ภายหลังจูบครั้งที่สองอันลึกซึ้ง โลกของเอมิก็ดูเหมือนจะหมุนเปลี่ยนแกนไปอย่างสิ้นเชิง ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับสารวัตรกฤตไม่ได้ถูกผูกมัดด้วยคำพูดหรือข้อตกลงใดๆ อีกต่อไป มันคือความรู้สึก คือแรงดึงดูด คือความลับที่พวกเขาทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าได้ถักทอขึ้นมาร่วมกันแล้ว
ทุกครั้งที่กฤตแวะมาที่ "ละมุนใจ คาเฟ่" บรรยากาศรอบตัวพวกเขาก็จะเปลี่ยนไปทันที มีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ไหลเวียนอยู่ในอากาศ สายตาที่สบกันมีความหมายลึกซึ้งซ่อนอยู่ รอยยิ้มที่ส่งให้กันมีความนัยพิเศษ และบางครั้ง ััที่ "บังเอิญ" เกิดขึ้น (ปลายนิ้วที่แตะโดนกันตอนรับเงินทอน หรือไหล่ที่เบียดชิดกันขณะยืนคุยในมุมแคบ) ก็ทำให้หัวใจของเอมิสั่นไหวอย่างรุนแรง เธอรู้ว่าเขาก็รู้สึกเช่นกัน แววตาของเขาที่มองเธอ มันเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ไม่ได้ปิดบังอีกต่อไป
ความรู้สึกผิดต่อศิวัฒน์ยังคงตามหลอกหลอนเธอเหมือนเงา โดยเฉพาะในยามค่ำคืนที่ได้อยู่กับเขาตามลำพัง แต่ในตอนกลางวัน เมื่อได้พบเจอกับกฤต ได้พูดคุย ได้รับความใส่ใจ ได้รู้สึกถึงแรงดึงดูดอันเร่าร้อนนั้น ความรู้สึกผิดเ่าั้กลับดูเลือนรางลงไปชั่วขณะ ถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้น ความโหยหา และความรู้สึกของการมีชีวิตชีวาอย่างแท้จริง
แล้ววันหนึ่ง เขาก็ก้าวข้ามเส้นแบ่งอีกครั้ง...
เป็่ใกล้เที่ยงของวันธรรมดาที่ร้านไม่ค่อยยุ่งนัก กฤตแวะมาสั่งกาแฟเหมือนเช่นเคย แต่แทนที่จะรีบกลับไป เขากลับชวนคุยด้วยรอยยิ้ม "เที่ยงนี้... ผมว่างพอดีเลยเอมิ" เขากล่าว ดวงตาเป็ประกาย "ไปหาอะไรอร่อยๆ ทานกันไหม? ผมเพิ่งไปเจอร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำเ้าเด็ดอยู่ท้ายตลาด ไม่ไกลจากนี่เท่าไหร่ รับรองว่าอร่อยเด็ด ผมอยากให้คุณลองชิมดู"
ข้อเสนอที่ดูเหมือนจะแสนธรรมดานั้นทำให้หัวใจเอมิเต้นแรง นี่เป็ครั้งแรกที่เขาชวนเธอออกไปข้างนอกร้านอย่างเปิดเผย แม้จะเป็แค่ร้านก๋วยเตี๋ยวธรรมดาๆ ก็ตาม มันคือการ "เดท" ครั้งแรกของพวกเขาอย่างไม่ต้องสงสัย
"แต่... เอมิต้องอยู่เฝ้าร้านนะคะ" เธอลังเล มองไปทางพลอยที่กำลังง่วนอยู่กับการเช็ดกระจก
"ไม่เป็ไรหรอกน่า เที่ยงๆ แบบนี้ ลูกค้าไม่เยอะหรอก ให้พลอยเขาดูร้านแทนแป๊บเดียวก็ได้ นะครับ... นะ" เขารบเร้าด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเล็กน้อย "ผมอยากใช้เวลาอยู่กับคุณบ้าง... นอกเหนือจากที่ร้านนี่"
คำพูดสุดท้ายนั้นเหมือนลูกศรปักลงกลางใจ เอมิรู้ดีว่ามันเสี่ยงแค่ไหน การออกไปทานข้าวกลางวันกับสารวัตรหนุ่มรูปงามในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ หากมีคนเห็นเข้า เื่ราวคงถูกพูดต่อไปไกล แต่... ความปรารถนาที่จะได้อยู่กับเขาตามลำพัง ได้พูดคุยกันอย่างอิสระ ได้ััความรู้สึกของการเป็คนพิเศษของเขา มันมีพลังเหนือความกลัวใดๆ
"กะ...ก็ได้ค่ะ" เธอตอบตกลงในที่สุด รู้สึกถึงแก้มที่ร้อนผ่าวขึ้นมา "แต่แค่แป๊บเดียวนะคะ เอมิทิ้งร้านนานไม่ได้จริงๆ"
"แน่นอนครับ แป๊บเดียวจริงๆ สัญญา" เขายิ้มกว้างอย่างดีใจ
เอมิฝากฝังร้านกับพลอย ซึ่งมองตามเ้านายสาวกับสารวัตรหนุ่มด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะรีบหยิบกระเป๋าสะพายใบเล็กเดินตามกฤตออกไป เขารออยู่ข้างรถยนต์ส่วนตัวของเขา (ไม่ใช่รถตำรวจ) เปิดประตูให้เธออย่างสุภาพบุรุษ
การนั่งอยู่ในรถยนต์ส่วนตัวของเขาให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป มันเป็พื้นที่ส่วนตัว เป็โลกใบเล็กๆ ของพวกเขา เอมินั่งตัวเกร็งเล็กน้อย พยายามมองออกไปนอกหน้าต่าง แต่ก็อดชำเลืองมองเสี้ยวหน้าคมคายของคนที่กำลังขับรถอยู่ข้างๆ ไม่ได้
ร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำเป็ร้านเล็กๆ แต่คนค่อนข้างเยอะ กลิ่นเครื่องต้มยำหอมฟุ้งไปทั่ว พวกเขาได้โต๊ะมุมในสุด นั่งหันหน้าเข้าหากัน กฤตเป็ฝ่ายสั่งอาหารให้อย่างคล่องแคล่ว บทสนทนาระหว่างรอและระหว่างทานอาหารเป็ไปอย่างผ่อนคลาย พวกเขาคุยเื่สัพเพเหระ หัวเราะให้กับเื่ตลกเล็กๆ น้อยๆ เอมิรู้สึกเหมือนตัวเองเป็เพียงหญิงสาวธรรมดาๆ ที่กำลังออกมาทานข้าวกับชายหนุ่มที่เธอพึงใจ... หากเพียงแต่สถานการณ์จริงมันไม่ได้เรียบง่ายเช่นนั้น
ขณะที่กำลังทานก๋วยเตี๋ยวอย่างเอร็ดอร่อย เข่าของกฤตก็ "บังเอิญ" มาัักับขาของเธอใต้โต๊ะ เอมิสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ขยับหนี เขาทิ้งเข่าไว้ตรงนั้น ปล่อยให้ความอุ่นซ่านแผ่กระจายผ่านเนื้อผ้า สร้างความรู้สึกวาบหวามจนเธอแทบจะทานต่อไม่ลง
เมื่อทานเสร็จ กฤตก็ขับรถออกมา แต่แทนที่เขาจะมุ่งหน้ากลับไปทางร้านกาแฟ เขากลับเลี้ยวไปอีกทาง
"จะไปไหนคะสารวัตร? นี่ไม่ใช่ทางกลับร้าน" เอมิถามอย่างแปลกใจ
"ผมขอแวะทำธุระแป๊บนึงได้ไหมเอมิ?" เขาหันมายิ้มให้ แววตามีบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก "พอดีต้องเอาเอกสารไปให้เพื่อนที่พักอยู่แถวนี้ ไม่นานหรอก สัญญา"
ยังไม่ทันที่เอมิจะได้ตอบอะไร รถก็เลี้ยวเข้าไปจอดในบริเวณของโรงแรมเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ดูเงียบสงบและค่อนข้างเก่า ตั้งอยู่นอกเส้นทางหลักเล็กน้อย มันไม่ใช่โรงแรมหรูหรา แต่ก็ดูมิดชิดและเป็ส่วนตัว เอมิใจหายวาบเมื่อตระหนักถึงความตั้งใจที่แท้จริงของเขา นี่ไม่ใช่การแวะเอาเอกสารแน่ๆ
"สารวัตร... เอมิว่า..." เธอเริ่มจะทักท้วง แต่เสียงกลับขาดหายไปในลำคอ
"แป๊บเดียวนะ นะครับ" กฤตหันมาจับมือเธอไว้ บีบเบาๆ ดวงตาคมมองสบตาเธออย่างอ้อนวอนแต่ก็แฝงไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า
เอมินั่งนิ่งตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมานอกอก สมองร้องเตือนว่าให้ปฏิเสธ ให้ลงจากรถไปเดี๋ยวนี้ แต่ร่างกายกลับไม่ขยับ ความรู้สึกที่ถูกกระตุ้นขึ้นมาจากมื้อกลางวันอันแสนพิเศษ ประกอบกับแรงดึงดูดอันท่วมท้นจากชายตรงหน้า ทำให้เธอพยักหน้าตอบรับอย่างเหม่อลอยไปโดยไม่รู้ตัว
กฤตยิ้มอย่างพึงพอใจ เขาดับเครื่องยนต์ ลงจากรถแล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูให้เธอ จูงมือเธอเดินเข้าไปในโรงแรมที่ดูเงียบเชียบ เขาจัดการติดต่อกับพนักงานที่เคาน์เตอร์อย่างรวดเร็ว ได้คีย์การ์ดมาแล้วพาเธอขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบน บรรยากาศในลิฟต์เงียบกริบ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคน
เมื่อประตูห้องพักถูกเปิดออก เผยให้เห็นห้องขนาดกะทัดรัดที่ตกแต่งเรียบง่าย มีเพียงเตียงนอน โต๊ะเล็กๆ และห้องน้ำในตัว มันสะอาด แต่ก็ดูธรรมดาและไร้ชีวิตชีวา ทันทีที่ประตูห้องปิดลง กฤตก็ดึงร่างเอมิเข้ามากอดแน่น ประกบริมฝีปากลงมาอย่างรวดเร็วและเร่าร้อน
ครั้งนี้ไม่มีความลังเล ไม่มีการทดสอบใดๆ อีกต่อไป มันคือไฟปรารถนาที่ถูกจุดติดขึ้นแล้วและพร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง เสื้อผ้าถูกปลดเปลื้องออกอย่างรีบร้อนและไม่ใส่ใจนัก ผิวเนื้อแนบสนิทกันภายใต้แสงสลัวในห้องพักยามเที่ยงวัน กฤตอุ้มร่างเปลือยเปล่าของเอมิไปยังเตียง ทาบทับร่างลงมา มอบจูบและััที่ร้อนแรงไปทั่วทุกอณู เอมิตอบสนองเขาราวกับคนละเมอ ปล่อยให้สัญชาตญาณนำพาไปสู่ความสุขสมที่ร่างกายโหยหา
บทรักดำเนินไปอย่างรีบร้อน ทว่าดุดันและลึกซึ้ง ทุกััเต็มไปด้วยความ้าที่อัดอั้น ทุกจังหวะคือการปลดปล่อย เสียงครางเครือดังออกมาจากลำคอระหงของเอมิ ผสมผสานกับเสียงหอบหายใจหนักๆ ของกฤต มันคือความสุขสมที่เจือปนด้วยความรู้สึกผิด คือเปลวไฟที่ลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงในยามเที่ยงวัน... เส้นแบ่งสุดท้ายได้ถูกขีดฆ่าไปแล้วอย่างสมบูรณ์