บทที่ 3 การต่อสู้ของพ่อลูก
ผ่านไปเพียงแค่ 10นาทีเท่านั้นก็ได้มาถึงที่พักไวกว่าปกติหลายเท่านัก
ชิว เหวินเจี้ยน ก็ได้เปิดประตูบ้าน พบว่าเสด็จพ่อ และ เสด็จแม่ ได้มารออยู่ที่หน้าบ้านก่อนแล้ว
ท่านพ่อ ท่านแม่ ดูนี่ ลูกพาท่านอามาจาก เมืองใกล้ๆแถวๆนี้ท่านอาได้บอกข้าว่าอยากจะมาคุยกับ ท่านพ่อ และ ท่านแม่ เป็การส่วนตัวลูกเพียงแค่พามาเท่านั้น ลูกขอตัวไปเข้าห้องนอนก่อน
หลังจากที่ ชิว เหวินเจี้ยน ได้เข้าไปในห้องเขาก็ได้ทำการเขียนกระดาษอะไรสักอย่างแล้วก็ได้เริ่มฝึกยุทธ์ ให้ทะลวงขั้นที่ 1 เขตแดนมนุษย์ เพื่อที่เขาจะได้เข้าไปเป็ลูกศิษย์ในสำนักใดสำนักหนึ่งเพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตแบบคนปกติ
ณ ที่ ห้องรับแขก ชิว ซานเฟิง ได้คุกเข่าแล้วเอ่ยปากขึ้นมาว่าท่านพี่ก่อนอื่นข้าจะต้องขอโทษท่านก่อนเลย เื่ที่ไล่ท่านออกจากตละกูนั้นข้ามีเหตุผลบางอย่าง
ข้าไม่เคยคิดเลยที่จะไล่ท่านให้สละตำแหน่งผู้นำตระกูลแม้แต่น้อยเพียงแค่ข้า้าหาฏในตระกูล เพียงเท่านั้นจริงๆท่านพี่โปรดให้อภัยแก่ข้าสักครั้งข้าคิดว่าจะประกาศออกไปให้ท่านกลับไปรับตำแหน่งประมุขเช่นแต่ก่อน ท่านคิดว่าดีหรือไม่
ชิว ซานเฟิง เ้านั้นทำในสิ่งที่ถูกต้องไม่จำเป็ต้องมากความลุกขึ้นเถิด ส่วนข้านั้นไม่สนใจตำแหน่งประมุขอะไรนั่นหรอกข้าเพียงหวังให้เ้านั้นดูแล ตระกูล ชิว อย่างที่มันเคยเจริญรุ่งเรืองก็พอ
ชิว ซานเฟิง ได้กล่าวขึ้นมาทันทีท่านพี่ข้ามีอะไรจะกล่าวอีกสักเื่ มันเป็เื่ของ เจี้ยนน้อย ท่านควรจะให้เขาออกไปเผชิญโลกภายนอกได้แล้วเขานั้นเติบโตขึ้นมาอย่างก้าวะโเลยทีเดียวข้าหละยังสงสัยอยู่ว่าท่านนั้นสอนอะไรให้แก่เขา เขาถึงได้บรรลุ ระดับที่เหนือกว่าเขตแดนมนุษย์ ไปแล้วท่านพี่ไม่คิดที่จะให้ เจี้ยนน้อยได้ออกไปผจญภัยข้างนอกหรอกหรือ
เมื่อ ชิว ซานฟู่ ได้ยินดังนั้นก็คิดทบทวนกลับไปว่า ทำไม ซานเฟิง ถึงรู้ได้ว่า เจี้ยนเอ๋อ เหนือกว่าระดับเขตแดนมนุษย์ไปแล้ว ทั้งๆที่ข้ายังไม่รู้เลยแม้เพียงนิด เมื่อ 2-3วันก่อนเขายังไม่มีพลังเลยด้วยซ้ำไป แล้วทำไมวันนี้ ซานเฟิง ถึงได้บอกว่าเจี้ยนเอ๋อ นั้นบรรลุเขตแดนที่เหนือ กว่าเขตแดนมนุษย์ไปซะแล้ว
ชิว ซานเฟิง ไม่ปล่อยให้ ชิว ซานฟู่ ได้คิดอีกเขาจึงกล่าวเสริมต่อว่าบอกตามตรงท่านพี่ ข้าเองก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อสักเท่าไรถ้าข้าไม่เห็นด้วยตาตนเองแต่ว่าลูกชายของท่านนั้น บุกเข้าไปที่ตระกูล แถมยังฆ่ายามเฝ้าประตูที่มีระดับ 4เขตแดนมนุษย์ ตกตาย แบบยังไม่ทันได้กระพริบตาอีกด้วย เขาจะต้องเติบโตได้ไกลมากในโลกข้างนอกนั่น ข้าบอกได้เพียงเท่านี้ ท่านคิดเห็นเป็เช่นไร
ได้ในเมื่อเ้ากล่าวมาขนาดนี้ข้าคงต้องขอพิสูจน์สักหน่อยแล้ว ว่าที่เ้าพูดนั้นเป็จริงหรือไม่ถ้าเขาสามารถเอาชนะข้าได้ ภายใน 3 กระบวนท่า ถือว่าเ้านั้นมิได้พูดเกินจริงไป
เมื่อกล่าวเสร็จ ชิว เหวินเจี้ยนก็เดินออกมาจากห้องพอดิบพอดี
เจี้ยนเอ๋อ พ่อมีอะไรจะพูดกับเ้าสักเล็กน้อยเ้าออกไปข้างนอกบ้านกับพ่อสักแปบนึงได้หรือไม่ พ่อแค่อยากจะพิสูจน์อะไรสักเล็กน้อยเพียงเท่านั้น
ได้ขอรับเสด็จพ่อ ข้าว่ากำลังจะออกไปเดินเล่นข้างนอกอยู่พอดีแล้วข้าว่าจะออกไปสักหลายวันหน่อย เสด็จพ่อคงไม่ว่าอะไรไช่หรือไม่
ไว้ค่อยว่ากันเื่นั้นหลังจากที่เ้าเอาชนะข้าได้ซะก่อน แต่มีข้อแม้ว่า เ้าต้องชนะภายใน3กระบวนท่าเท่านั้น!
หน้าบ้านนั้น มี ชิว เหวินเจี้ยนที่ดูท่าทางสบายๆ กับ ชิว ซานฟู่ ที่มีท่าทางเอาจริงเอาจังเป็อย่างมาก
เริ่ม!!!
ชิว เหวินเจี้ยนเพียงยืนเฉยๆท่าทีสบายๆ ข้างหน้าเขานั้นมี ชิว ซานฟู่ที่กำลังพุ่งมาด้วยความเร็วสุดตัวของเขา ปล่อยหมัดเข้ากับหน้าท้องของ ชิวเหวินเจี้ยน
ชิว เหวินเจี้ยน ไม่มีท่าทีจะขยับหลังจากที่โดนต่อยเข้าไปที่หน้าท้องอย่างจัง ชิว เหวินเจี้ยน นั้นยังยืนอยู่ที่เดิมเหมือนไม่มีอะไรเคยเกิดขึ้นมาก่อน
ส่วนทางด้าน ชิว ซานเฟิงที่กำลังดูอยู่นั้นได้แต่อ้าปากค้างเพราะถ้าเขาโดนหมัดนี้เข้าไปเต็มๆยังไงก็หมดสภาพไม่สามารถสู้ต่อไปได้อีก แต่กับชิว เหวินเจี้ยน นั้นเขาไม่เป็อะไรเลยแม้แต่น้อย เขาต้องแข็งแกร่งขนาดไหนถึงจะรับหมัดนี้ได้ตรงๆโดยไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย
ชิว ซานฟู่ เอ่ยปากออกมาก่อนที่จะเริ่มปะทะกันรอบต่อไปเจี้ยนเอ๋อ เ้าชนะแล้ว ทั้งๆที่พ่อทุ่มพลังสุดตัว แต่ยังไม่สามารถทำอะไรเ้าได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเ้าเติบโตขึ้นมามากเลยทีเดียวเ้าพอบอกกับพ่อได้หรือไม่ว่าเ้านั้นมีพลังอยู่ที่ระดับใด
ชิว ซานเฟิงก็อยากรู้เช่นกันเขาจึงรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ
ข้าบอกเสด็จพ่อตามตรงข้านั้นอยู่เพียงแค่ เขตแดนมนุษย์ขั้นที่ 1 เพียงเท่านั้น และข้าแค่โชคดีกว่าคนอื่นก็เท่านั้นตรงที่ว่า ข้านั้นได้เจอมหาสมบัติในถ้ำแห่งหนึ่งตอนที่ข้าออกไปข้างนอกข้างในนั้นมีแผ่นกระดาษเขียนวิชาการบ่มเพาะขั้นสุดยอดไว้อยู่ 1 ชนิดข้าสามารถนำมันมาให้เสด็จพ่อดูได้ เสด็จพ่อโปรดรอสักครู่เดี๋ยวข้าจะเข้าไปเอามันมาให้ท่านดู
หลังจากที่ ชิว เหวินเจี้ยนนั้นได้นำกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา ทุกคนนั้นในตามีแต่ความคาดหวังถึงที่สุดแต่หลังจากที่ได้เห็นแล้วนั้น ก็ต้องประหลาดใจถึงความเก่าแก่ของตัวอักษรที่เขียนนั้นยากเกินกว่าจะเข้าใจได้แค่เพียงมองก็รู้ว่าเป็มหาเคล็ดวิชาบ่มเพาะที่โบราณอย่างมาก ข้างบนหัวกระดาษนั้นเขียนว่า “ทักษะบ่มเพาะพิชิตฟ้า” ทำให้ดูยิ่งใหญ่ไพศาลเป็อย่างมาก
แน่นอนว่าวิชาที่ ชิว เหวินเจี้ยนให้นั้นไม่ไช่วิชาที่ตนเองฝึกฝน แต่เขาเขียนวิชาที่ตนเองพึ่งคิดค้นได้เมื่อกี้นี้ตอนที่เข้าห้องของเขาไปแต่ว่าศักยภาพของมันนั้น โดดเด็นที่สุดในดาวดวงนี้อย่างแน่นอน
เสด็จพ่อ ถ้าอย่างนั้นข้าขอ ออกไปข้างนอกเลยได้หรือไม่ข้าจะไปเข้าสำนักใดสำนักหนึ่งใน ดินแดนเมฆา ข้าได้ยินมาว่าคนเ่าั้สามารถบินบนฟ้าได้ตามที่้า เมื่อบรรลุถึงขอบเขตที่มีชื่อว่า เขตแดนก่อตั้งเมฆา ส่วนกระดาษใบนั้นข้าให้ท่านพ่อไว้ฝึกวิชาบ่มเพาะของท่านเองมันวิเศษมากมันเขียนเอาไว้ว่า ท่านสามารถฝึกฝนวิชาต่อได้เลย ไม่จำเป็ที่จะต้องเริ่มบ่มเพาะพลังใหม่ั้แ่ต้น
ได้เลย เจี้ยนเอ๋อเ้านั้นจะต้องเติบโตให้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้ตำนานของโลกนี้นั้นมีคนพูดถึงมันอยู่มากมายและได้มีบันทึกถึงเื่ราวในอดีตต่างๆนาๆ เมื่อผู้ใดบรรลุถึง ขอบเขตเมฆา มันผู้นั้นจะสามารถเหาะไปที่ใดก็ได้ตาม้า แม้แต่ดวงดาวอื่นก็ไม่เว้น!เ้าจงทำมันให้ได้แบบที่ตำนานได้กล่าวไว้
ขอรับเสด็จพ่อแต่ก่อนอื่นข้านั้นต้องไปส่ง ท่านอา ชิว ซานเฟิง ซะก่อนท่านอาจะกลับเลยหรือไม่ขอรับ
งั้นข้าขอตัวลาท่านพี่ และท่านหญิงชิว เยวี่ย สักแปบนึง
ชิว ซานเฟิง ก็ได้กล่าว ท่านพี่ข้านั้นได้จับกุมผู้ก่อฏในตระกูลได้แล้ว มันคือ ผู้าุโที่ 1 ชิว หนานกงมันได้บรรลุถึงระดับ 9 เขตแดนมนุษย์ เมื่อปีที่แล้ว และได้ตั้งตัวเป็ฏเนื่องจากมัน้าตำแหน่งผู้นำตระกูล ชิว มันเลยเริ่มปล่าวประกาศให้ทั่วทั้ง “ดินแดนดาวเดือน” ได้ทราบว่าตระกูลของพวกเรากำลังตกต่ำลง
ดินแดนดาวเดือน นั้นเป็ดินแดนที่ ชิวเหวินเจี้ยน กำเนิดขึ้นมาั้แ่แบเบาะ ส่วนมากเป็ดินแดนของตระกูลที่มีอำนาจต่างๆ ที่ขึ้นตรงต่อ ดินแดนเมฆา และ ในส่วนของ ตระกูล ชิว นั้นก็เป็ส่วนหนึ่งในตระกูลที่ขึ้นตรงต่อ ดินแดนเมฆา แต่ถึงจะอย่างนั้นก็ตาม ตระกูลชิว กลับเป็หนึ่งในตระกูลที่อ่อนแอที่สุดในตระกูลสาขาด้วยเช่นกัน
ชิว ซานฟู่เมื่อได้ยินดังนั้นก็ได้กล่าวขึ้นมาแบบไม่สนใจ ตระกูล ชิวนั้นเป็ตระกูลที่อ่อนแอมาแต่ไหนแต่ไร ข้าจะให้เ้าดูแลต่อไป ส่วนข้านั้นจะทำหน้าที่อยู่เื้ัเท่านั้นข้าจำเป็ที่จะต้องแข็งแกร่งขึ้น พอที่จะทำให้ ตระกูลของตนเองนั้นอยู่รอดจากขุมกำลังอื่นๆให้ได้
ขอรับท่านพี่ ชิว ซานเฟิง รับคำพร้อมทำความเคารพ และ หันไปอีกทิศทางหนึ่งนั่นก็คือทิศที่ เสด็จแม่ของ ชิว เหวินเจี้ยน ยืนอยู่ ท่านหญิง ชิว เยวี่ยท่านนั้นยังงดงามเหมือนเช่นแต่ก่อนไม่มีผิดข้านั้นได้มาบอกข่าวของตระกูลเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวลาและขอให้ท่านทั้งสองคน มีอายุยืนยาวนับหมื่นปี
เมื่อกล่าวเสร็จ ชิว ซานเฟิงก็ได้เดินออกมาข้างนอกบ้านและพูดกับ ชิว เหวินเจี้ยน
เจี้ยนน้อย ข้าพร้อมที่จะกลับไปดูแลตระกูล ชิวแล้ว ส่วนท่านพ่อของเ้านั้นเขาน่าจะเก็บตัวบ่มเพาะสักระยะหนึ่งแล้วค่อยกลับไปดูแลตระกูล เช่นเดิม
ขอรับท่านอา ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็เริ่มเดินทางกันเถิด
ชิว เหวินเจี้ยน ก็ได้จับแขนของ ชิว ซานเฟิงและเหาะกลับไปที่ ตระกูล ชิว โดยใช้เวลาเพียงแค่ 5นาที เท่านั้น เนื่องจาก ชิวเหวินเจี้ยน ได้ทำการบ่มเพาะถึงเขตแดนมนุษย์ขั้นที่1โดยใช้วิชาพิเศษที่ตนเองเป็คนสร้างขึ้นเมื่อนานมาแล้วซึ่งเป็วิชาบ่มเพาะที่เขาใช้เมื่อตอนที่ตนเองเป็ผู้จักรวาล
ชิว ซานเฟิง เมื่อมาถึงหน้าประตูเมืองของตระกูล ชิว ก็ได้กล่าวกับ ชิว เหวินเจี้ยน ว่า เจี้ยนน้อย เ้านั้นจำเป็ที่จะต้องเดินทางอีกแสนไกลโปรดรับสิ่งนี้เอาไว้
ชิว ซานเฟิง ได้โยนกระเป๋าผ้าใบหนึ่งให้กับ ชิวเหวินเจี้ยน และบอกถึงสิ่งของที่อยู่ข้างในถุงผ้านั้น ข้างในนั้นมีเงิน 5แสนเหรียญเงินและ กระเป๋ามิติขนาดเล็ก ซึ่งกระเป๋ามิติขนาดเล็กนั้นเก็บของได้ไม่เยอะเท่าไรนักแต่ถ้าเก็บเพียงแค่เหรียญเท่านั้น ก็น่าจะได้ราวๆสัก 5ล้านเหรียญเงิน
หลังจาก ชิว เหวินเจี้ยนได้รับของเรียบร้อยแล้ว เขาก็ได้ขอตัวลา ชิว ซานเฟิง และเดินทางต่อไป
ชิว เหวินเจี้ยน นั้นกำลังที่จะไป ดินแดนเมฆาเพื่อที่จะได้หาลูกศิษย์สักคนที่จะมาทำให้ชีวิตของเขานั้นสบายขึ้นและจะได้ไม่ต้องเปลืองแรงของเขาอีกด้วย
เมื่อ ชิว เหวินเจี้ยน มาถึง ดินแดนเมฆาดินแดนนี้เป็ดินแดนที่ใหญ่โตกว่า ดินแดนดาวเดือน เป็อย่างมาก มีผู้คนเยอะแยะมากมายส่วนระดับพลังยุทธ์ของแต่ละคนนั้น ไม่มีใครต่ำกว่า เขตแดนนักสู้สักคน และมี4สำนักใหญ่ๆด้วยกัน นั้นคือ อันดับที่ 1.สำนักเมฆา อันดับที่ 2.สำนักจันทรา อันดับที่ 3.สำนักสุริยัน และอันดับที่ 4.สำนักไร้นามการจัดอันดับสำนักนั้น เกิดขึ้นทุกปี เป็สำนักใหญ่ทั้ง4จัดกันขึ้นมาเองเพื่อที่จะได้รู้ข่าวว่า แต่ละสำนักนั้นมีอัจฉริยะหน้าใหม่เข้ามาในสำนักใดบ้างและของรางวัลชนะเลิศนั้นก็เยอะมหาศาลเพื่อที่จะได้สนับสนุนสำนักนั้นๆ
ชิว เหวินเจี้ยนนั้นได้เดินไปตามทางเพื่อที่จะได้ตามหาสำนักใดสำนักหนึ่ง ที่ดูแล้วน่าจะใช้ชีวิตสบายๆและได้ลูกศิษย์ ที่ดีมาทำหน้าที่แทน
แต่ก่อนที่ ชิว เหวินเจี้ยนจะเดินไปถึงสำนักนั้นเขาก็ได้เจอกับกลุ่มคนที่กำลังมุงดูอะไรกันสักอย่าง
บ