ตอนที่ 11: เงาสะท้อนในกระจกเวลา
แสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดส่องลอดผ่านมู่ลี่ไม้สีเข้มลงมาตกกระทบพื้นไม้ปาเก้ภายในห้องทำงานส่วนตัวของกรณ์ บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจแ่เบาและเสียงคลิกเมาส์เบาๆ บนโต๊ะทำงาน ทว่าความสงบนี้กลับซ่อนความรู้สึกระแวดระวังลึกๆ ไว้ภายใน หลังจากปฏิบัติการกวาดล้างฐานลับใต้น้ำและทลายเครือข่ายของสมาคมเงาพิทักษ์สาขาล่าสุดลงได้ โลกภายนอกก็ดูเหมือนจะกลับคืนสู่ความปกติสุขอย่างรวดเร็ว ไม่มีข่าวคราวความเคลื่อนไหวของกลุ่มอิทธิพลมืดหลงเหลืออยู่อีก ทว่าสำหรับคนที่มองเห็นโครงข่ายทั้งหมดอย่างกรณ์ ความเงียบงันแบบนี้นี่แหละคือสัญญาณเตือนภัยที่น่ากลัวที่สุด
กรณ์ถอดแว่นสายตากรอบทองออกช้าๆ ใช้ปลายนิ้วมือนวดหว่างคิ้วเบาๆ เพื่อคลายความอ่อนล้าจากการใช้งานระบบจิตควอนตัมติดต่อกันเป็เวลานาน แม้ร่างกายจะยังคงแข็งแกร่งและสง่างามเกินกว่าชายวัยเดียวกัน แต่พลังพิเศษในการมองเห็นวิถีชีวิตของมนุษย์ั้แ่เกิดจนตายก็มีขีดจำกัดทางกายภาพ ทุกครั้งที่เขาใช้สิทธิ์เจาะลึกอนาคตของใครสักคน สมองและระบบประสาทจะต้องแบกรับภาระพลังงานมหาศาล
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งติดต่อกันอย่างนุ่มนวล ก่อนที่ประตูกระจกฝ้าจะถูกเปิดออก พิมพ์ชนกและกวินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าจริงจัง ทั้งคู่ถือรายงานสรุปโครงการประจำสัปดาห์และข้อมูลการเงินเข้ามาพร้อมกัน
"ท่านประธานครับ ระบบตรวจสอบความปลอดภัยเครือข่ายทั่วโลกของเรารายงานสถานะเป็สีเขียวทั้งหมด ไม่มีร่องรอยการโจมตีหรือการเคลื่อนไหวผิดปกติจากกลุ่มใต้ดินใดๆ เลยครับ ตลอดสัปดาห์นี้หุ้นและกองทุนของบริษัทเครือข่ายเราเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง" กวินรายงานด้วยน้ำเสียงฉะฉาน แววตาของเด็กหนุ่มฉายแววความภาคภูมิใจในความสำเร็จด้านการบริหารที่ตนได้มีส่วนร่วม
พิมพ์ชนกวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะเสริมขึ้นทันที "ส่วนทางด้านศูนย์วิจัยและน้องนาวิน ตอนนี้โปรเจกต์ระบบจำลองกระแสน้ำเพื่อเตือนภัยสึนามิและพายุใต้ฝุ่นถูกส่งมอบให้หน่วยงานท้องถิ่นนำไปติดตั้งจริงแล้วค่ะ เสียงตอบรับจากชาวประมงและชุมชนชายฝั่งดีมากๆ ทุกคนปลอดภัยและมีความสุขขึ้นเยอะเลยค่ะ"
กรณ์พยักหน้ารับช้าๆ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ทุกคนทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมมาก ความสำเร็จของพวกเธอในวันนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การที่เราเลือกเปลี่ยน 'สิ่งแวดล้อม' และยื่นมือเข้าโอบอุ้มคนที่กำลังจะเดินพลาด ให้ผลลัพธ์ที่งดงามกว่าการใช้ความรุนแรงแก้ปัญหามากแค่ไหน"
แม้ปากจะพูดเช่นนั้น แต่ลึกๆ ในใจของกรณ์กลับมีความรู้สึกบางอย่างสะกิดเตือน เขากวาดสายตามองหน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่แสดงผลผังโครงข่ายความสัมพันธ์ขององค์กรทั่วโลก จุดพิกัดสีเขียวและสีฟ้ากระจายอยู่เต็มแผนหา แต่มีจุดสีเทาดำจุดหนึ่งกะพริบเบาๆ ที่มุมอับของระบบ—ร่องรอยดิจิทัลที่สะอาดสะอ้านเกินไป ราวกับถูกสร้างขึ้นโดย AI หรือระบบอัจฉริยะที่สูงกว่าระดับมนุษย์ทั่วไป
"แต่พวกเธออย่าเพิ่งชะล่าใจ..." กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่นิ่งสนิท ทำให้ทั้งพิมพ์ชนกและกวินชะงักไปเล็กน้อย "ความเงียบงันที่เราเห็นในตอนนี้ อาจไม่ใช่เพราะพวกมันยอมแพ้ แต่อาจเป็เพราะพวกมันกำลังถอยกลับไปตั้งหลักเพื่อสร้างอาวุธหรือระบบที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม"
"ท่านประธานหมายถึง... ยังมีตัวการใหญ่อีกคนที่ซ่อนอยู่เื้ัสมาคมเงาพิทักษ์อย่างนั้นเหรอครับ?" กวินขมวดคิ้วแน่นด้วยความกังวล
"ใช่... ภาคินและผู้นำหน้ากากคนก่อนเป็แค่หมากตัวหน้าฉากที่มีความโลภเป็แรงขับเคลื่อน แต่โครงข่ายระดับโลกที่กว้างใหญ่ขนาดนั้น จำเป็ต้องมีมันสมองระดับอัจฉริยะหรือกลุ่มทุนระดับมหาอำนาจคอยชักใยอยู่เื้ัอีกทีหนึ่ง" กรณ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปยืนกอดอกมองทิวทัศน์นอกหน้าต่าง "และฉันเกรงว่า... การเดินหมากตาถัดไปของพวกมัน อาจไม่ได้มุ่งเป้ามาที่เงินทองหรืออำนาจทางการเมืองแบบเดิม แต่อาจพุ่งเป้ามาที่ 'โครงสร้างจิตใต้สำนึก' และ 'เทคโนโลยีควอนตัมจิต' ของมนุษย์เราเอง"
บรรยากาศในห้องทำงานกลับมาตึงเครียดขึ้นทันที พิมพ์ชนกขมวดคิ้วแน่น สมองอันปราดเปรื่องของเธอเริ่มประมวลผลคำพูดของกรณ์ "ถ้าเป็เช่นนั้นจริง พวกมันกำลังพยายามพัฒนาปัญญาประดิษฐ์หรือระบบอัลกอริทึมที่สามารถคาดการณ์พฤติกรรมมนุษย์ได้เหมือนกับ... พลังวิเศษที่คุณใช้อยู่ใช่ไหมคะ?"
กรณ์หันกลับมามองเด็กสาวด้วยแววตาที่ลึกซึ้งและจริงจัง "ถูกต้อง... ถ้าพวกมันสามารถสร้างระบบที่คาดการณ์และควบคุมจิตใจคนจำนวนมากได้ โลกทั้งใบก็จะตกอยู่ใต้การครอบงำที่สมบูรณ์แบบที่สุดโดยไม่มีใครรู้ตัวเลยด้วยซ้ำ"
ทันใดนั้นเอง หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักบนโต๊ะทำงานก็เกิดอาการกระพริบวูbวาบ สัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นพร้อมกับเสียงบี๊บดังระรัว ระบบไฟร์วอลล์ที่พิมพ์ชนกออกแบบอย่างแ่าเริ่มส่งเสียงเตือนว่ากำลังถูกเจาะระบบด้วยชุดคำสั่งความเร็วสูงที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
"เกิดอะไรขึ้น?!" พิมพ์ชนกอุทานด้วยความใ รีบพุ่งตัวเข้าไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ รัวนิ้วพิมพ์ชุดคำสั่งตรวจสอบการจราจรข้อมูลอย่างเร่งด่วน "มีคำสั่งแปลกปลอมกำลังพยายามเจาะทะลวงระบบฐานข้อมูลศูนย์วิจัยของเราค่ะ! ไม่ใช่การแฮกแบบธรรมดา แต่มันเป็การส่งคลื่นสัญญาณข้อมูลที่เข้ารหัสด้วยควอนตัมคีย์!"
กวินหน้าซีดเผือด รีบหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาตรวจสอบระบบการเงินสำรอง "ระบบธุรกรรมและบัญชีทุนสำรองของมูลนิธิก็เริ่มมีสัญญาณการโอนเงินออกอัตโนมัติไปยังบัญชีปริศนา... นี่มันการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เราเคยเจอมาเลยครับ!"
กรณ์ก้าวเดินกลับมาที่โต๊ะทำงานอย่างรวดเร็ว แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นจดจ่ออยู่กับหน้าจอที่กำลังแสดงผลเส้นกราฟสีแดงวิ่งตัดกันวุ่นวาย เขารู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่ฝีมือของแฮกเกอร์กระจอกๆ แต่เป็ฝีมือของ "มันสมองลึกลับ" ที่เขาเพิ่งคาดการณ์ไว้เมื่อครู่
"พวกมันเริ่มเดินหมากแล้ว..." กรณ์กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดเดี่ยว ไม่มีร่องรอยความหวาดกลัวปรากฏบนใบหน้าแม้แต่น้อย มีเพียงแววตาระดับปรมาจารย์ที่พร้อมจะรับมือกับศึกใหญ่
"พิมพ์ชนก ตัดการเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์หลักออกจากอินเทอร์เน็ตภายนอกทันที ใช้ระบบเซิร์ฟเวอร์สำรองแบบปิด (Isolated Network) ที่เราเตรียมไว้!" กรณ์ออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด
"กำลังดำเนินการค่ะ... ตัดการเชื่อมต่อสำเร็จ!" พิมพ์ชนกกดปุ่มคีย์ลัดครั้งสุดท้าย หน้าจอสีแดงฉานค่อยๆ สงบลง ข้อมูลสำคัญของศูนย์วิจัยและเยาวชนในเครือข่ายถูกดึงกลับเข้าสู่ระบบปลอดภัยทันเวลาก่อนจะถูกดูดข้อมูลไปจนหมด
"ส่วนกวิน ตรวจสอบเส้นทางการโอนเงินปลายทางว่าเป็ของใคร" กรณ์หันไปสั่งการผู้ช่วยหนุ่มต่อ
กวินรีบกวาดสายตามองหน้าจอแท็บเล็ต "ปลายทางถูกกระจายออกเป็บัญชีลูกข่ายนับพันบัญชีทั่วโลกผ่านระบบคริปโตเคอร์เรนซีแบบแกะรอยยากมากครับ... แต่เดี๋ยวก่อนครับท่าน มีข้อความสั้นๆ ถูกฝังมากับชุดคำสั่งสุดท้ายที่พวกมันส่งเข้ามา!"
กรณ์หรี่ตาลงเล็กน้อย "ข้อความว่าอะไร?"
กวินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะอ่านข้อความบนหน้าจอออกมาเสียงดังฟังชัด "เกมกระดานนี้ยังไม่จบ... ผู้กุมกาลเวลา จงเตรียมตัวรับมือกับหมากตัวสุดท้าย"
สิ้นเสียงอ่านของกวิน ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง กรณ์นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากของเขาจะค่อยๆ เผยรอยยิ้มจางๆ ออกมา—รอยยิ้มของนักหมากรุกผู้พบเจอคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อและท้าทายที่สุดในรอบหลายปี
"ดูเหมือนว่าคู่ต่อสู้ตัวจริงของเรา จะไม่ได้หลบซ่อนอยู่ในความมืดธรรมดาแล้วสินะ..." กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เปี่ยมด้วยพลังอำนาจ "มันรู้จักเรา และมันกำลังท้าทายเราอย่างเปิดเผย"
เขาสวมแว่นสายตากลับเข้าที่เดิม ยืดตัวตรงสง่างาม กวาดสายตามองลูกน้องทั้งสองคนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเชื่อมั่น
"าครั้งใหม่ไม่ได้รบกันด้วยกำลังทหารหรือะุปืนอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือาแห่งปัญญา ความตั้งใจ และอนาคตของมวลมนุษยชาติ เตรียมตัวให้พร้อม... เราจะเปิดเกมรุกเพื่อตามล่าหาตัวจริงของเ้าของเงาสีเทานี้ให้พบ"
คำสั่งของกรณ์จุดประกายความฮึกเหิมและมุ่งมั่นในใจของพิมพ์ชนกและกวิน ทั้งคู่พยักหน้ารับพร้อมกันอย่างหนักแน่น ไม่มีใครมีความหวาดกลัว มีแต่ความพร้อมที่จะเดินเคียงข้างผู้เป็นายไปจนถึงที่สุด
บนกระดานหมากรุกระดับโลกที่กว้างใหญ่ไพศาล เกมพลิกโลกบทใหม่ที่เข้มข้น ดุเดือด และซับซ้อนยิ่งกว่าเดิมกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง และกรณ์พร้อมแล้วที่จะใช้ดวงตากาลเวลาและกลยุทธ์อันเหนือชั้น ปกป้องอนาคตของมนุษยชาติไม่ให้ตกไปอยู่ในเงื้อมมือของความมืดชั่วนิรันดร์