ทากัสม้วนแผนที่เก็บพร้อมกับคว้าดาบมาถือกระชับเอาไว้ในมือเขาเดินจากหลังโต๊ะมายืนคู่กับไกอัสก่อนจะกล่าวกับพ่อของเขา
“ถ้าเช่นนั้นลูกกับไกอัสจะรีบไปที่นั่นเดี๋ยวนี้เลยไม่งั้นท่านหญิงอาจจะไม่ปลอดภัย”
“รีบไปแล้วก็ระวังตัวกันด้วย”
ไกอัสกับทากัสโค้งคำนับเป็เชิงกล่าวลาแล้วจึงรีบวิ่งออกจากคฤหาสน์ทากัสเดินนำไกอัสไปที่โรงม้าก่อนจะต่างคนต่างเลือกม้าคนละตัวแล้วควบอย่างเร็ววิ่งออกจากสวนของคฤหาสน์สตรองวอลล์
แคเรนเดินหาไปรอบห้องขังแต่กลับมองไม่เห็นอะไรที่เหมือนจะเป็อักขระเวทมนตร์หรืออาคมเลยเธอเดินมาลงนั่งข้างๆ คาร์ลที่ยังคงนั่งนิ่งไม่รู้สึกตัวไม่นานนักก็ได้ยินเสียงโครมครามที่ด้านนอกประตูห้องขัง แคเรนจึงเดินไปเกาะลูกกรงพยายามมองหาต้นเสียง
เงาร่างหนึ่งเดินผ่านหน้าลูกกรงอื่นตรงมาทางเธอแคเรนผงะถอยหลัง เ้าของเงาร่างเป็เด็กหนุ่มซึ่งแต่งตัวเหมือนมือสังหารในกองทัพะทั้งแขนขาของเขามีรอยจ้ำช้ำเืช้ำหนองเหมือนศพเขาเดินมาไขกุญแจที่คล้องโซ่ออกแล้วเปิดประตูแคเรนมองเขาอย่างไม่ไว้ใจก่อนจะเอ่ยถามขึ้น
“จะพาพวกข้าไปที่ไหน”
สีหน้าอีกฝ่ายแปลกใจซึ่งไม่เหมือนคนในกองทัพะคนอื่นๆ ที่มักจะไม่แสดงอารมณ์มากนักเขาก้มมองดูสภาพของตนเองแล้วจึงลนลานตอบเธอ
“ไม่ใช่ๆ” เขากล่าวพลางลบรอยช้ำเืช้ำหนองบนหลังฝ่ามือออกนิดหนึ่ง แล้วยกหลังมือให้เธอดู“นี่แค่ของปลอม ข้าปลอมตัวมา”
แคเรนย่นคิ้วพลางมองหน้าอีกฝ่ายอย่างพินิจพิจารณาดวงตาของเขาฉายแววมีชีวิตชีวาไม่เหมือนกับศพแม้จะคลายกังวลลงบ้างแต่เธอก็ยังถามเขาอย่างไม่ไว้ใจ
“แล้วปลอมตัวมาเพื่ออะไรท่านเป็ใคร”
“ข้าชื่อเกร็น เซาธ์เทินเบิร์ก เป็หนึ่งในตระกูลอัศวินของราชวงศ์แอนเชสก้า”
“ตระกูลเซาธ์เทินเบิร์กหน่วยข่าวกรองหรือ”
เกร็นยิ้มมุมปากนิดหนึ่งคล้ายๆกับแอบยินดี เขากล่าวกับแคเรน “ข้าปลอมตัวมาสืบเื่ฐานลับสาขาย่อยของพวกกองทัพะไม่คิดเลยว่าจะมีอยู่จริงๆ แล้วก็เห็นตอนพวกนั้นลักพาตัวท่านหญิงกับพ่อบ้านมาด้วยข้าหาโอกาสเข้ามาช่วยอยู่นานแล้ว แต่พึ่งจะเข้ามาได้นี่แหละ”
“ถ้างั้นเรารีบไปกันเถอะคาร์ลถูกพิษ ไม่รู้ว่าจะทนได้นานแค่ไหน”แคเรนพูดด้วยความร้อนใจเหมือนคว้าเอาฟางเส้นสุดท้ายไว้ได้
“งั้นก็ทิ้งเขาไว้เถอะชีวิตของท่านหญิงสำตัญที่สุด”
“ไม่ได้”แคเรนตอบทันควัน “ต้องพาคาร์ลไปด้วย”
คาร์ลลืมตารับรู้เหตุการณ์รอบข้างอีกครั้งเขาได้ยินที่แคเรนคุยกับเกร็นจึงกล่าวแทรกขึ้น
“ท่านหญิงไปเถอะ”เสียงของเขายังคงแ่เบาเหมือนคนหมดเรี่ยวแรง “ถ้าเป้าหมายของพวกนั้นคือท่านหญิง พวกมันคงไม่สนใจข้าหรอก”
“แบบนั้นเ้าก็อาจถูกฆ่าได้ไม่ใช่หรือ”
เกร็นเห็นทั้งสองคนเริ่มมีปากเสียงกันเสียงดังขึ้นก็รีบห้ามปราม“พอแล้วๆ ทำไมข้ารู้สึกเหมือนตัวเองเป็ตัวร้ายสุดๆเลย”
เกร็นเดินเข้าไปลงนั่งข้างๆคาร์ล เขาเปิดเสื้อตรวจดูบริเวณาแที่เริ่มบวมกลัดหนองบางจุด เืของเขาเริ่มกลายเป็สีดำคล้ำเขาส่ายหน้า “ดีนะเนี่ย ที่ข้ามาทัน ไม่งั้นตายไปแล้ว”
“เขาถูกพิษอะไรหรือ”
“พิษปรสิตยาพิษผสมด้วยไข่ของปรสิตชนิดหนึ่ง ปกติจะใช้เวลาฟักตัวหนึ่งหรือสองวันถ้าโดนเข้าไปก็จะเริ่มจากอาการชาทั่วตัวเหมือนเป็อัมพาต”
เกร็นอธิบายพลางหยิบขวดยาที่ใส่อยู่ในกระเป๋าผ้าซึ่งแขวนไว้ที่เข็มขัดก่อนหยิบยาขวดเล็กสีขาวออกมาเขาเปิดจุกเทผงยาโรยใส่แผล ทิ้งไว้สักพักร่องรอยบวมก็เริ่มยุบลง
“ผงนี้จะทำให้ไข่ปรสิตฝ่อเขาไม่เป็ไรแล้วล่ะ” เกร็นกล่าวกับแคเรนก่อนหันไปถามคาร์ล “ขยับตัวไหวมั้ย”
“ขยับตัวเดินได้แต่วิ่งไม่ไหวแน่”
เกร็นถอนหายใจหันไปถามแคเรน“ยังจะพาเขาไปด้วยอีกหรือ”
“ข้าไม่ทิ้งคาร์ลเอาไว้ที่นี่แน่”
ทันใดเสียงเปิดประตูเหล็กจากนอกลูกกรงดังขึ้นเกร็นร้อนใจรีบกล่าวกับแคเรน
“ข้าใช้ยาทำให้มันขยับตัวไม่ได้ยาน่าจะหมดฤทธิ์แล้ว”
เกร็นกล่าวพลางตั้งใจฟังเสียงได้ยินเสียงฝีเท้าของมือสังหารของกองทัพะเพียงคนเดียว เกร็นดึงตัวแคเรนมานั่งข้างๆคาร์ล ส่วนตัวเองยกหมวกฮู้ดปิดบังศีรษะแล้วเดินออกไปนอกลูกกรง มือสังหารเห็นเกร็นแต่งตัวเหมือนพวกเดียวกันก็เลยไม่ได้เข้ามาจู่โจมมันหันหลังจะเดินกลับไปนอกห้องแต่ถูกเกร็นใช้มีดสั้นที่เหน็บเอวมาด้วยจ้วงแทงเข้าที่ด้านหลังเสียก่อน
ทันใดบริเวณแผลที่โดนมีดแทงปรากฏวงเวทอาคมสีน้ำเงินขึ้นก่อนที่ร่างของมือสังหารจะทรุดร่วงลงนอนพิงลูกกรงเหล็กฝั่งหนึ่ง เกร็นเก็บมีดสั้นเข้าฝัก
“นั่นมันอาคมงั้นหรือ”แคเรนถามขึ้นด้วยความแปลกใจ
“ท่านหญิงรู้จักวงเวทอาคมด้วยหรือ”
“ข้าเคยอ่านเจอในตำราเป็วิทยาการของอาณาจักรริคมา สร้างพลังอาคมผ่านยาสมุนไพร”
“ใช่ครับอาคมมีหลายแบบขึ้นอยู่กับยาสมุนไพรที่ใช้และอาคมที่ร่ายอย่างอาคมที่ข้าใช้เมื่อครู่นี้คืออาคมตัดพันธะที่ใช้ตัดพันธสัญญาทาสของราชวงศ์ครอสวูดได้ชั่วคราวมือสังหารของกองทัพะก็เลยขยับตัวไม่ได้”
“งั้นก็ใข้ตัดพันธะไอรอนบอนด์ของราชวงศ์แอนเชสก้าได้ด้วยน่ะสิ”
เกร็นยิ้มแห้งก่อนตอบตามตรง“ใช่ครับ”
“สรุปว่าข้าไว้ใจท่านได้มั้ยเนี่ย”
เกร็นฉีกยิ้มสายตาของเขาจ้องมองไปที่ดาบสั้นสีเงินในมือของแคเรน “เชื่อหรือไม่เชื่อท่านก็ต้องช่วยข้าก่อน ข้าต้องทำพันธะไอรอนบอนด์กับท่านหญิงเดี๋ยวนี้เลยไม่งั้นเราไม่รอดแน่”
แคเรนใช้ความคิดนิดหนึ่งเธอรู้ว่าพลังของตระกูลเซาธ์เทินเบิร์กมีประโยชน์ในการแทรกซึมเข้าไปสืบข่าวตามสถานที่ต่างๆ แคเรนจับดาบสั้นในมือแล้วกรีดลงที่ฝ่ามือเบาๆพอให้เืไหลติดคมดาบก่อนยื่นดาบสั้นให้เกร็น
เกร็นรับดาบสั้นมาแล้วหยิบขวดแก้วเปล่าขนาดเล็กเท่านิ้วชี้ในกระเป่าใบเดิมมารองหยดเืเอาไว้เมื่อได้ปริมาณหนึ่งเขาก็ยกขวดดื่มพลางยื่นดาบสั้นคืนให้แคเรนแคเรนรับมาเก็บดาบเข้าฝัก ในขณะที่เกร็นทดลองใช้พลังจากพันธะไอรอนบอน์ั์ตาของเขาเปลี่ยนเป็สีแดงเื
ทันใดผ้าคลุมสีน้ำตาลเข้มที่เขาสวมอยู่ก็ลอยขึ้นในอากาศก่อนที่ของเหลวสีเงินจะไหลซึมออกจากผ้าคลุมและเคลื่อนตัวออกมาเคลือบผ้าคลุมเอาไว้ผ้าคลุมทำจากผ้าบางยาวแต่พับทบเหลือราวเมตรกว่าซ้อนกันแปดทบทันทีที่แร่วิสทานัมเคลือบผ้าคลุมทั้งตัวแล้วมันก็หายไปในอากาศ เกร็นยื่นมือไปรับเสื้อคลุมที่อยู่ๆก็หายไปในอากาศเอาไว้ทำให้แขนของเขาหายไปด้วย
“พึ่งเคยเห็นผ้าคลุมพรางกายของตระกูลเซาธ์เทินเบิร์ก” แคเรนกล่าวพลางจ้องมองดูผ้าคลุมไม่วางตา
“พลังของตระกูลข้ามีเอกลักษณ์นิดหน่อยเราเปลี่ยนรูปร่างของแร่วิสทานัมไม่ได้ แต่ควบคุมตอนอยู่ในสถานะของเหลวได้ และยังเปลี่ยนคุณสมบัติทำให้มันเข้มข้นขึ้นจนหักเหแสงออกไปได้แต่ปริมาณที่ควบคุมได้มีจำกัดถึงต้องพกใส่ผ้าคลุมไปด้วยแล้วก็ควบคุมได้ในระยะร้อยเมตรเท่านั้น”
“ก็คือทำให้ล่องหนได้สินะ”คาร์ลกล่าวแทรกขึ้น
แคเรนยิ้มออกรีบหันไปดูคาร์ลซึ่งกำลังพยายามยันตัวลุกขึ้นยืนพิงกำแพงเธอจึงเดินไปช่วยเขา ในขณะที่เกร็นมองดูด้วยสายตาเย็นเยียบ เขากล่าวกับคาร์ล
“ยืนได้แล้วหรือ”
“ขอบคุณที่ช่วยเหลือ”
“หน้าที่ของเ้าคือดูแลท่านหญิงอย่าทำตัวเป็ตัวถ่วงเสียเองสิ”
“พอได้แล้ว”แคเรนขึ้นเสียงแทรกขึ้น “คาร์ลาเ็เพราะรับดาบแทนข้า เขาพยายามเต็มที่แล้ว”
“ที่จริงข้าก็สงสัยอยู่ว่าทำไม่มือสังหารของกองทัพะไม่ฆ่าเ้าพ่อบ้านคนนี้แต่กลับเลือกลักพาตัวมาด้วย” เกร็นยืนกอดอกจ้องมองคาร์ลอย่างเคลือบแคลงสงสัย
แคเรนนึกถึงเื่ที่คาร์ลสามารถรับพันธสัญญาทาสจากราชวงศ์มอนเฟอร์เลสได้ก็ลนลานรีบแก้ตัวแทน
“ดีแล้วที่พาตัวคาร์ลมาด้วยไม่งั้นข้าคงไม่ใจเย็นได้แบบนี้หรอก เรารีบๆ ไปกันได้แล้ว”