เซียนกระบี่จ้าวแห่งเทพยุทธ์

    ตอนที่ 9 มอบวิชายุทธ์ระดับจักรพรรดิ์

    ผู้ฝึกตนขอบเขตมนุษย์นั้นอยู่ในช่วงขั้นสร้างรากฐานสังสมกาย ดึงลมปราณจากภายนอกเข้ามาสะสมเดินลมปรานขัดเกลาร่างกาย เลือดเนื้อ และกระดูก เพื่อเพิ่มพละกำลังและความแข็งแกร่งของร่างกาย
    เทียนอี้ที่ร่างกายผ่านการผลัดเอ็นเปลี่ยนกระดูกจากพลังเซียนมาแล้วในขอบขั้นนี้จึงไดเปรียบมหาสาร อีกทั้งร่างกายยังผ่านการชำระจนบริสุทธิ์จนทำให้ฝึกฝนได้มั่นคงรวดเร็วกว่าผู้อื่นเป็นอันมากอีกด้วย
    การพลัดเอ็นเปลี่ยนกระดูกด้วยพลังเซียนนั้น. ทำให้การทำงานของร่างกายและสมองพัฒนาไปจนเกินกว่าผู้คนจะคิดออก ทำให้ความจำการคิดวิเคราะห์สติปัญญาก้าวข้ามขั้นอัฉริยะไปอีกไกลและยังได้มีซึ่งกระดูกหยกอันแข็งแกร่งอีกด้วย
    กระดูกหยกนั้นแข็งแกร่งขนาดไหน?? มีเพียงผู้อยู่ในขอบเขตเซียนด้วยกันเท่านั้นจึงจะบอกได้ กระดูกหยกหรือกระดูกอัมตะถึงตายไปนานแค่ไหนแต่กระดูกก็คงอยู่ตลอดการ มีเพียงขอบเขตเซียนด้วยกันเท่านั้นที่ทำลายได้
    แต่ตอนนี้เทียนอี้กระดูกทั้งร่างกลับกลายเป็นกระดูกหยกไปแล้วแบบนี้หมายความว่าต่อให้การต่อสู้รุนแรงแค่ไหน ถ้าขอบเขตเซียนไม่ลงมือโจมตีด้วยสุดกำลังเทียนอี้ก็จะไม่มีการบาทเจ็บมากจนถึงขั้นร่างแหลกสลาย แขนขาขาดออกจากร่างแน่นอน
    แต่ถึงอย่างนั้นผิวหนัง กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น อวัยวะภัยในก็ยังคงเป็นปกติสามารถบาดเจ็บภายนอก และภายในได้อยู่ดี แต่ก็ไม่ถึงขั้นพิการแขนขาขาดอย่างแน่นนอน เทียนอี้ตอนนี้เปรียบเหมือนสัตว์ประหลาดไปแล้วจริงๆก็ว่าได้
    รุ่งอรุณมาเยือนเทียนอี้ทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยเด็กรับใช้วิ่งมาเชิญไปยั่งห้องอาหารเพื่อทานอาหารเช้าร่วมกับเปาเฉินและสองผู้อาวุธโส ตอนนี้ทุกเปลี่ยนคำเรียกเทียนอี้เป็น "นายน้อย" ไปส่ะแล้วซึ่งเทียนอี้ก็ไม่ได้ปฎิเสธแต่อย่างได
    "นายน้อยเทียนอี้ ข้าและเป่าเฉินจะกลับไปที่หอการค้าหมื่นธารา สาขาหลักที่อาณาจักรธาราสวรรค์ในอีกเจ็ดวันข้างหน้าท่านจะไปพร้อมกับเราด้วยหรือไม่" ผู้อาวุธโสหยงถามเทียนอี้หลังทานอาหารเสร็จ "ผู้อาวุธโสหยงเชิญท่านกลับก่อนได้เลยข้าขอเดินทางฝึกฝนด้วยตนเองจะสะดวกกว่า เมื่อมีโอกาสข้าจะเดินทางไปยังเมืองธาราสวรรค์เพื่อเยี่ยมเยียนพวกท่านอีกที"
    ผู้อาวุธโสหยงเข้าใจเหตุผลในข้อนี้ดีจึงพยักหน้าเป็นการรับทราบ ดังคำกล่าวที่ว่า ผู้ฝึกตนจะแข็งแกร่งได้ต้องเดินเก็บเกี่ยวประสบการต่อสู้ด้วยเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายด้วยตนเอง "ไม่ทราบว่าท่านผู้อาวุธโสทั้งสองและพี่เป่าเฉินใช่อาวุธประเภทไดกันบ้าง พอจะบอกให้ข้าทราบได้หรือไม่??" เทียนอี้ต้องการที่จะตอบแทนทั้งสามคนโดยการมอบวิชายุทธ์ให้คนล่ะหนึ่งวิชา ซึ่งย่อมไม่ใช่วิชาธรรมดาทั่วไปที่หาได้บนทวีปตะวันออกอย่างแน่นนอน
    ทั้งสามคนเข้าใจความหมายของเทียนอี้จึงบอกอาวุธที่ตนใช้ออกไปทั้งสามคน "ข้างจางหยงฝึกเพลงกระบี่มาทั้งชีวิต" "ข้าจางหลินตั้งแต่เล็กฝึกฝนวิชาดาบ" "ส่วนข้าจางเป่าเฉินใช้วิชากระบี่เช่นกันกับท่านปู่หยง" ต่างก็มีความคาดหวังอย่างมากกับวิชาของเทียนอี้
    ยิ่งหลังจากได้ทราบว่าเทียนอี้เป็นผู้ได้รับวาสนาสืบทอดมาจากเซียนท่านหนึ่ง. วิชาที่สืบต่อมาย่อมไม่ใช่วิชายุทธไก่กาทั่วไปอย่างแน่นอนไม่มีทาง! "เช่นนั้นตอนนี้ข้าขอตัวก่อนตอนเย็นจะกลับมาพบกับพวกท่านอีกครั้ง" พูดเสร็จก็หันหลังเดินจากไปยั่งห้องพักของตน เทียนอี้คิดเสมอว่าใครดีกับตนตนจะดีกลับไปสิบเท่า แค่ร้ายใส่เขาเขาจะร้ายกลับร้อยเท่าเสมอ ดังนั้นสำหรับสามคนนี้ที่ดีต่อเขาและให้ความร่วมมือมาโดยตลอดเขาย่อมไม่สามารถเป็นผู้รับเพียงผู้เดียวได้ จึงกลับมานั่งที่โต๊ะน้ำชาคิดหาตำราวิชายุทธ์ในความทรงจำออกมา
    คิดอยู่สักพักก็โบกมือนำตำราเปล่าออกมาสามเล่มและพู่กันออกมาจากแหวนมิติ และเริ่มลงมือคัดลอกวิชาระดับจักรพรรดิ์ ออกมาสามวิชาด้วยกัน. วิชากระบี่เทพแปดทิศ . วิชากระบี่เซียนกระเรียนเหิน. วิชาดาบสบั้นภพ ใช่เวลาหนึ่งชั่วยามก็แล้วเสร็จ
    หลังจากเก็บทุกอย่างแล้วก็กลับไปนั่งฝึกพลังปราณของตนอีกครั้ง จนถึงช่วงค่ำของวันกได้ออกไปร่วมรับประทานอาหารร่วมกับทั้งสามคนอีกครั้งที่ห้องอาหาร หลังจากทานอาหารเสร็จแล้วก็ได้ส่งมอบวิชาให้ทั้งสามคนไปคนล่ะหนึ่งเล่มและไม่อนุญาติให้นำออกไปถ่ายทอด "วิชากระบี่เทพแปดทิศมอบใหผู้อาวุธโสหยง . วิชากระบี่เซียนกระเรียนเหินมอบให้พี่เป่าเฉิน. วิชาดาบสบั้นภพมอบให้ผู้อาวุธโสหลิน" เทียนอี้พูดพร้อมส่งคำภีวิชาทั้งสามเล่มออกไป "ทั้งสามเล่มคือวิชาระดับจักรพรรดิ์ ข้าขอมอบให้พวกท่านแทนคำขอบคุณ"
    "วิชาขั้นจักรพรรดิ์!!" ทั้งสามคนรับมาด้วยมือที่สั่นเทาวิชาขั้นจักรพรรดิ์ ฝึกฝนจนชำนาญขอบเขตพลังก็จะไปถึงขั้นจักรพรรดิ์เช่นกัน วิชาระดับนี้ทั้งทวีปตะวันออกคงมไมถึง 20 เล่ม แต่ตอนนี้พวกเขาพึ่งได้รับมาถึงสามวิชา
    ตอนนี้ทังสามคนแทบอยากเข้าไปกอดเทียนอี้สายตาที่มองไปยังเทียนอี้ส่องประกายวิบวับจนเทียนอี้ขนหัวลุกเพราะรู้สึกแปลกๆ จึงได้แต่ยิ้มแหยงๆเท่านั้น