั้นสั้นและกระชับ แต่เต็มไปด้วยน้ำเสียงที่เ็า
“เ้ามีหน้าที่ดูแลจวนใน่ที่ข้าไม่อยู่ ถ้าเ้าไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ จงอย่าหวังว่าจะได้รับความไว้วางใจจากข้าอีก”
คำพูดในจดหมายเหมือนเป็ดาบสองคม มันทั้งกดดันและผลักดันให้เธอทำสิ่งที่เธอไม่มั่นใจว่าเธอจะทำได้
หยางลี่เจินพับจดหมายลงด้วยมือที่สั่น เธอรู้ดีว่าการเผชิญหน้ากับพ่อค้าเ่าั้ไม่ใช่เื่ง่าย แต่เธอก็ไม่มีทางเลือก
“ฉันต้องทำให้ได้…” เธอพึมพำกับตัวเอง
แม้จะไม่มีใครคาดหวังให้เธอทำสำเร็จ แต่เธอรู้ว่าถ้าเธอปล่อยให้ทุกอย่างพังทลายลงใน่ที่เหวินเจาเหยียนไม่อยู่ เธอคงไม่มีโอกาสพิสูจน์ตัวเองอีกต่อไป