ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 6 บทที่ 163 ความสัมพันธ์ย่ำแย่จริงๆ

            ถึงแม้ว่าวันนี้หยางหว่านซิ่วจะอารมณ์ไม่ดี แต่ก็ยังล้างหน้าล้างตาและทำความสะอาดร่างกายก่อนจะขึ้นเตียงนอนตามปกติ

            ส่วนจิ่งจงอี้ก็ยังคงสูบยาเส้นอยู่ตรงนั้น ควันตลบอบอวลไปทั่วบ้าน จนจิ่งเยี่ยนกุยและอาหญิงเล็กจิ่งที่นอนอยู่ในห้องด้านในยังได้กลิ่นควันลอยเข้าไป

            หลังจากที่จิ่งเยี่ยนกุยล้างหน้าล้างตาเรียบร้อย เห็นอาหญิงเล็กจิ่งนั่งเหม่อลอยอยู่ตรงนั้น เธอจึงถามเบาๆ “คิดอะไรอยู่คะ?”

            “กำลังคิดเรื่องพี่ชายอยู่” วันนี้อาหญิงเล็กจิ่งคอยช่วยเหลือจิ่งเยี่ยนกุยมาตลอด เธอรู้สึกตกใจกับความคิดของจิ่งเจี้ยนกั๋วและหลิวชุนฮวา พี่ชายและพี่สะใภ้ของเธอช่างไร้ยางอายถึงขีดสุด ถึงขั้นปล่อยข่าวลือเรื่องหยางหว่านซิ่ว

            ตอนนี้เธอได้ทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ ก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ถ้าเกิดขึ้นกับเธอ เธอคงรับมือไม่ไหว เธอทำไม่ได้เหมือนที่จิ่งเยี่ยนกุยทำเด็ดขาด

            เธอถึงกับคิดว่า ตอนที่จิ่งเยี่ยนกุยตัดสินใจไปหาฉินตงเฉียงวันนี้ คงจะคาดการณ์ถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นแล้ว เพราะจิ่งเยี่ยนกุยสงบมากตั้งแต่ต้นจนจบ

            ส่วนลูกๆ ของจิ่งเจี้ยนกั๋ว ก็ถูกเลี้ยงดูมาจนเสียคน จิ่งหลิวหยางที่น่ารักเมื่อตอนยังเด็ก ตอนนี้กลายเป็นปีศาจน้อยไปแล้ว

            จิ่งเยี่ยนกุยพูดเบาๆ “สงสารพวกเขาเหรอคะ?”

            อาหญิงเล็กจิ่งส่ายหน้า “พวกเขาโลภมากเกินไป และก็ไร้ยางอายเกินไป สมควรที่จะได้รับบทเรียนบ้าง”

            เธอพูดถึงตรงนี้ก็ถามออกมาในที่สุด “เยี่ยนกุย เธอรู้มาตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหมว่าพวกเขาจะถูกตัดออกจากวงศ์ตระกูล?”

            “หนูไม่ใช่เทวดา จะไปรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในอนาคตได้ยังไงคะ?” จิ่งเยี่ยนกุยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “หนูแค่อยากจะปกป้องตัวเองและคนที่หนูรัก ไม่ให้คนที่ไม่หวังดีพวกนั้นมาเอาเปรียบหนูได้แม้แต่แดงเดียว”

            “ส่วนเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายหลัง หนูบอกได้แค่ว่าพวกเขาทั้งโง่และชั่วร้าย คิดว่าตัวเองถูกตลอด คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ใครเห็นก็ต้องยอมพวกเขา บนโลกนี้จะมีเรื่องดีๆ แบบนั้นได้ยังไงกัน!”

            ครั้นอาหญิงเล็กจิ่งเห็นเด็กสาวพูดประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่เอาแต่ใจเล็กน้อย ถึงขั้นน่ารักมาก อารมณ์หดหู่ของอาหญิงเล็กจิ่งก็ทุเลาลงไม่น้อย ก็จริงของเธอ พวกเขาคิดไปเองทั้งนั้น!

            อาหญิงเล็กจิ่งพูดเบาๆ “ถึงแม้ว่าค่านิยมเรื่องตระกูลจะไม่แข็งแกร่งเหมือนเมื่อก่อน แต่การถูกตัดออกจากวงศ์ตระกูลนั้นดูเหมือนจะไม่ได้มีผลกระทบอะไรมาก แต่จริงๆ แล้วมีผลกระทบมากนะ! ต่อไปคนในหมู่บ้านคงไม่กล้าคบค้าสมาคมกับพวกเขาแล้ว ถ้าบ้านของพวกเขามีเรื่องอะไร ก็ไม่มีใครช่วยพวกเขา”

            จิ่งเยี่ยนกุยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ช่างพวกเขาสิ ยังไงเส้นทางนั้นพวกเขาก็เลือกเอง เราแค่ใช้ชีวิตของเราให้ดีก็พอ”

            เมื่อได้ยินเธอพูดแบบนี้ อาหญิงเล็กจิ่งก็พยักหน้า “ใช่แล้ว เราแค่ใช้ชีวิตของเราให้ดีก็พอ พวกเขาคิดอยากได้อะไรมาง่ายๆ ฝันไปเถอะ!”

            ตั้งแต่เธอหย่า จิตใจของเธอก็เข้มแข็งขึ้น เธอไม่โทษฟ้าโทษดิน และไม่ใจอ่อนเหมือนเมื่อก่อน ในใจของเธอมีเครื่องชั่งวัดผิดถูกเป็นของตัวเอง

            จิ่งเจี้ยนกั๋วและหลิวชุนฮวาดูเหมือนจะบาดเจ็บสาหัส จริงๆ แล้วเป็นแค่แผลตามผิวหนังเท่านั้น แต่ก็เจ็บมากจริงๆ! ตอนแรกก็ยังไม่รู้สึกอะไร แต่พอกลับมานอนลงบนเตียง ก็รู้สึกเจ็บแสบร้อนไปทั้งตัว

            เพราะฉางเกินไม่ยอมรักษาให้ ในบ้านก็ไม่มียา หลิวชุนฮวาจึงโวยวายให้จิ่งชิวหงและจิ่งเสี่ยวเยวี่ยไปซื้อยา

            จิ่งชิวหงลังเลเล็กน้อย แต่จิ่งเสี่ยวเยวี่ยพูดทันทีว่า “จากบ้านไปตลาดตั้งห้าลี้ หนูกับชิวหงเป็นผู้หญิง เดินทางตอนกลางคืนไม่ปลอดภัย พ่อ แม่ ทนอีกหน่อย พรุ่งนี้เช้าหนูจะไปซื้อยาให้ค่ะ”

            หลิวชุนฮวารู้สึกว่าคำพูดของเธอก็มีเหตุผล แต่เธอเป็นคนที่ขี้เกียจและเอาแต่ใจ ไม่เคยได้รับความลำบากแบบนี้ จึงร้องโอดโอยตลอดทั้งคืน เดี๋ยวก็ด่าว่าจิ่งเยี่ยนกุยใจร้าย เดี๋ยวก็ด่าว่าจิ่งเจี้ยนกั๋วไร้ความสามารถ ปกป้องเธอไม่ได้

            เพราะถูกเธอรบกวน คนทั้งบ้านจิ่งก็ไม่ได้นอนหลับทั้งคืน

            จิ่งเจี้ยนกั๋วทั้งรู้สึกอับอาย ทั้งสงสารหลิวชุนฮวา และโกรธที่ผู้นำตระกูลไม่เห็นแก่หน้า พอนึกถึงจิ่งเยี่ยนกุยจะพาหยางหว่านซิ่วและจิ่งจงอี้ไปอยู่ในเมือง ต่อไปจะอาศัยพวกเขาได้ยากแล้ว แล้วครอบครัวของพวกเขาจะกินอยู่อย่างไรต่อไป?

            เขาคิดฟุ้งซ่านไปมาทั้งคืน แถมยังเจ็บตัวอีก เลยแทบจะไม่ได้นอนทั้งคืนเช่นกัน

            กว่าจะเช้า ในที่สุดหลิวชุนฮวาก็หมดแรงจนเงียบลง ส่วนเขาฟุบหลับไปบนเตียงสักพัก

            พอตื่นขึ้นมาก็รู้สึกว่าผิดปกติ เขายื่นมือไปสัมผัส ตัวหลิวชุนฮวาร้อนเหมือนไฟ ระยะเวลาตลอดทั้งคืน บาดแผลของเธอก็อักเสบแล้ว

            จิ่งเจี้ยนกั๋วตกใจ พยายามที่จะลุกขึ้น แต่พอขยับก็เจ็บไปทั้งตัว จึงล้มลงไปอีกครั้ง แล้วตะโกนเรียกจิ่งเสี่ยวเยวี่ยให้ไปเรียกรถลากให้พาพวกเขาไปโรงพยาบาล

            ในยุคนี้รถยนต์มีน้อย พาหนะที่ใช้ในหมู่บ้านก็ยังเป็นม้าและลา

            แต่ตะโกนอยู่นานก็ไม่มีใครตอบ มีแต่จิ่งชิวหงที่แต่งตัวเสร็จแล้วเดินเข้ามาด้วยดวงตาแดงก่ำ “พ่อ แม่ พี่สาวตื่นแต่ฟ้าสางและไปในเมืองแล้วค่ะ”

            จิ่งเจี้ยนกั๋วด่า “หล่อนไม่สนใจพวกเราแล้วงั้นเหรอ?”

            จิ่งชิวหงไม่กล้าพูดอะไร จิ่งเจี้ยนกั๋วจึงบอกให้เธอไปเรียกรถลาก เธอเม้มปากแล้วพูดว่า “หนูไปขอยืมรถลากจากบ้านคุณปู่สามแล้ว แต่เขาบอกว่าบ้านเราถูกตัดออกจากวงศ์ตระกูล ไม่เกี่ยวอะไรกับเขาแล้ว เขาเลยไม่ให้ยืมรถลากค่ะ”

            จริงๆ แล้วคำพูดของคุณปู่สามนั้นโผงผางกว่านี้มาก พอได้ยินว่าเธอยืมรถลาก ก็ด่ากลับมาอย่างหยาบคาย

            จิ่งเจี้ยนกั๋วรู้สึกว่าการถูกตัดออกจากวงศ์ตระกูลไม่น่าจะมีผลกระทบอะไร แต่ไม่คิดว่าแค่คืนเดียวก็โดนตบหน้าเสียแล้ว

            เขาโกรธจัด “ในหมู่บ้านไม่ได้มีแต่บ้านปู่สามที่มีรถลากซะหน่อย บ้านเกินเซิงตรงหน้าหมู่บ้านก็มี”

            จิ่งชิวหงพูดเบาๆ “หนูไปขอยืมแล้ว ลุงเกินเซิงก็ไม่ให้ยืม”

            จิ่งเจี้ยนกั๋วโกรธจนแทบคลั่ง ในหมู่บ้านมีรถลากอยู่ไม่กี่คัน ตอนนี้ทั้งญาติและคนที่สนิทกันก็ไม่ให้เขายืมรารถลาก ดังนั้นจึงทำได้แค่ต้องจ้างรถเข้าไปในเมืองเท่านั้น

            เขาขบกรามแล้วพูดว่า “เอาเงินหนึ่งหยวนไปจ้างเกวียนจากบ้านต้าซุ่นทางตะวันตกของหมู่บ้าน แม่ของแกเป็นไข้ ถ้าไม่ไปโรงพยาบาลคงแย่แน่ๆ !”

            แต่จิ่งชิวหงกลับยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น จิ่งเจี้ยนกั๋วเริ่มหงุดหงิด “ยืนโง่อยู่ทำไม รีบไปสิ!”

            “ที่บ้านไม่มีเงินแล้วค่ะ” จิ่งชิวหงถอนหายใจเบาๆ จิ่งเจี้ยนกั๋วอยากจะบอกว่าครั้งที่แล้วจิ่งหลิวหยางเอาเงินจากหยางหว่านซิ่วไปเป็นพัน เงินนั้นต้องยังใช้ไม่หมดแน่ แต่ก็ได้ยินเธอพูดว่า “ตอนที่พี่สาวออกไปวันนี้ เอาเงินทั้งหมดในบ้านไปด้วยค่ะ”

            เมื่อได้ยินคำพูดนี้ จิ่งเจี้ยนกั๋วก็โล่งใจ เขาพูดอย่างสบายใจ “พี่สาวแกคงเอาเงินไปซื้อยาให้ฉันกับแม่ อีกเดี๋ยวคงกลับมาแล้ว เสี่ยวเยวี่ยลูกสาวฉันเป็นเด็กดี”

            พูดจบก็ด่าจิ่งชิวหง “แกมันคนอกตัญญู พี่สาวไปซื้อยาไม่รู้จักตามไปด้วย จะได้ซื้อขนมที่แม่แกชอบกินมาด้วย”

            จิ่งชิวหงถูกด่าก็ไม่พูดอะไร และไปยังห้องครัวอย่างเงียบเชียบ แต่ในดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน จิ่งเสี่ยวเยวี่ยไปซื้อยาให้พวกเขาที่ในเมืองงั้นเหรอ? พวกเขาก็รอไปเถอะ!

            เธอโตมากับจิ่งเสี่ยวเยวี่ย รู้ดีว่าพี่สาวคนนี้ทั้งขี้เกียจและเห็นแก่ตัวขนาดไหน

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808