บทที่ 40 ความร่วมมือเป็นไปได้ด้วยดี (รีไรต์)
เฉินเจาเม่ยใส่ใจมาก เธอเอาถั่วลิสงสองร้อยกว่าจินที่มีอยู่ทั้งหมดออกมา อวิ๋นซานจึงบอกว่าให้คิดราคาถั่วลิสงของบ้านเหวยเจาเท่าราคาตลาด เอาเงินทุนไปซื้อ เฉินเจาเม่ยก็เหมือนกับเหวยเจา เธอไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อย กลับรู้สึกว่าที่บ้านตัวเองช่วยได้น้อยไป อยากจะหยิบจับอะไรเพิ่มอีกหน่อย
เฉินเจาเม่ยไม่กลัวว่าจะขาดทุนเลยสักนิด จริง ๆ แล้ว เงินลงทุนหนึ่งร้อยหยวนก็เป็นเหวยเจาไปยืมเขามา ถ้าทำไม่ได้ที่บ้านก็ต้องแบกหนี้สิน ทำให้ชีวิตที่ลำบากอยู่แล้วลำบากขึ้นไปอีก แต่เธอเชื่อว่าธุรกิจนี้ทำได้ ไม่ต้องดูอย่างอื่น แค่ดูว่าครั้งที่แล้วผู้หญิงคนนั้นช่วยเหวยเจาขายไข่กับมันเทศจนหมดก็รู้แล้ว
อวิ๋นซานไม่ยอมให้พวกเขาให้ถั่วลิสงฟรี ๆ แบบนี้ ไม่อย่างนั้นเธอขอไปซื้อจากข้างนอกดีกว่า แม่ลูกครอบครัวเหวยได้ยินเธอพูดแบบนี้ก็ได้แต่จำยอมตกลงอย่างไม่เต็มใจ
อวิ๋นซานไม่ได้อยู่ที่บ้านครอบครัวเหวยนานนัก เธอสอนเฉินเจาเม่ยทำขนมหวานสองชนิดแล้วก็กลับไป ตอนนั้นฟ้ามืดสนิทแล้วเกือบจะถึงเวลาสามทุ่ม เหวยเจาจึงขับรถแทรกเตอร์ไปส่งเธอกลับบ้าน
อวิ๋นซานไม่คิดเลยว่า บ้านเหวยเจาจะใช้เวลาทั้งคืนล้างถั่วลิสงสองร้อยจินจนสะอาด แกะเปลือกเรียบร้อย เอาถั่วลิสงส่วนหนึ่งไปทำถั่วตัดได้ห้าสิบกว่าจิน ส่วนงาตัดก็ทำได้สี่สิบกว่าจิน
ส่วนถั่วลิสงที่เหลืออีกร้อยกว่าจินก็ลงบันทึกไว้ แล้วให้เหวยเจาเอาไปส่งที่บ้านอวิ๋นแต่เช้าตรู่
อวิ๋นโหย่วฝูรู้สึกไม่มั่นใจ เขาตื่นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ตั้งใจจะไปดูสถานการณ์ของถั่วลิสงอบเกลือที่ถนนเจี้ยนเซ่อ พานหงเสียเห็นเขาตื่นแล้วก็ลุกขึ้นมาด้วย
อวิ๋นซานนอนกับช่านช่าน ตอนที่เธอตื่นขึ้นมาไม่เห็นพ่อกับแม่ เดาว่าพวกเขาคงไปที่บ้านที่ถนนเจี้ยนเซ่อแล้ว จึงรีบทำอาหารเช้า ต้มโจ๊กให้ช่านช่าน
ในเวลาที่ช่านช่านนอนต้องมีคนอยู่ข้าง ๆ เธอไม่กล้าทิ้งลูกไว้นาน ทำอาหารเสร็จก็รีบกลับไปที่ห้องดูลูกสาวตัวเองทันที
เมื่อเจ้าตัวน้อยตื่นและกินอาหารเสร็จ อวิ๋นซานจัดการตัวเองอย่างง่าย ๆ แล้วหยิบอาหารเช้าเตรียมออกจากบ้าน ก็เห็นอวิ๋นโหย่วฝูกลับมา เขากลับมาเพื่อพาลูกสาวและหลานสาวไปส่งที่ถนนเจี้ยนเซ่อ จากนั้นเขาก็ไปทำงาน
อวิ๋นซานแบกช่านช่านไว้ด้านหลัง ในมือถืออาหารเช้า อีกมือหนึ่งถือตะกร้าเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนของเจ้าตัวน้อย พร้อมทั้งขวดนมและอื่น ๆ จริงๆ แล้วขี่จักรยานก็ค่อนข้างลำบาก การมีอวิ๋นโหย่วฝูมาส่งถือว่าช่วยเธอได้เยอะ
เมื่อไปถึงถนนเจี้ยนเซ่อ พานหงเสียได้ต้มถั่วลิสงเสร็จแล้ว และนำไปตากไว้ในลานบ้าน เช้านี้นอกจากเหวยเจาจะส่งถั่วลิสงที่แกะเปลือกแล้วมาให้ เขายังเอาตะแกรงไม้ไผ่สำหรับตากของมาให้หลายอัน บางอันก็เป็นของที่บ้านเขา บางอันก็ไปยืมคนในหมู่บ้านเขามา
ถั่วลิสงเคลือบให้อวิ๋นซานเป็นคนทำ พานหงเสียรู้สึกว่ามันซับซ้อนเกินไป กลัวว่าตัวเองจะทำไม่ได้ จะเสียน้ำตาลและถั่วลิสงไปเปล่า ๆ
อวิ๋นซานให้แม่ช่วยเลี้ยงลูกสาว ส่วนตัวเธอก็รีบทำถั่วลิสงเคลือบออกมา ทั้งหมดสามสิบกว่าจิน
เมื่อเหวยเจาและคนอื่น ๆ มาถึง อวิ๋นซานก็ปรึกษากับพวกเขาเรื่องการกำหนดราคา
ตกลงราคากันคร่าว ๆ ก่อนว่าขนมถั่วลิสงตัดกับขนมงาตัดขายจินละ 1 หยวน ส่วนถั่วลิสงอบเกลือขายจินละ 5 เหมา ส่วนที่มีต้นทุนสูงที่สุดคือถั่วลิสงเคลือบ ตั้งราคาไว้ที่จินละ 1.5 หยวน
ในเวลาใกล้เที่ยง เธอก็นำไปขายด้านนอกโรงงานพร้อมกับเหวยเจาและเหวยเสวี่ย
เหวยเจายืมรถแทรกเตอร์ของหน่วยงานมา เขาวางขนมถั่วลิสงตัด ขนมงาตัดและถั่วลิสงเคลือบวางเรียงไว้หลังรถ
ตอนเช้าเหวยเสวี่ยและเหวยจื้อตัดกระดาษไว้มาก เอาไว้ใช้ห่อขนม
ใช่แล้ว ตอนนี้ของขวัญปีใหม่ที่ขายไม่มีบรรจุภัณฑ์แยก ต้องขายแบบแบ่งชั่งตามน้ำหนักที่ต้องการ
เมื่อมาถึงหน้าโรงงานและเห็นคนงานออกมา เหวยเจาก็ตะโกนขึ้นว่า “ขนมถั่วลิสงตัด! ขนมงาตัด!”
การตั้งแผงขายหน้าโรงงานแบบนี้ แม้เหวยเจาจะไม่ตะโกนก็มีคนเข้ามาดู
แม้ไม่ซื้อก็เข้ามาร่วมวงดูความคึกคัก
“นี่คืออะไรเหรอ?”
เหวยเสวี่ยกับเหวยเจามีประสบการณ์น้อย จึงไม่กล้าเอ่ยปาก กลัวจะทำให้คนตกใจหนีไป ที่จริงพี่น้องทั้งสองรู้สึกว่าราคาที่ตั้งไว้ค่อนข้างแพง
อวิ๋นซานยิ้มแย้มแนะนำให้คนดู “นี่คือขนมถั่วลิสงตัด ขนมงาตัด ถั่วลิสงเคลือบ เป็นของขวัญชั้นเยี่ยมสำหรับเทศกาลปีใหม่นะคะ”
เมื่อมีคนถามราคา พออวิ๋นซานบอกไป ก็ถูกบ่นว่าแพง
อวิ๋นซานจึงบอกว่า “สหายคะ คุณรู้ไหมว่าตอนนี้น้ำตาลทรายขาวราคา 9 เหมาต่อจิน ถั่วลิสงก็ 2 เหมาต่อจิน ของฉันถือว่าขายถูกแล้วค่ะ”
ความจริงแล้วถั่วลิสงตัดและงาตัดไม่ได้ใช้น้ำตาลทราย แต่ใช้แบะแซซึ่งราคาถูกกว่ามาก
ส่วนถั่วลิสงเคลือบที่ขายแพงนั้นใช้น้ำตาลทราย
เมื่อมีคนถามว่าทำไมถั่วลิสงเคลือบถึงแพงขนาดนี้?
อวิ๋นซานตอบว่า ตัวเคลือบนี้ทำยากมาก มีขั้นตอนเกือบสิบขั้นตอน ใช้วัตถุดิบหลายอย่าง นอกจากน้ำตาลแล้วยังมีไข่ด้วย
เธอก็ไม่ตระหนี่ หยิบขนมถั่วลิสงตัดและงาตัดที่หั่นไว้ล่วงหน้าออกมาให้คนที่อยากซื้อได้ชิมก่อน ส่วนถั่วลิสงเคลือบก็จัดใส่ถาดออกมาด้วย
เมื่อได้ยินว่าสามารถชิมฟรีได้ พวกคนงานก็เบียดกันเข้ามา มีคนชิมชิ้นแรกแล้วยังอยากชิมชิ้นที่สอง แต่ยังไม่ทันยื่นมือไปก็ถูกเด็กสาวคนหนึ่งเรียกไว้
“นี่ คุณชิมไปชิ้นหนึ่งแล้วนะ ยังชิมไม่รู้รสชาติอีกเหรอ?” เหวยเสวี่ยจ้องมองเขาด้วยดวงตาเป็นประกาย
คนนั้นอยากจะบอกว่ายังชิมไม่รู้รส แต่เหวยเจาเหลือบตามองเขาอย่างดุดัน คนนั้นจึงชักมือกลับไป
คนนี้มีแผลเป็นบนใบหน้า ดูเหมือนไม่ใช่คนที่จะยุ่งด้วยง่าย ๆ
มีคนที่อยากซื้อจริง ๆ พวกนี้ไปซื้อที่ร้านค้าของรัฐยังต้องใช้ตั๋วเลย แถมราคาก็ไม่แพง ที่สำคัญกว่านั้นคืออร่อยและร้านค้าของรัฐที่ไหนจะมีถั่วลิสงเคลือบขายกัน
“ขอขนมถั่วลิสงตัดขนมงาตัดอย่างละหนึ่งจินและถั่วลิสงเคลือบสองจิน”
“ได้เลยครับ” เหวยเจาชั่งให้อย่างคล่องแคล่ว
“ถั่วลิสงเคลือบนี่อร่อยดีนะ กินกับเหล้าได้เยี่ยมเลย ขอสามจินนะ ฉันจะเก็บไว้แจกตอนปีใหม่”
“ได้ค่ะ เดี๋ยวจัดให้”
เหวยเสวี่ยช่วยบรรจุใส่ถุงกระดาษ อวิ๋นซานช่วยเก็บเงิน เหวยเจาคอยชั่ง
ช่วงนี้ใกล้ปีใหม่ เป็นเวลาที่ผู้คนเตรียมของกินของใช้สำหรับเทศกาล ทุกคนใจป้ำกว่าปกติ มาซื้อกันทีละหลาย ๆ จิน
ถั่วลิสงเคลือบมีแค่ 30 กว่าจิน ขายหมดในพริบตา ทั้งยังไม่พอขาย ส่วนขนมถั่วลิสงตัดกับขนมงาตัดรวมกันมีเกือบร้อยจิน ขายไปครึ่งชั่วโมงก็หมดเกลี้ยง
เฉินเจาเม่ยยังคงทำขนมหวานสองอย่างนี้อยู่ที่บ้าน ตอนบ่ายน่าจะทำได้อีกประมาณ 70-80 จิน แต่วัตถุดิบก็ใกล้จะหมดแล้ว เหวยเจาต้องรีบไปซื้อมาเพิ่ม ไม่ต้องรอให้ใครบอก เขาก็รู้ดีว่าถ้าจะซื้อถั่วลิสง ซื้อจากในหมู่บ้านจะดีที่สุด ทั้งถูกและคุณภาพดีกว่าด้วย
อวิ๋นซานกับเหวยเสวี่ยกลับไปที่บ้านบนถนนเจี้ยนเช่อ เพื่อทำถั่วลิสงเคลือบต่อ ภาพขนมขายหมดเกลี้ยงในตอนกลางวันทำให้ทุกคนฮึกเหิม เหมือนได้กินยาชูกำลังชั้นดี
ในขณะที่พวกเขากำลังขยันทำงานกันอยู่นั้น ฝ่ายงานสนับสนุนของโรงงานเหมืองถ่านหินก็เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น
หวงหมิ่นทะเลาะกับพี่หลี่คนที่เพิ่งย้ายมาทำงานคัดแยกถ่านหินที่โรงงาน สาเหตุมาจากพี่หลี่เอาเธอไปนินทาลับหลัง แล้วเธอดันไปได้ยินเข้า
พี่หลี่พูดว่าเธอไม่มีทางหาสามีได้หรอก วัน ๆ แต่งตัวสวยไปอย่างนั้น ที่จริงก็ไม่มีใครเอา
หวงหมิ่นโดนพูดแทงใจดำขนาดนั้น จะไม่ให้ของขึ้นได้ยังไงเลยพุ่งเข้าไปตบตีกับอีกฝ่ายทันที
เธอถูกหัวหน้าดุอย่างหนัก โดนตัดคะแนนความประพฤติแถมยังต้องเขียนหนังสือทบทวนตัวเอง
หวงหมิ่นออกจากโรงงานแล้วตรงไปบ้านของหลี่เว่ยเหอ เธอได้พบกับมารดาหลี่มาหลายครั้งแล้ว ดูเหมือนแม่ของเขาจะพอใจเธอ ถ้าเธอพยายามอีกนิด บางทีแม่ของหลี่เว่ยเหออาจจะกดดันให้หลี่เว่ยเหอแต่งงานกับเธอก็ได้
แต่ไม่คาดคิดว่าพอไปถึงบ้านหลี่ มารดาของหลี่เว่ยเหอกลับหลบตาและไม่ตอบคำถามของเธอ
หวงหมิ่นเป็นคนที่อดไม่ได้ที่จะพูด เธอจึงถามตรง ๆ ว่า “คุณน้าคะ ช่วงก่อนหน้านี้น้ายังชมฉันอยู่เลย ทำไมตอนนี้เห็นฉันแล้วดูไม่ค่อยยินดีเลยล่ะคะ?”
มารดาของหลี่เว่ยเหอถอนหายใจ “น้าชอบหนูมากนะ ถ้าหนูมาเป็นลูกสะใภ้บ้านเราน้าก็จะดีใจมาก แต่ว่าเมื่อสองสามวันก่อนมีเรื่องเกิดขึ้น มีผู้หญิงคนหนึ่งยั่วยวนหลี่เว่ยเหอและพยายามจะจับเขา”
ดวงตาของหวงหมิ่นแดงก่ำ “ใครคะ?”