
“นิสัยมันแก้ได้สันดานแก้ยากคนผิดมักไม่เคยบอกว่าตัวเองผิด” เขาพูดจบก็เดินออกไปนั่งรอข้างนอกด้วยความหงุดหงิด
ที่บ้านสวนคุณย่าของบดินทร์ทุกคนกำลังวุ่นวายเพราะติดต่อกับบุญชญาไม่ได้เลยส่วนรถยนต์ของบดินทร์ก็ไม่มีใครเห็นว่าบุญชญาขับไปเพราะ่เวลานั้นทุกคนกำลังพักผ่อนหลังจากเหนื่อยมาั้แ่เช้า
“น้องขับไปเล่นหรือเปล่าคุณแม่เพราะน้องหายไปพร้อมรถ”บดินทร์ทำสีหน้าวิตกกังวลเพราะเป็ห่วงน้องสาว
“ยัยบุญนี่ดื้อจริงๆคงอยากเห็นวิวต่างจังหวัดแล้วออกไปนานแค่ไหนแล้ว ติดต่อก็ไม่ได้”
“ผมไปตามหาน้องที่ตัวจังหวัดนะครับเพราะมีห้างใหญ่ๆเผื่อน้องไปเที่ยวแต่ถ้ายังไม่เจอผมจะไปแจ้งความต่อเลย”
“ดีลูก ตอนนี้เหลือแค่รถของแม่ลูกเอาไปเถอะส่วนแม่จะอยู่ที่บ้านคอยโทรหาน้องเรื่อยๆ”
“คมสันไปกับตาดินนะแก”นางบุญนภาหันไปสั่งคนขับรถที่ปกติจะรับหน้าที่ขับรถรับส่งให้บุญชญาเวลาไปโรงเรียนและก็เป็คนที่สอนให้บุญชญาขับรถเวลาที่ออกไปนอกเมือง
“ผมไปคนเดียวเองครับอยู่ทางนี้แล้วลองหารถอีกคันขับไปตามน้องดีกว่าครับคุณแม่”
“แบบนั้นก็ดีนะคุณนภา”นายประภาสหันไปบอกภรรยา
“ไหมไปด้วยนะคะ” ไหมฟ้าพูดแล้วก็รีบเดินตามหลังเขาไปติดๆ
“ลูกบุญไม่น่าเลย ไปยุ่งกะรถพี่ชายตัวเองทำไม”นายประภาสพูดเบาๆจนนางบุญนภาหันมาถาม
“ทำไมคะรถตาดินมีอะไรทำไมลูกบุญจะขับไม่ได้ที่จริงถ้าขับเล่นแค่ละแวกสวนคุณแม่ ก็ไม่น่าห่วงแต่นี้ลูกหายไปหลายชั่วโมงแถมติดต่อไม่ได้”
“เปล่าๆงั้นผมลองโทรหารถเช่าก่อนนะจะได้ออกตามหาลูกอีกทาง”
“ไปคมสันไปรอที่หน้าบ้านนั่นล่ะได้รถก็ค่อยออกไปพร้อมกัน”
“ครับ”นายคมสันหันมาสบตานายประภาสแล้วรีบเดินไป
“ทำตัวแปลกๆนะ มีอะไรหรือเปล่าคุณ”
“ไม่รู้สิมันก็แปลกอยู่แล้วไอ้คมสัน”นายประภาสตอบภรรยาแล้วหาเบอร์ติดต่อรถเช่าตามข้อมูลที่ค้นหาผ่านทางอินเทอร์เน็ต
ทางด้านของบุญชญาหมออนุญาตให้กลับบ้านพร้อมยาแก้ปวดแก้อักเสบในขณะที่พลาธิปก็ยังคงด่าและบ่นตลอดเวลา
“พาหนูไปส่งที่รถที่หนูขับมา”
“เพ้อเจ้อรถคันนั้นฉันให้คนลากไปทิ้งล่ะ”
“ไม่ได้นะรถคันนั้นแพงคุณจะทำแบบนั้นไม่ได้”
“เื่ของฉัน แต่ตอนนี้เธอต้องเดินไปที่รถเองท่าทางก็คงเดินไหวเก่งนักนี่”
“ไหวสิหนูไม่ได้อ่อนแอขนาดเดินเองไม่ได้”บุญชญาลุกจากเตียงแล้วรีบก้าวขาลงยืนที่พื้นก่อนจะร้องเพราะเจ็บข้อเท้า
“โอ๊ย!เจ็บข้อเท้า”
“รู้ว่าข้อเท้าเคล็ดยังทำตัวปัญญาอ่อนอีกจับหักคอทิ้งดีไหมวะ”เขาทำเสียงเข้มจนคนร่างเพรียวเงียบเสียงทันที
“คุณ”
“เอานิ้วหัวแม่โป้งคิดเหรอว่างัดไม้แล้วหนีออก”
“เปล่างัด” คนพูดหลบสายตาเขาทันที
“หมาตัวไหนเอาเก้าอี้ซ้อนกันแล้วมีรอยงัดคิดว่างัดได้ง่ายหรือ”
“คุณพูดจาไม่ดีเลยด่ากราดไม่รู้เื่อะไร ฟังนะ หนูไม่ได้ขับรถชนใครอย่างที่คุณเข้าใจ”
“จะหุบปากไหมเื่นั้นฉันเอาคืนแน่รอให้เธอหายดีก่อนเถอะอย่าคิดหนีล่ะเพราะฉันยึดทุกอย่างในกระเป๋าเธอไว้หมดแล้ว”
“หนูต้องไปเจอครอบครัวนะ”
“เจออยู่แล้วไม่ต้องห่วง เจอแน่ๆ”เขาขบกรามแน่นมองคนที่สีหน้าซีดเซียวแล้วก็รู้สึกหงุดหงิดเพราะสายตาคู่เศร้ามันทำให้หัวใจเขาเต้นผิดจังหวะเล็กน้อย
‘เด็กเปรตจ้องแบบนี้นึกว่าจะใจอ่อนเหรอ ฝันไปเถอะ’เขารู้สึกว่าเด็กสาวร่างเพรียวน่าจะหิวน้ำเลยแกล้งเอาเหยือกน้ำไปวางที่มุมห้องที่มีโต๊ะตั้งอยู่แล้วก็เดินออกไป
“ใจร้ายจังแค่รินน้ำก็ไม่ทำให้เราก็ขยับลำบาก” ร่างเพรียวขยับไปมาเพื่อจะเดินไปรินน้ำและก็เจ็บจนได้
“โอ๊ย!” เสียงร้องดังออกมาจากด้านใน พลาธิปรีบเดินเข้าไปดูเห็นเพียงเด็กสาววัยสิบหกนอนที่พื้นพร้อมน้ำที่หกเลอะไปหมดส่วนผมที่ยาวสลวยก็เปียกชุ่มไปด้วยน้ำ
“สภาพเหมือนลูกหมาตกน้ำ”เขาแทบจะกลั้นหัวเราะไม่ไหวและก็ยืนอยู่อย่างนั้นมองคนที่พยายามช่วยตัวเองลุกนั่ง
“ใจคอคุณไม่คิดจะช่วยหนูเหรอคะหนูไม่ค่อยมีแรง”
“เื่ของหนูสิคะ”เขาพูดประชดประชันเดินหันหลังกลับแต่ก็ต้องหันกลับทันทีเมื่อจู่ๆไฟที่ห้องนั้นดันดับ
“ว้าย!”
“เธอ” เขาตรงไปยังร่างเพรียวพร้อมช่วยประคองโดยที่มองไม่ค่อยชัดนักส่วนคนร่างเพรียวก็เกาะแขนเขาไว้แน่นจนผมััไปที่คางเขาลมหายใจอุ่นปะทะที่เส้นผมเสียงหัวใจเต้นเร็วของเขามันดังจนบุญชญาได้ยิน
“จะกอดทำไม”เขาผละตัวออกและไฟก็ติดพอดี
“ขอโทษค่ะพอดีมีคนไปปิดสวิตช์ผิดอันค่ะ”พยาบาลสาวเดินเข้ามาบอกด้วยความรู้สึกผิด
“ไม่เป็ไรค่ะ” บุญชญายิ้มให้พยาบาล
“ล้มเหรอคะ”พยาบาลสาวเข้ามาช่วยพยุงบุญชญาขึ้นบนเตียงส่วนพลาธิปได้แต่ยืนมองเพราะคิดว่าไม่ใช่หน้าที่ของตน
“ขอบคุณค่ะคุณพี่พยาบาลใจดีมากค่ะไม่เหมือน…”บุญชญาพูดพลางชำเลืองมองคนร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่ติดกับประตู
“งั้นนั่งรอใบนัดก่อนนะคะพอดีคอมมีปัญหาเลยรอนาน”
พลาธิปนั่งลงที่เก้าอี้หน้าห้องในขณะที่บุญชญาก็นั่งอยู่ด้านในเพียงลำพัง
“กลับไปต้องจัดมัดไว้จะได้ไม่คิดอะไรโง่ๆอีก”เขายังคงหงุดหงิดและหาวิธีลงโทษบุญชญาว่าจะใช้วิธีแบบไหนดี
ในขณะที่สร้อยทิพย์หลานสาวลุงกวีได้แต่นั่งชะเง้อมองทางตลอดเวลาจนป้าบัวรำคาญใช้มือเขกที่หัวไปสองที
“นี่แน่มองหาอะไรเป็สาวเป็นาง” ป้าบัวรู้ว่าหลานกำลังรอลูกค้าหนุ่มที่เพิ่งมาพักกลับมาอีกครั้ง
“แค่อยากรู้ทำไมนานจังไม่มาสักที”
“เอ็งเกี่ยวอะไรกับเขาวะนังสร้อย”
“แหมป้าก็เขาเป็ลูกค้าป้านี่ใช่ไหมลุง” สร้อยทิพย์พูดพลางหันไปถามลุงกวี
“เออ เขาจ่ายค่าที่พักแล้วไม่มาก็ช่างเขา”
“งั้นหนูรอจนกว่าเขาจะมาค่อยกลับนะป้า”
“เมียเขาเด็กกว่าเอ็งอีกอย่าไปเสนอหน้าเลยนังสร้อย”
“น้องสาวไม่ใช่เมีย เด็กแบบนั้นหนูดูออกต้องเป็น้องสาวแน่ๆ”
“ตามใจเดี๋ยวพ่อกับแม่เอ็งกลับมา จะโดนตีเอามานั่งดักผู้ชายแบบนี้”
“หนูแค่อยากรู้จักเขา” สร้อยทิพย์ชอบพลาธิปั้แ่แรกเห็นและตั้งใจจะขอเบอร์ติดต่อเขาให้ได้ไม่อย่างนั้นจะไม่ยอมกลับบ้าน
‘เหมือนพระเอกในหนังที่เคยดูเลย อุ้มนางเอกข้อเท้าแพลง’แววตาเพ้อฝันของสร้อยทิพย์มันแสดงออกมาชัดเจนจนป้าบัวอดไม่ไหวจะยกเท้าถีบแต่หลานสาวรู้ทันรีบลงจากแคร่ไปนั่งที่เก้าอี้ไม้ที่อยู่ถัดไป
“วอนตีนป้าเอ็งแล้วนังสร้อย”
“วัยทองปะเนี่ยเอะอะโมโหร้าย”
“ทำเป็ปากดีนะเอ็ง”
“ก็มันจริงนะป้าบัวคนวัยทองเห็นอะไรก็ขัดหูขัดตาตัวเองไปหมด” สร้อยทิพย์เอามือปิดปากกลั้นหัวเราะเอาไว้
“นังสร้อย”
“แกก็ยอมรับไม่ต้องไปเถียงหลาน” ลุงกวีพูดพลางหัวเราะ
“แกอีกคนตากวีเดี๋ยวเหอะ”
สร้อยทิพย์นั่งคุยกับลุงกวีจนง่วงเลยขอไปนอนเปลที่ผูกไว้ใต้ต้นไม้เพื่อรอถามข่าวของพลาธิปหญิงสาวรอจนหลับไปจนกระทั่งเสียงรถยนต์แล่นมาจอดที่หน้าบ้านพักของพลาธิปทำให้สร้อยทิพย์ดีดตัวลุกนั่งด้วยความดีใจเพราะตอนแรกก็กลัวว่าเขาจะไม่กลับมาพักที่นี่อีก
“ขาเอ็งหายดีแล้วเหรอนังสร้อย”ป้าบัวะโถามด้วยความหมั่นไส้หลานสาว
“ไม่เจ็บล่ะป้าไปล่ะนะ”
“ถามเขาด้วยว่าเอาอะไรเพิ่มไหมจะได้เก็บของเข้าตู้เย็นให้หมด”ป้าบัวะโตามหลังหลานสาว
“ต้องขอเบอร์ติดต่อเอาไว้ไม่รู้ล่ะสเปคเลยคนนี้” สร้อยทิพย์ยิ้มแล้วรีบเดินไปหาพลาธิปที่กำลังลงจากรถ
“มีอะไร”พลาธิปถามเมื่อเห็นสร้อยทิพย์มายืนข้างรถ
“สร้อยอยากรู้ว่าคุณโอเคไหมแล้วน้องสาวคุณเป็ไงมั่ง”
“ยังไม่ตายหรอกเห็นปะล่ะหายใจทิ้งอยู่นั่น”
“เอ่อคุณธิป ขอเบอร์ได้ไหม”สร้อยทิพย์รวบรวมความกล้าแล้วก็พูดไปตามที่รู้สึก
“เอาไปทำไม”พลาธิปทำท่าทางไม่สนใจเื่ที่สร้อยทิพย์พูด
“อยากรู้จัก”สร้อยทิพย์ทำหน้าอายส่วนคนร่างเพรียวที่นั่งในรถเอามือป้องปากกลั้นหัวเราะเอาไว้เพราะไม่คิดว่าจะมีใครตาบอดมาขอเบอร์ติดต่อคนอย่างเขาได้
‘อะไรบังตาถึงมองว่าหล่อ คนแบบนี้ได้เป็แฟนมีหวังบีบคอตายสักวัน’บุญชญากลั้นหัวเราะจนต้องเบือนหน้าหนีภาพที่เห็น
“รอได้ไหมเอาคนไปเก็บในบ้านก่อน” เขาพูดจบก็เดินไปอีกด้านเปิดประตูแล้วช้อนร่างเพรียวอุ้มไว้ในอ้อมแขนแล้วเดินไป้าบ้านด้วยความหงุดหงิดเพราะรู้สึกหนักอึ้งจนแขนปวดร้าวไปหมด
“น้องสาวคุณนี่ก็ขายาวดีนะคะยังกะนางแบบเลยสร้อยอยากสูงแบบนี้จัง” สร้อยทิพย์ก็เดินตามไปส่งในบ้านราวกับกลัวว่าพลาธิปจะไม่ยอมให้เบอร์ติดต่อ
“สูงแบบเปรตนี่น่ะ”เขาหันมาตอบสร้อยทิพย์แล้วก็จ้องดวงตาคู่ใสตรงหน้าก่อนจะเบือนหน้าหนีเพราะรู้สึกแปลกๆ
เมื่อปิดประตูและหาที่มากั้นตรงประตูได้ก็เดินมาหาสร้อยทิพย์พร้อมกับให้เบอร์ติดต่อแต่คนอย่างสร้อยทิพย์มีหรือจะปล่อยโอกาสรู้จักเขาให้เร็วขึ้นผ่านพ้นไปง่ายๆ
“สร้อยขายังเจ็บปั่นจักรยานกลับไม่ไหวคุณไปส่งได้ไหมปั่นจักรยานหรือเอารถไปส่งก็ได้ค่ะ”
“บ้านอยู่ไกลไหม”
“ถ้าทางเท้าก็ราวๆครึ่งกิโลคุณลุงทำไว้แค่ให้เราเดินไปมาหากันและพอปั่นจักรยานได้แต่รถยนต์ต้องไปอีกทางค่ะ”
“ฉันถามว่าไกลไหมทำไมพูดอ้อมค้อมเดี๋ยวไม่ไปส่งเลยนี่”
“สองกิโลค่ะแต่มืดหน่อยนะ”
“ไปขึ้นรถชักช้าไม่ไปส่งนะจะพักผ่อน”
“ค่ะ” สร้อยทิพย์ยิ้มหวานแล้วรีบเข้าไปนั่งด้านหน้าทันทีแต่พอนึกได้ว่าตนเจ็บข้อเท้าก็ทำท่าเอามือคลำข้อเท้าอยู่สักพักเพราะเกรงเขาจะไม่ไปส่งหากตนไม่ค่อยเจ็บมากแล้ว
“บอกทางมา”
“ออกไปตามทางที่เข้านี่ล่ะ ขับไปเรื่อยๆค่ะมีทางเดียวแล้วเลี้ยวขวาขับไปเรื่อยๆก็เจอหมู่บ้านเล็กๆเดี๋ยวพอไปถึงสร้อยจะบอกอีกทีค่ะคุณขับไปตามทางที่สร้อยบอกก็พอ”
“เธอนี่ตอบยาวจนน่ารำคาญ”เขาพูดจบก็ขับรถไปตามที่บอกจนถึงบ้านของสร้อยทิพย์และหญิงสาวก็เรียกให้เขาไปนั่งด้านในบ้านด้วยกัน
“ไม่ จะกลับเลย” เขาตอบสั้นๆ
“กินน้ำก่อนก็ได้ไม่ต้องกลัวสร้อยหรอกพ่อกับแม่ยังกลับไม่ถึงบ้านเลย” สร้อยทิพย์ทำท่าจะหัวเราะท่าทีของเขา
“อือ”เขาเดินตามเข้าไปแต่ก็เปิดประตูบ้านแง้ม
พลาธิปนั่งลงที่เก้าอี้ในห้องรับแขกที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายรูปถ่ายครอบครัวที่มีเพียงพ่อแม่ลูกติดที่ผนังบ้านทุกอย่างตกแต่งเรียบง่ายดูสะอาดตา
“บ้านน่าอยู่นะ”
“ค่ะแม่เป็คนสะอาดมากส่วนสร้อยสะอาดเป็บางวัน”หญิงสาวหัวเราะคิกคัก
“ท่าทางแก่นแก้วนะเธอ”
“ก็แล้วแต่ว่าอยู่กับใครถ้าเพื่อนก็สนุกกับผู้ใหญ่ก็จะนิ่งๆยกเว้นกับป้าบัวชอบเถียงกัน”
“พอไม่คุยล่ะ มีอะไรอีกไหมจะกลับ”
“เอ่อคุณอายุเท่าไรละ”
“23”
“เป็พี่หนึ่งปีเอง เรียกพี่นะไม่เรียกคุณ”
“ตามใจ”
“อีกหนึ่งชั่วโมงพ่อกับแม่คงมาถึงบ้านพี่ธิปอยู่เป็เพื่อนก่อนได้ไหม”
“ไม่ได้หรอกต้องไปดูคน”
“น้องสาวไม่สบายใช่ไหมงั้นพรุ่งนี้สร้อยไปเล่นด้วยนะ่เที่ยงๆ”
“ตามใจ ฉันอยู่ที่นั่นอีกหลายวัน”
“ค่ะงั้นพี่กลับเถอะเดี๋ยวจะเดินทางลำบากที่นี่มืดเร็วมาก”
“อยู่คนเดียวปิดประตูด้วยล่ะมีอะไรก็โทรมาตามเบอร์ถ้าพ่อกับแม่ยังมาไม่ถึงบ้าน”
“ค่ะ”
เด็กสาวร่างเพรียวนั่งมองผนังห้องด้วยความเบื่อหน่ายเอนตัวนอนก็ไม่หลับเพราะคิดอะไรไปมาจนหัวจะแตก สักพักเสียงฝีเท้าหนักๆก็หยุดหน้าประตูและบานประตูก็ถูกผลักเข้ามาด้านใน
“พาหนูกลับบ้านนะ”
“หนวกหนู เอาข้าวไปกินซะยังร้อนอยู่กินเสร็จไปอาบน้ำฉันจะนอน แล้วกินยาแก้ปวดไปดีขึ้นบ้างไหม”
“ก็ดีขึ้นนิดหน่อย แล้วคุณจะนอนตรงไหน”บุญชญามองเห็นแค่เตียงกลางห้อง
“เตียง”เขาตอบแล้วถอดเสื้อออกพร้อมกับถอดกางเกงยีนขายาวออกเหลือแค่กางเกงขาสั้นด้านใน
“ว้าย!” มือเรียวยกขึ้นป้องหน้าอย่างรวดเร็ว