เช้าวันจันทร์คุณนพรักษ์เข้าไปติดต่อเื่การย้ายโรงเรียนในเทอมหน้าของนพคุณผ.อ.ออกปากบ่นเสียดายที่จะต้องเสียนักเรียนที่เรียนดีไปหนึ่งคนนพคุณเป็ที่จดจำของพวกครู ครูคนไหนที่เคยสอนส่วนใหญ่จะจำเขาได้เพราะเขาหน้าตาดีก็ส่วนหนึ่ง แต่เพราะเด็กหนุ่มเรียนเก่ง เขาเรียนเก่งเป็ที่ 3ของชั้นปี ในชั้น ม.4 นั้น มีทั้งหมด 10 ห้องโรงเรียนนี้เป็โรงเรียนดังประจำจังหวัดและแน่นอนขึ้นชื่อว่าสอบเข้าเรียนยากอันดับต้นๆ ของประเทศจึงถือได้ว่าเด็กที่สอบเข้ามาเรียนในโรงเรียนนี้ได้ล้วนเป็เด็กหัวกะทิทั้งสิ้นเด็กห้อง 1 ถึงห้อง 10 แทบไม่มีความแตกต่างเลยเพราะทุกคนเรียนดีเกินค่ามาตรฐานกันหมด แต่ที่นพคุณสนใจจะเลือกเรียนที่นี่เพราะเป็โรงเรียนชายล้วนเขาไม่ชอบโรงเรียนสหที่มีทั้งนักเรียนชายและหญิงเรียนรวมกัน เพราะมันวุ่นวาย...เด็กผู้หญิงช่างวุ่นวายเหลือเกินเพื่อไม่ให้เป็การรบกวนเขา ในเวลาเรียนเขาจึงเลือกเรียนโรงเรียนชายล้วนแต่พอได้เข้ามาแล้วจึงได้รู้ว่าโรงเรียนชายล้วนก็มีเด็กผู้ชายที่วุ่นวายไม่ต่างกันถึงแม้ไม่มีเด็กผู้หญิงในโรงเรียนชายล้วน แต่ก็มีสิ่งที่ทดแทนเด็กผู้หญิงได้เหมือนกัน... แต่มันค่อนข้างเกินหญิงปกติไปหลายเท่าตัวสักหน่อยเพราะพวกหล่อนเป็ชายหัวใจหญิง และที่สำคัญ “เล่นใหญ่” ได้อย่างเป็ปกติไม่ว่าจะดีใจ ใ เสียใจ พวกหล่อน “เล่นใหญ่” เกินจริตทั่วไปของผู้หญิง จนบ้างครั้งก็ดูเกินงามไปสักหน่อยนพคุณไม่เคยรังเกียจเด็กพวกนี้ เขาออกจะเอ็นดูด้วยซ้ำ เพราะดู ๆ ไปก็น่ารักดีแต่ความตั้งใจที่จะหนีความวุ่นวายกลับกลายเป็ว่าเขาต้องมาเจอกับความวุ่นวายที่คิดไม่ถึง...หนักกว่าเดิมเสียอีกเขาถูกตุ๊ดทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ตามกรี๊ดซะยิ่งกว่าตอนที่โดนรุ่นน้องรุ่นพี่สาว ๆตามกรี๊ดเสียอีก แล้วตุ๊ดโรงเรียนชายล้วนนี่เป็อะไรที่เหนียวแน่นดีแท้เพราะพวกหล่อนจะค้นหาคนประเภทเดียวกันและเกาะกลุ่มกันได้อย่างดีเยี่ยม คงจะเป็เพราะกินนอนอยู่โรงเรียนประจำด้วยกันตลอด ทำให้ความสนิทสนมมีมากกว่าตุ๊ดโรงเรียนทั่วไปและที่สำคัญพวกหล่อนเรียนเก่ง!
นพคุณชอบเล่นกีฬาและกีฬาของผู้ชายส่วนใหญ่ในโรงเรียนนี้จะเป็ฟุตบอลกับบาสเก็ตบอล จะมีตุ๊ดมาเล่นด้วยประปรายแต่ส่วนใหญ่กีฬาที่พวกหล่อนชอบมากเป็พิเศษจะเป็วอลเล่ย์บอล ซึ่งนพคุณก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกหล่อนถึงชอบมาตีวอลเล่ย์บอลกันที่สนามฟุตบอลนักหนาแต่เพราะทีมวอลเล่ย์บอลของโรงเรียนนี้โด่งดังอยู่ในระดับต้น ๆ ของประเทศเลยทีเดียว...การที่พวกหล่อนตีวอลเล่ย์บอลไปทั่วโรงเรียนจึงไม่มีใครกล้าว่า
นพคุณได้เรียนรู้อย่างหนึ่ง สาว ๆ(เทียม) ในโรงเรียนเขาเป็เด็กเรียนดีเรียนเก่ง และบางคนก็เก่งกีฬาแต่ก็มีผู้ชายบางคนที่ไม่ชอบพวกหล่อน...พวกนี้หัวโบราณมีความคิดเหมือนคนสมัยก่อนแต่ถ้าหนึ่งในพวกนั้นเผลอเป็ตัวของตัวเองและไปแซวสาว ๆพวกนั้นเข้าเตรียมตัวเจอนรกของจริงได้เลย เพราะพวกหล่อนมีเครือข่ายข่าวจะส่งต่อกันไปไวมาก
เคยมีครั้งหนึ่งมีเด็กชายใจกล้าไปแซวตุ๊ดเพราะเห็นว่าหล่อนเรียบร้อยไม่น่าจะมีพิษสงอะไร หลังจากนั้นไม่นานเขาก็โดนแก๊งส์นางฟ้าประจำโรงเรียนเล่นงานชนิดอยู่ไม่สุขไปตลอดเทอมและอย่าได้คิดว่าจะด่าหรือเถียงชนะพวกเธอได้เป็อันขาด เพราะพวกหล่อนจะด่ายัน 7ชั่วโคตรหรือเลยไปกว่านั้นถ้ามีเวลานพคุณโชคดีที่พวกหล่อนไม่ได้หมายหัวเพราะเขาไม่ได้มีปัญหากับการเป็สาวของพวกหล่อนแต่เขาโดนหมายหัวในแบบอื่นมากกว่านี่ถ้าพวกหล่อนรู้ว่าเขาจะย้ายโรงเรียนไม่รู้จะว่าอย่างไรบ้าง
“น่าเสียดายนี่ผมจะต้องเสียนักเรียนอันดับ 3 ของชั้น ม.4 เลยนะครับ” ผ.อ. บอกคุณนพรักษ์ เขาโน้มน้าวคุณนพรักษ์อยู่นานถึงขนาดเสนอทุนการศึกษาให้กับนพคุณจนถึง ม.6 ด้วยซ้ำ
“ผมก็อยากจะรับไว้ครับยินดีมาก ๆ แต่สุดท้ายแล้วคนที่ตัดสินใจก็คือนพคุณแหละครับ ผ.อ.” เป็อันว่าในส่วนของคุณนพรักษ์เขาติดต่อและยื่นเอกสารการย้ายโรงเรียนไว้เรียบร้อยแต่ในส่วนของ นพคุณ ผ.อ.บอกว่าจะขอนุญาตคุณนพรักษ์เจรจากับนพคุณใหม่อีกที
“ไม่มีปัญหาครับผ.อ. ถ้าลูกชายว่ายังไง ผมก็ตามนั้น” คุณนพรักษ์ไหว้ลาผ.อ.ที่ดูแล้วจะอายุห่างกันไม่มากนัก เขาออกไปลาลูกชายก่อนจะกลับกรุงเทพฯพร้อมบอกเขาว่า ผ.อ. อาจจะเรียกเขาไปพบหลังจากที่พ่อกลับไปแล้วนพคุณเพียงแค่พยักหน้า แต่คุณนพรักษ์มั่นใจยิ่งเห็นหน้าลูกชายตอนนี้ยิ่งมั่นใจว่าเขาจะไม่เปลี่ยนใจแน่นอน
“อาทิตย์นี้จะกลับบ้านไหมพ่อจะมารับ?” ก่อนกลับเขาถามลูกชาย
“ถ้าผมจะกลับบ้านแล้วจะโทรบอกนะครับเหลืออีกแค่ 4 เดือนเอง ระหว่างนี้อาจจะกลับบ้างไม่กลับบ้าง แต่ถ้าอาทิตย์ไหนผมจะกลับบ้านพ่อไม่ต้องมารับหรอกครับมีเพื่อนที่อยู่กรุงเทพฯ หลายคน ผมขออาศัยรถเพื่อนกลับบ้านได้ครับ “คุณนพรักษ์กอดลาลูกชาย นพคุณยกมือไหว้พร้อมยืนส่งพ่อขับรถออกไปจากหน้าตึก
“ได้ข่าวแกจะกลับไปเรียนกรุงเทพฯ?”ขจรรัฐเดินเข้ามากอดไหล่ นพคุณแปลกใจข่าวเขาไปไวกว่าที่คิด
“ใช่...ก็เสียดายนะแต่อยากไปอยู่กับพ่อน่ะ” ขจรรัฐพยักหน้า เขาเข้าใจเขาไม่มีทั้งพ่อกับแม่เขาโตมากับยายแต่เขาก็ไม่เคยมีปมด้อยเื่นี้เพราะยายรักเขามากกว่าใครแต่ถ้าเขามีพ่อให้ไปหาเขาก็คงเลือกจะอยู่กับพ่อเหมือนกัน
หลังจากข่าวแพร่ออกไปมีตุ๊ดม.ต้น ตุ๊ด ม.ปลาย มาร้องห่มร้องไห้เสียดายเขากันอยู่หลายวัน จนขจรรัฐเองยังเหน็บ
“ร้องไห้กันหยั่งกะมารับจ้างร้องไห้หน้างานศพ”เขาไม่เข้าใจว่าพวกหล่อนจะร้องไห้ทำไมนักหนา ญาติหรือก็ไม่ใช่ เขายังไม่รู้เลย ว่าถ้าญาติพวกหล่อนเสียพวกหล่อนจะร้องไห้ “เล่นใหญ่” แบบนี้รึเปล่า
แต่พอเื่ผ่านไปสักพักตุ๊ดเล็กตุ๊ดใหญ่ก็เงียบหายไปเองพวกหล่อนคงมองหาเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจรายใหม่ได้แล้วแน่ ๆเดือนแรกนพคุณไม่ได้กลับบ้านเขาอยู่ที่หอพักแต่ก็โทรหาพ่อเกือบทุกวัน คุณนพรักษ์ก็ไม่ได้เร่งเร้าอะไรเพียงแต่บอกว่าถ้าเขาจะกลับบ้านก็ให้บอก พ่อเขาจะมารับแต่ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว นพคุณก็ยังไม่ได้กลับบ้านเขาอยากใช้เวลาสุดสัปดาห์อ่านหนังสือมากกว่า เสาร์อาทิตย์เป็เวลาที่เงียบสงบนักเรียนส่วนใหญ่กลับบ้านไปหมด เหลือนักเรียนบางส่วนอยู่บ้างไม่กี่คน
สุดสัปดาห์นี้นพคุณมีเื่แปลกใจ...เขาได้รับจดหมายแค่เห็นลายมือเขาก็จำได้ทันที ตัวปัญหารุ่นเล็ก!!! เขานั่งจ้องจดหมายในมืออยู่นานจนเพื่อนๆ เดินมาดูเขาถึงจะรู้สึกตัว
“ยัยตัวแสบส่งอะไรมาวะ?” นพคุณพึมพำ
“นี่ถ้าแกไม่กล้าเปิดฉันเปิดอ่านให้ฟังก็ได้นะ” ขจรรัฐนั่นเอง ตอนแรกเขาก็ไม่สนใจแต่พอเห็นท่าทางของเพื่อนที่นั่งมองจดหมายลายการ์ตูนฉบับนั้นก็เกิดสงสัยขึ้นมาทันที
“ฉันก็แค่งง...คิดไม่ถึงว่าจะได้รับจดหมาย” ขณะพูดเขายังยกจดหมายขึ้นส่องกับแสงไฟเป็ขจรรัฐเองที่ทนไม่ไหวเขาดึงจดหมายเปิดผนึกออกแล้วยื่นให้นพคุณ
“ฉันช่วยแกะเอ้า! ไม่ได้อยากอ่านหรอกแต่เห็นแล้วรำคาญ”ขจรรัฐยัดจดหมายใส่กลับในมือ นพคุณแล้วเขาก็เดินเข้าตึกไป
นพคุณนั่งอ่านจดหมายในมือที่โต๊ะในสวนหน้าตึกหอนอนแค่เห็นลายมือเขาก็จำได้แล้ว...ลายมือขยุกขยิกเหมือนเด็กหัดเขียนหนังสือ เขาเคยอ่านมาแล้วสองครั้ง...นพคุณยิ้มอย่างลืมตัว
“แฮ่ม!!!”เขาทำเสียงเตือนตัวเองเบา ๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะวางมาดไปทำไมแถวนี้ไม่มีใครอยู่เลยสักคนด้วยซ้ำ
เรียน คุณนพคุณ
คุณนพคุณไม่ได้กลับบ้านมาเกือบเดือนแล้วคุณลุงเป็ห่วงและดูเหมือนจะคิดถึงคุณ มากด้วยค่ะพวกเราที่บ้านทุกคนสบายดี (ไก่ก็สบายดีนะคะถ้าคุณอยากรู้)....ใครจะไปอยากรู้กัน ไอ้ไก่ปีศาจ อ่านมาถึงตรงนี้เขานึกถึงไก่แจ้ตัวน้อยที่ชื่อเดียวกับเขาและเขาเชื่อว่าตอนนี้มันก็ยังคงใช้ ชื่อนี้อยู่ เพราะมันชอบ!!!
่นี้ลูกแก้วจัดระเบียบหลังบ้านใหม่ค่ะ คุณลุงบอกว่าเมื่อก่อนตรงเล้าไก่เคยเป็พื้นที่สวนครัวของคุณป้าแต่ตอนนี้เป็เล้าไก่ไปเสียแล้วลูกแก้วเลยคิดว่าถ้าจะรื้อเล้าไก่แล้วย้ายไปไว้ตรงอื่น คงจะลำบากลูกแก้วก็เลยทำสวนครัวใหม่อีกมุมหนึ่งขึ้นมาแทน ปลูกผักไว้ให้ครบเหมือนเดิมเลยค่ะ ความจริงตอนลูกแก้วมาอยู่ใหม่ ๆสวนครัวหลังบ้านก็ไม่มีแล้วนะคะ ไม่อย่างนั้นคงไม่กล้าสร้างเล้าไก่ ตรงนั้นแน่นอนค่ะเพื่อเป็การขอโทษที่ลูกแก้วใช้พื้นที่ตรงนั้นโดยพลการ ลูกแก้วขอชดเชยด้วยการทำสวนครัวให้ใหม่นะคะตอนนี้ผลผลิตหลังบ้านดีมากเลยค่ะ กินไม่ไหว...ต้องเอาไปแจกข้างบ้านหรือบางทีก็เอาไปให้เพื่อนที่โรงเรียนบ้างก็มีเพื่อน ๆ ชอบใจกันใหญ่เลยค่ะ ตอนนี้ลูกแก้วก็มีแผนสำหรับสวนหน้าบ้านด้วยนะคะลูกแก้วอยากจะปลูกเป็ไม้ดอกที่ออกดอกได้ตลอดทั้งปี แล้วเอาพวกที่ไม่ต้องใช้การดูแลมากนัก จึงเขียนจดหมายมาบอกคุณก่อนค่ะหรือถ้าให้ถูกจะเรียกว่าเขียนจดหมายมาขออนุญาตก็ได้ หวังว่า คุณนพคุณจะไม่ว่าอะไร
คิดถึง
ลูกแก้ว
นพคุณอ่านจดหมายวนไปวนมาอีกหลายรอบ...เด็กนี่ใช้คำลงท้ายประหลาดอีกแล้วมันตรงข้ามกับความเป็จริงอย่างแรง จะเป็ไปได้อย่างไรที่หล่อนจะรู้สึก...คิดถึงจริง ๆ อย่างในจดหมาย เขาเดาเอาว่าหล่อนอาจจะไปลอกรูปแบบจดหมายมาจากที่ไหนสักแห่งหรือไม่เ้าตัวก็คงไม่ได้คิดอะไรให้มากพอ แต่ก็แปลกเขาไม่ยักโมโหที่หล่อนจะไปจุ้นจ้านกับสวนหลังบ้านของเขาแต่กลับรู้สึกดี นพคุณดูรูปถ่าย ที่พริมาแนบมากับจดหมาย เป็รูปสวนครัวฝีมือหล่อนเด็กนั่นจัดสวนออกมาได้น่ารักทีเดียว ไม่ใช่ปลูก ทุกอย่างระเกะระกะไปหมด แต่หล่อนจัดระเบียบและใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่านพคุณนั่งมองรูปอย่างทึ่ง ๆ เด็กนั่นมีพร์ เขาเอารูปวางไว้ตรงหัวเตียงมีอยู่รูปหนึ่งถ่ายติดไก่แจ้ตัวแสบของหล่อนมาด้วย จากที่เคยคิดว่าไม่อยากเห็นหน้ามันแต่พอได้เห็นรูปเขากลับคิดถึงมันอย่างประหลาด...ประหลาดจริง ๆ นั่นแหละเขาคิดถึงศัตรูได้อย่างไร?
“ไก่ใครเนี้ย? ลักษณะดีทีเดียว”ขจรรัฐนั่นเอง เขาชะโงกหน้ามาดูรูปที่วางอยู่ที่หัวเตียงของเพื่อนซึ่งนพคุณเองก็ไม่ได้ปิดไว้เป็ความลับหรือเื่ส่วนตัวแต่อย่างใด
“ไก่ที่บ้านน่ะ”เขาตอบเพื่อนสั้น ๆ ขจรรัฐก็แค่ยักไหล่ เขาไม่ได้้าคำตอบแบบจริงจังอะไร
“แล้วแกจะกลับบ้านเมื่อไหร่เห็นไม่ได้กลับมาเป็เดือนแล้ว”
“เห็นพ่อโทรมาบอกว่าวันเสาร์นี้จะมารับไปนอนริมทะเลน่ะตอนแรกว่าจะกลับอาทิตย์นี้แหละ แต่พ่อจะมาหาแทนเลยไม่ต้องไป...รออยู่ที่นี่เลย”
“แม่เลี้ยงจะมาด้วยรึเปล่าล่ะ?”
“ก็คงจะมามั้งฉันก็ไม่ได้ถาม...แกว่างรึเปล่า ไปด้วยกันไหม?” นพคุณชวนเพื่อนรักเขามีเวลาอยู่กับขจรรัฐอีกไม่กี่เดือนเท่านั้น
“เสียดายสิ...นัดยายไว้แล้ว จะไปบ้านญาติที่ต่างจังหวัด” เป็อันว่าขจรรัฐไปด้วยไม่ได้ ถึงแม้จะเสียดายแต่เขาก็เข้าใจ
“แต่ที่เสียดายมากกว่า...อยากเห็นเ้าของกระเป๋าใบใหญ่อืม...สงสัยเ้าของกระเป๋าใบใหญ่ก็จะเป็เ้าของเดียวกันกับจดหมายด้วยแฮะ”ขจรรัฐสะบัดรูปไก่ในมือไปด้วย นพคุณเลือกที่จะไม่ตอบเพราะเขารู้เพื่อนเขาฉลาดพูดอะไรมากไปมีแต่จะเสีย
ระหว่างสัปดาห์ที่รอพ่อมารับนพคุณได้รับจดหมายอีกฉบับ...แน่นอนเขาเห็นลายมือที่จ่าหน้าซองก็จำได้ทันที...ลายมือเด็กอนุบาลจับดินสอด้วยมือข้างที่ไม่ถนัด!
เขารับจดหมายมาแต่พับใส่กระเป๋ากางเกงไว้ก่อนยังไม่อ่านตอนนี้คนเยอะเกินไป...ไม่สะดวก ลับตาคนแล้ว...นพคุณจึงเอาจดหมายออกมาอ่านและคราวนี้แค่อ่านบรรทัดแรกก็ทำเอาเขาขมวดคิ้ว
เรียนพี่คุณที่รัก ....พี่คุณเหรอ? คราวนี้เด็กนี่อัพเลเวลให้เขาเป็พี่แล้วหล่อนเรียกเขาอย่างสนิทสนมเลยทีเดียว ฉบับก่อนเขายังเป็คุณนพคุณอยู่เลย(ดีเท่าไหร่แล้วหล่อนไม่ใส่นามสกุลมาด้วย) แล้วเขาไปเป็ที่รักของหล่อนตอนไหน?เด็กนี่เพี้ยนแบบสุด ๆ
คุณลุงบ่นคิดถึงพี่คุณตลอดเลยค่ะคุณลุงบอกว่าอีกไม่กี่เดือนพี่คุณก็กลับมาอยู่บ้านแล้วดูเหมือนคุณลุงจะมีความสุขมาก ๆ ที่พี่คุณจะกลับมา ลูกแก้วก็ดีใจนะคะตอนนี้สวนหน้าบ้านลงต้นไม้ไว้หมดแล้ว แต่ลูกแก้วไม่บอกดีกว่าว่าเป็ต้นอะไรรอให้พี่คุณกลับมาดูเองเหตุการณ์ที่บ้านก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปมากนักจากจดหมายฉบับก่อน ฉบับนี้ลูกแก้วเลยไม่มีอะไรจะเขียนเล่าเลยแต่ลูกแก้วมีนิทานจะเล่าให้พี่คุณอ่านแทนก็แล้วกัน
กาลครึ่งหนึ่งนานมาแล้วมีบ้านแสนสุขอยู่หลังหนึ่ง บ้านหลังนั้นมีคุณพ่อใจดีอาศัยอยู่กับลูกชายผู้คนต่างเรียกลูกชายของบ้านหลังนี้ว่า “คุณชายใหญ่” พวกเขาอยู่ด้วยกันมาอย่างมีความสุข จนวันหนึ่งคุณพ่อใจดีก็พาแม่เลี้ยงกับลูกสาวเข้ามาอยู่ในบ้านคุณชายใหญ่โกรธมากคิดว่าแม่เลี้ยงกับลูกของหล่อนจะมาแย่งคุณพ่อใจดีและสมบัติทุกอย่างในบ้านไปแต่พวกเธอไม่ได้้าอะไรเลย แม่เลี้ยงกับลูกสาวรักคุณพ่อใจดีและคุณชายใหญ่มากส่วนคุณพ่อใจดีก็รักคุณชายใหญ่ที่สุด พวกเขาทั้งหมดรักคุณชายใหญ่แต่คุณชายใหญ่เหมือนจะไม่เข้าใจ เขาคิดว่าไม่มีใครรักเขาเลย เขาจึงหนีออกจากบ้าน แม่เลี้ยงและลูกสาวออกตามหาจนพบคุณชายใหญ่หลบซ่อนตัวอยู่ในป่า พวกเขาให้สัญญาว่าจะไม่แย่ง คุณพ่อใจดีและสมบัติในบ้านที่เป็ของคุณชายใหญ่มาเป็ของตัวเองแม้แต่ชิ้นเดียวคุณชายใหญ่จึงวางใจและกลับไปอยู่ที่บ้าน ทั้งคุณพ่อใจดี แม่เลี้ยงและลูกสาว...ทุกคนรักคุณชายใหญ่สุดท้ายพวกเขาก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขไปนานแสนนาน
นิทานของลูกแก้วสนุกไหมคะลูกแก้วแต่งเองหวังว่าพี่คุณจะชอบวันเสาร์ที่จะถึงนี้คุณลุงบอกว่าจะไปรับพี่คุณที่โรงเรียนพวกเราจะไปพักที่บ้านริมทะเล ลูกแก้วชอบทะเลมาก ๆ เลยและก็ดีใจด้วยที่เราทั้งหมดจะได้ไปเที่ยวด้วยกัน อยากให้ถึงวันเสาร์นี้เร็ว ๆจังเลย
คิดถึง
ลูกแก้ว
นพคุณได้แต่นั่งอึ้ง...เขาอยากหัวเราะกับนิทานของพริมาแต่เขาขำไม่ออกเขาเชื่อแล้วเด็กนี่เพี้ยนสุด ๆ หล่อนแต่งนิทานให้เขาอ่าน
“นิทานบ้าบออะไรวะเนี้ย”นพคุณยังอึ้งไม่หาย เขาอ่านซ้ำไปซ้ำมาอีกหลายรอบนี่ยัยเด็กนั่นเรียกเขาว่าคุณชายใหญ่เหรอ? อ่านยังไงนี่มันก็เื่ของเขา!!!ดูก็รู้ว่าหล่อนจะสื่ออะไร นพคุณสับสนไม่รู้ว่าจะรู้สึกอย่างไรดีเขาทั้งโมโหและตลกในพฤติกรรมของพริมาอย่างที่สุด
“เธอลืมใส่ไอ้ไก่บ้าของเธอไว้ในนิทานด้วยนะยัยเพี้ยน”นพคุณพับจดหมายเก็บใส่ซองไว้ตามเดิม ใจหนึ่งก็อยากจะฉีกทิ้ง แต่เขาก็ทำไม่ลง
“หลบมาอยู่นี่เอง”ขจรรัฐนั่งลงตรงข้าม เขาเห็นนพคุณนั่งอยู่ตรงนี้พร้อมจดหมายมานานเกือบชั่วโมงแล้วกระดาษแผ่นเดียวนั่นทำเพื่อนเขาอ่านได้นานเกือบชั่วโมงทีเดียวความจริงเขาไม่อยากยุ่ง แต่สีหน้านพคุณน่าเป็ห่วง
“อ่านสิ”นพคุณี้เีพูดมาก เขายื่นจดหมายให้ขจรรัฐอ่านแทนคำตอบ
“ฮ่า....ฮ่า..ฮ่าๆๆๆๆ”ขจรรัฐอ่านจดหมายไปหัวเราะไปตลอด จนนพคุณเริ่มโมโหเพื่อนเขา แทนคนที่เขียนจดหมายมา
“ฉันชอบนิทานนี่ว่ะมันล้ำมาก ฮ่า ๆๆๆๆ คุณชายใหญ่...นี่มันแกชัด ๆ เลยนะไอ้คุณ” นพคุณยักคิ้วขจรรัฐเห็นแล้วสิว่าลูกเลี้ยงพ่อเขากวนประสาทขนาดไหนหล่อนไม่ได้อยู่ที่นี่แต่ก็ยังอุตส่าห์เขียนจดหมายมาป่วนเขาถึงโรงเรียนและหล่อนก็ทำสำเร็จ
“ล้ำบ้าล้ำบออะไรนี่มันบ้าชัด ๆ “
“ก็เขาพยายามบอกแกไงว่าเขากับแม่ไม่ได้้ามาแย่งพ่อกับสมบัติของแก เขาจะบอกแก ว่าให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข...ให้แกอย่าหนีออกจากบ้านเลย ฮ่า ๆๆๆๆๆๆ” นพคุณดึงจดหมายจากมือ ขจรรัฐมาทำท่าจะฉีกแต่เพื่อนเขาไวกว่ารีบแย่งจดหมายไปพับเก็บใส่ซองนำมันมาใส่กระเป๋าเสื้อนพคุณอย่างรวดเร็ว
“จะฉีกทำไม คนเขียนเค้าอุตส่าห์ตั้งใจนิทานนี่ดูจะแต่งยากอยู่เหมือนกันนะ ฮ่า ๆ โอเค ๆ ฉันไม่ล้อแล้ว แต่เชื่อฉันเถอะแกเก็บจดหมายนี่ไว้เถอะอย่าฉีกทิ้งเลย สงสารคนเขียนเขาคงตั้งใจมาก” ขจรรัฐอิจฉาถ้าเขาเป็นพคุณเขาจะไม่มีปัญหาอะไรเลยแต่ก็อย่างว่า...เื่แบบนี้ไม่เจอกับตัวก็ไม่รู้หรอก เขาเข้าใจเพื่อนดีแต่ก็ชักอยากจะเจอเ้าของจดหมายนักแต่งนิทานเสียแล้วสิ