“แล้วนายรู้หรือเปล่า? ว่าซูลั่วเป็นภรรยาของฉันแล้ว”
ฉู่ซิงหลานสวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
ประโยคนี้ราวกับระเบิดลูกใหญ่ที่ถูกโยนลงกลางภัตตาคาร คนรอบข้างต่างพากันอ้าปากค้าง แล้วหันไปมองซูลั่วเป็นตาเดียว!
ส่วนจินแอนนี่ถึงกับยกนิ้วโป้งให้ซูลั่ว
“ซูลั่ว ฉันไม่เคยยอมรับในตัวเธอเลยนะ แต่วันนี้ฉันขอยอมรับเธอจริง ๆ!”
จินแอนนี่พลันคิดชื่อกระทู้ใหม่ในฟอรัมของวันนี้ได้ทันที!
นั่นก็คือ [เพิ่งโดนผู้ชายสารเลวทิ้งปุ๊บ เธอก็หันไปคว้าเด็กหนุ่มหน้าใสกลับบ้านปั๊บ!]
ซูลั่วขบกรามแน่น หันขวับไปมองเจ้าจิ้งจอกตัวดี
อีกฝ่ายทำทีเป็นมองฟ้าทีนึงมองพื้นทีนึง สรุปคือไม่กล้าสบตาซูลั่วตรง ๆ
ส่วนเจียงเฉินนั้น ตกใจจนลูกตาแทบจะถลนออกมาจากเบ้า!
เขาตวาดลั่นอย่างหัวเสีย “ซูลั่ว ที่ไอ้เด็กนี่พูดเป็นเรื่องจริงเหรอ? เธอแต่งงานกับมันแล้วจริง ๆ? เราเพิ่งจะเลิกกันเมื่อวานเองไม่ใช่เหรอ?”
“ฉันนึกว่าตอนที่นายไปใช้ช่วงเวลาดี ๆ ร่วมกับซูเสี่ยวซี เราก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้วเสียอีก”
“ซูลั่ว!!!”
“ทำไม อยากจะดวลเดี่ยวเหรอ?”
เจียงเฉินทั้งโกรธทั้งอาย แต่พอได้ยินซูลั่วท้า เขาก็สงบลงทันที “เรื่องไม่เป็นเรื่องก็ชวนท้าดวลตลอด ซูลั่ว ผู้หญิงป่าเถื่อนอย่างเธอน่ะ ไม่เหมาะที่จะเป็นภรรยาของใครหรอก! ก็มีแต่ไอ้ไก่อ่อนหน้าขาวแบบนี้เท่านั้นแหละ ที่จะยอมแต่งงานกับเธอ!”
เดิมทีฉู่ซิงหลานก็ค่อนข้างกังวลใจอยู่แล้ว เพราะก่อนออกจากห้อง ซูลั่วกำชับเขาว่าห้ามเปิดเผยเรื่องที่พวกเขาแต่งงานกัน
แต่พอได้ยินเจ้าลิงนั่นพล่ามไม่หยุด ฉู่ซิงหลานก็ของขึ้นจนทนไม่ไหว
มันเป็นตัวอะไรกัน ถึงบังอาจมาเป็นคู่หมั้นของพี่สาว?
ยิ่งเมื่อได้ยินคำว่า ‘ไก่อ่อน’ ฉู่ซิงหลานก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ทันที
เขายกมุมปากขึ้นเผยรอยยิ้มอันตราย “ว่าฉันเป็นไก่อ่อนเหรอ? ได้ งั้นเราสองคนไปดวลเดี่ยวกัน”
อันที่จริงฉู่ซิงหลานตัวสูงกว่าเจียงเฉิน แต่เพราะผิวของเขาขาวละเอียดจนมองเห็นเส้นเลือดสีเขียวอมม่วงบนหลังมือได้ ทำให้ดูผอมบางไปหน่อย บวกกับหน้าตาที่ดูสวยหวานเกินไป จึงทำให้คนอื่นเผลอคิดไปว่าเขาอ่อนแอกว่าเจียงเฉิน
แม้แต่เจียงเฉินเองก็คิดแบบนั้น
ซูลั่วไม่ได้พูดอะไร
ตอนนี้หมัดของเธอกำลังสั่น ไม่ว่าจะเป็นเจียงเฉินหรือฉู่ซิงหลาน เธอก็อยากจะซัดให้ร่วงทั้งคู่!
โดยเฉพาะองค์ชายเก้าคนนี้! ก่อนออกจากห้องก็ตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าห้ามเปิดเผยเรื่องแต่งงาน!
พรุ่งนี้ก็ต้องหย่ากันแล้ว จะทำยังไง!?
เจียงเฉินเป็นหนึ่งในนักศึกษาหัวกะทิของรุ่นปีหนึ่ง จินแอนนี่และคนอื่น ๆ ต่างรู้สึกว่าหนุ่มหล่อหน้าใสคนนี้น่าจะสู้เจียงเฉินไม่ได้
พวกเธอจึงพากันปกป้องหนุ่มหล่อคนนี้อย่างเต็มที่
“เจียงเฉิน เมื่อก่อนฉันนึกว่านายเป็นสุภาพบุรุษมาตลอด ที่ไหนได้ อนุญาตให้ตัวเองนอกใจได้ แต่ไม่อนุญาตให้ซูลั่วมีคนใหม่หรือยังไง?”
“ใช่เลย แถมยังจะใช้กำลังรังแกคนที่ดูอ่อนแอกว่าอีก ทำไมนายไม่ให้คู่หมั้นคนใหม่ของนายออกมาดวลกับซูลั่วล่ะ?”
“ฉันได้ยินมาว่า แฟนใหม่ของเขาระดับการกลายร่างกับพลังจิตแค่ระดับ C เองนะ เฮ้อ...เผลอ ๆ อาจจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยจักรวรรดิไม่ติดด้วยซ้ำ!”
“โอ๊ย แค่ซูลั่วจามทีเดียว แฟนใหม่ของเขาก็คงปลิวแล้วมั้ง?”
ใบหน้าของเจียงเฉินเดี๋ยวขาวซีดเดี๋ยวแดงก่ำ หมัดที่กำแน่นสั่นไปหมด!
ปกติเขาเป็นคนรักหน้าตาที่สุด ถ้าลงมือกับไอ้หน้าขาวคนนี้จริง ๆ ก็คงจะยิ่งถูกเพื่อนร่วมรุ่นดูถูกเข้าไปใหญ่!
เมื่อเห็นแววล่าถอยในดวงตาของเจียงเฉิน ฉู่ซิงหลานก็พูดขึ้นอย่างรำคาญ “เจ้าลิงนี่จะอ้ำอึ้งไปถึงไหน? ไป รีบไปที่ลานประลอง ให้ฉันซัดสักตุ้บ ฉันยังต้องรีบกลับมากินข้าวกับลั่วลั่วก่อนที่อาหารจะเย็นชืดอีกนะ”
เจียงเฉินแทบจะกระอักเลือด เขากระแทกเสียงเย็นชาใส่ “ดูท่าแกจะมั่นใจน่าดู?”
ฉู่ซิงหลานพยักหน้า “อืม เพราะฉันไม่เคยแพ้”
เจียงเฉิน “...”
เมื่อถูกยั่วขนาดนี้ เขาก็ไม่มีทางถอยอีกแล้ว ถ้าถอย ก็จะไม่เหลือหน้าให้รักษา
ในเมื่อมาถึงขั้นนี้ เขาก็จะสั่งสอนไอ้หน้าขาวที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงคนนี้ให้หนัก ๆ !
และถือโอกาสให้ซูลั่วได้เห็นด้วยว่าใครคือผู้ชายที่ยอดเยี่ยมที่สุด!
แต่ก่อนจะเดินไปลานประลอง เจียงเฉินก็เชิดคางขึ้นแล้วพูดกับซูลั่วอย่างหยิ่งผยอง “ที่ฉันสู้กับมัน ไม่ใช่เพื่อเธอ และก็วางใจได้ ฉันจะออมมือให้มันเอง”
ซูลั่วส่ายหน้า “นายไปขอให้เขาออมมือให้นายเถอะ”
เจียงเฉินชะงักไป
แต่ซูลั่วก็ไม่ได้อธิบายอะไรให้เขาฟัง
องค์ชายเก้า ในฐานะผู้บัญชาการที่อายุน้อยและเก่งกาจที่สุดของดาวอัลฟ่า อย่าว่าแต่เจียงเฉินเลย ต่อให้ทั้งดาวอัลฟ่าก็ไม่มีใครเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้
แต่เธอก็ไม่แน่ใจว่าองค์ชายเก้าในช่วงอ่อนไหวเช่นนี้ จะมีพลังต่อสู้เปลี่ยนแปลงไปจากปกติหรือไม่
แล้วอีกอย่าง การชกต่อยเพราะความโมโหแบบนี้ พอได้สติกลับคืนมาแล้ว ไม่รู้ว่าองค์ชายเก้าคนนี้จะรู้สึกอย่างไร
บางที พอสร่างแล้ว เขาอาจจะไม่อยากให้ใครพูดถึงอดีตอันน่าอายของตัวเองอีกเลยก็ได้
ฝูงชนต่างพากันกรูตามไปยังลานประลองเมคคาของคณะการทหาร
ซูลั่วกับเจียงเฉินต่างก็เป็นคนดังของรุ่นปีหนึ่งอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีเด็กหนุ่มหน้าใสสุดหล่อมาเกี่ยวข้องอีกคน!
ดังนั้น การประลองครั้งนี้จึงได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก
เจียงเฉินชี้ไปด้านข้าง “เพื่อไม่ให้ใครหาว่าฉันรังแกแก เราจะใช้เมคคาสำหรับฝึกซ้อมที่สนามจัดไว้ให้”
ฉู่ซิงหลานทำหน้าเบื่อหน่าย “พูดมาก!”
เจียงเฉิน “...”
ทั้งสองขึ้นไปบนเวที ซูลั่วยืนมองอยู่ข้าง ๆ ด้วยสายตาที่สงบนิ่ง ราวกับว่าเธอมั่นใจในตัวเด็กหนุ่มของเธอมาก?
จินแอนนี่เดินเข้ามาใกล้ ๆ ด้วยความเป็นห่วง “ซูลั่ว เธอไม่กลัวเจียงเฉินทำร้ายเด็กหนุ่มของเธอเหรอ?”
“ไม่หรอก”
เธอกลัวว่าองค์ชายเก้าจะทำให้เจียงเฉินถูกหามออกไปมากกว่า
จินแอนนี่ส่ายหน้า “ไม่คิดเลยนะว่าปกติเธอจะใจร้ายกับตัวเองแล้ว ตอนนี้ยังจะใจร้ายกับผู้ชายของเธออีก อ้อ จริงสิ เด็กหนุ่มที่ทั้งหล่อ ทั้งน่ารัก ทั้งตามใจเธอขนาดนี้ เธอไปหามาจากไหนเหรอ?”
“ทำไมเหรอ?”
“หาให้ฉันสักคนสิ”
ซูลั่วมองหูแมวของจินแอนนี่ที่กระดิกไปมาแล้วรู้สึกพูดไม่ออก “เธอมีคู่หมั้นแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“การมีคู่หมั้นกับการหาเด็กหนุ่มหน้าใสมันไม่ขัดกันสักหน่อย อีกอย่าง คู่หมั้นของฉันอาจจะไว้ใจไม่ได้ยิ่งกว่าคู่หมั้นเดิมของเธออีก ช่วงนี้ฉันกำลังคิดจะเปลี่ยนคนอยู่พอดี”
“...”
ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่ จู่ ๆ ลานประลองก็เงียบกริบลง
ซูลั่วเงยหน้าขึ้นไปมอง ก็พบว่าบนเวทีเหลือเมคคาอยู่เพียงเครื่องเดียว
แล้วอีกเครื่องหนึ่งล่ะ?
เมคคาสำหรับฝึกซ้อมอีกเครื่อง ถูกซัดกระเด็นไปอัดกับกำแพงจนยุบเข้าไปครึ่งคัน เห็นได้ชัดว่าแรงของคู่ต่อสู้มหาศาลขนาดไหน
ฉู่ซิงหลานกระโดดลงมาจากเมคคาที่อยู่กลางเวที เขาเดินมาหาซูลั่ว ดวงตาเป็นประกาย “ลั่วลั่ว เรากลับไปกินข้าวที่ภัตตาคารกันเถอะ พี่ต้องหิวแย่แล้วแน่ ๆ!”
“...” ซูลั่วพยักหน้า
ก็ยังดีที่องค์ชายเก้าไม่ได้ลงมือโหดกับเจียงเฉินนัก แต่ดูจากผลลัพธ์แล้ว ความเสียหายทางกายอาจจะไม่มาก แต่ความอัปยศอดสูคงจะมหาศาล
สงสัยเจ้าลิงนั่นคงโกรธจนอกแตกตายไปแล้ว
ทั้งสองเดินออกไปพร้อมกัน ทิ้งให้จินแอนนี่และคนอื่นยืนอึ้งอยู่ข้างหลัง ตอนแรกก็งงว่าทำไมการประลองจบเร็วจัง วินาทีต่อมาก็พากันอิจฉาซูลั่ว
เด็กหนุ่มคนนี้ติดซูลั่วแจจริง ๆ!
เพื่อนของเจียงเฉินรีบวิ่งเข้าไปช่วยเขาออกมาจากเมคคาที่บิดเบี้ยว
เมื่อเห็นเจียงเฉินที่มีเลือดกำเดาไหลและสายตาเหม่อลอย เพื่อนก็รีบถาม “อาเฉิน เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นวะ? ทำไมแค่พริบตาเดียว แกถึงโดนไอ้หน้าขาวนั่นซัดไปติดกำแพงได้?”
เจียงเฉินเช็ดเลือดที่จมูก “ถ้าแกพูดไม่เป็น ก็หุบปากไปเลย!”
ทางนี้เจียงเฉินแทบจะโกรธจนอกแตกตาย แต่ตัวต้นเรื่องกลับเดินตามซูลั่วออกจากลานประลองไปแล้ว เมื่อเห็นว่าซูลั่วไม่สนใจตัวเอง ฉู่ซิงหลานก็ค่อย ๆ ยื่นมือไปดึงชายเสื้อของเธออย่างน่าสงสาร
“พี่สาว เป็นอะไรไปเหรอครับ หรือว่าเมื่อกี้ท่าอัดคนของผมยังไม่หล่อพอ? สนใจผมหน่อยสิ นะครับ?”