ไม่รู้ว่าเวลาผ่านมาเท่าไหร่เเล้วที่หยางจื่อนั่งดูดซับเปลวเพลิงเหมันต์อย่างต่อเนื่อง การดูดซับเปลวเพลิงเหมันต์นั้นยากลำบากมากกว่าตอนที่หยางจื่อดูดซับเปลวเพลิงเทวะดวงแรกที่หยางจื่อดูดซับเสียอีก3 ปีผ่านไป หยางจื่อดูดซับเปลวเพลิงเหมันต์ได้อย่างสมบูรณ์ร่างกายของหยางจื่อเปล่งรัศมี ของความเย็นชามากกว่าเดิม ราวกับว่าการดูดซับเปลวเพลิงเหมันต์ในครั้งนี้อาจจะมีผลกระทบต่อนิสัยของหยางจื่อหยางจื่อค่อยๆลืมตาขึ้น ไอพลังความเย็นแผ่กระจายออกมาทุกอิริยาบถ แววตาของหยางจื่อดูเย็นชาอย่างมาก หยางจื่อที่ได้รับข้อความสุดท้ายของชายชรา ทำให้หยางจื่อรู้ว่าชายชราช่วยเหลือตนเองจนต้องวิญญาณดับสูญลง แต่ชายชราก็ได้ทิ้งทักษะที่ทรงพลังให้กับหยางจื่อทำให้หยางจื่อรู้สึกซาบซึ้งในความเมตตาของชายชราอย่างสุดซึ้งหยางจื่อหันไปมองท่านปู่และท่านย่าของตนก่อนจะเผยแววยินดี"สลาย!!!!!" หยางจื่อกล่าวอย่างแผ่วเบาผนึกน้ำแข็งที่ขังตัวของทั้งสองไว้เริ่มหลอมละลายลงหยางจื่อที่สามารถควบคุมพลังของเปลวเพลิงเหมันต์ได้อย่างใจนึก และใน 3 ปีมานี้ระดับพลังของหยางจื่อเองก็เพิ่มขึ้นมา 5 ระดับ ในตอนนี้พลังของหยางจื่ออยู่ปราณจักรพรรดิสวรรค์ขั้นที่ 4 เเล้วบวกกับเปลวเพลิงเทวะ พลังของดาบมังกรสวรรค์ พลังของหยางจื่อสามารถคุกคามคนที่อยู่ปราณนักบุญสวรรค์ได้อย่างง่ายดายชั้นผนึกน้ำแข็งถูกทำให้หลอมละลายออกไปจนหมด ผิวหนังที่ซีดเซียวของทั้งสองเริ่มกลับมามีน้ำมีนวลขึ้นอย่างช้า ๆ 7 วันผ่านไปเปลือกตาของทั้งสองก็ขยับและลืมตาขึ้นมา"นี่มันเกิดอะไรขึ้น" หญิงสาววัยกลางคนกล่าว"หรือว่าเปลวเพลิงเหมันต์จะหลุดออกจากผนึกได้เเล้ว" ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสสียงตื่นตระหนก"ท่านปู่ ท่านย่า ในที่สุดท่านก็ตื่นเเล้ว" หยางจื่อกล่าวชายชราและหญิงสาววัยกลางคนหันหน้าไปยังต้นเสียงและเห็นชายหนุ่มที่หล่อเหลาที่แผ่กระจายความเย็นชาออกมา"เจ้าหนุ่มเจ้าคือ...." หยางฟงกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก"นี่ท่านจำหลานของตนไม่ได้เเล้วรึ" หยางจื่อกล่าวด้วยรอยยิ้ม"จื่อเอ๋ออย่างงั้นรึ" หยางจื่อกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่น"หืมจื่อเอ๋อ อย่าบอกนะว่าหลานคนเล็กของข้า จื่อเอ๋ออย่างงั้นรึ" หญิงวัยกลางคนกล่าวด้วยน้ำเสียงมีความสุขหยางจื่อเดินไปประคองทั้งสองให้ลุกขึ้น ร่างกายของทั้งสองยังไม่ฟื้นฟูเต็มที่และทั้งสองก็ถูกผนึกมาเป็นเวลานานทำให้ทั้งสองขยับตัวยากลำบากเล็กน้อย"เดี๋ยวก่อนจื่อเอ๋อเจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แล้วทำไมข้าถึงสัมผัสถึงกลิ่นอายของเปลวเพลิงเหมันต์จากตัวเจ้าได้กัน" หยางฟงกล่าวด้วยน้ำเสียงสับสน"คือเรื่องมันเป็นแบบนี้..."หยางจื่อเล่าเรื่องที่ตนเข้ามาในดินแดนแห่งนี้เพื่อมาตามหาทั้งสองและเข้าร่วมกับวิหารเยือกแข็งมีเสวี่ยเฟิงเป็นอาจารย์และถูกตระกูลเสวี่ยโจมตีและหลบหนีนักรบของดินแดนเปลวเพลิงไล่ตามจนตกลงมายังผาไร้ที่สิ้นสุดและได้ดูดซับเปลวเพลิงเหมันต์เพื่อช่วยทั้งสอง"บัดซบ เจ้าพวกตระกูลเสวี่ย พวกข้าอส่าเสียสละเพื่อช่วยเหลือพวกมันแต่พวกมันกับทำกับจื่อเอ๋อแบบนี้ข้าไม่สามรถให้อภัยมันได้เเล้ว" หยางฟงกล่าว"เจ้าคงไม่คิดที่จะห้ามข้าเป็นครั้งที่สองใช่หรือไม่ อู่หลิง" หยางฟงหันไปกล่าวกับหญิงสาววัยกลางคน"ข้าได้ทดแทนบุญคุณต่อตระกูลเสวี่ยไปหมดแล้ว ครั้งนี้พวกเขาคิดสังหารหลานชายของข้า แน่นอนว่าข้าก็ไม่อาจให้อภัยพวกเขาได้ แต่ในกลุ่มตระกูลเสวี่ยเองก็มีกลุ่มที่ไม่ได้คิดร้ายต่อเจ้าเช่นกัน เช่นเสวี่ยเฟิงเด็กคนนั้นจะต้องรู้สึกผิดอย่างมากแน่ที่ไม่สามารถปกป้องเจ้าไว้ได้" เสวี่ยอู่หลิงกล่าว"ข้ารู้ว่าท่านย่าหมายถึงอะไร ข้าจะสังหารกลุ่มคนที่คิดร้ายกับข้า แต่กลับกลุ่มคนที่ไม่ได้ทำร้ายข้า ข้าก็ไม่คิดจะทำร้ายพวกเขา" หยางจื่อกล่าว"ดี สมกับเป็นหลานข้า มันถึงเวลาเเล้วที่จะต้องชำระล้างตระกูลที่เน่าเหม็นตระกูลนี้" หยางฟงกล่าว"แล้วพวกเราจะทำอย่างไรต่อ" เสวี่ยอู่หลิงกล่าว"ข้ามีคนรู้จักอยู่ที่ดินแดนเปลวเพลิง ก่อนอื่นพวกเราไปคิดบัญชีกับเจ้าพวกนั้นก่อน อย่างน้อยก็ต้องให้พวกมันได้ชดใช้ค่าเสียหายที่มาทำร้ายหลานข้า " หยางฟงกล่าวหยางจื่อนำสมุนไพรและวัตถุดิบล้ำค่ามากมายออกมาให้ทั้งสองได้ฟื้นฟูพลัง หยางฟงอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงกับความมั่งคั่งของหยางจื่อ หยางจื่อเล่าเรื่องที่ตนไปยังดินแดนลับของสัตว์อสูรเทวะให้ทั้งสองฟัง ดวงตาของทั้งสองลุกวาว"ดูเหมือนข้าจะต้องหาเวลาไปที่นั่นบ้างเเล้ว" หยางฟงกล่าวหลังจากที่ทั้งสองพักฟื้นพลัง ในที่สุดพลังของทั้งสองก็กลับมาเหมือนเดิมอย่างรวดเร็ว หยางฟงพาหยางจื่อขึ้นไปบนผาไร้ที่สิ้นสุดได้อย่างไม่ยากเย็นด้วยการปลดปล่อยเจดีย์วิญญาณ 7 ชั้นออกมาทำให้สัตว์อสูรที่ทรงพลังต่างก็ถูกสังหารจนหมด หยางจื่อที่เห็นพลังของหยางฟงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกทึ่ง หยางฟงนั้นใช้พลังของสายฟ้าและเปลวเพลิง ต่างจากหยางเทียนอวี้ที่ใช้พลังของ วายุและสายฟ้าหลังจากที่ทั้งสามขึ้นมาจากผาไร้ที่สิ้นสุดเเล้วหยางฟงก็พาหยางจื่อไปยังดินแดนเปลวเพลิง ด้วยพลังของหยางฟงและเสวี่ยอู่หลิงการเดินทางจึงรวดเร็วอย่างมากเพียงแค่ 1 วันพวกเขาก็ถึงเมืองหลวงของดินแดนเปลวเพลิง"ถู่เหล่ยออกมาเดี๋ยวนี้" หยางฟงตระโกนออกมาประมุขของดินแดนเปลวเพลิงที่กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ก็สั่นสะท้านก่อนที่แสงในดวงตาจะเผยแววตกตะลึงออกมา ประมุขของดินแดนเปลวเพลิงที่ชื่อถู่เหล่ยบินออกมาจากวิหารโลกัณฑ์และตรงมาหาหยางฟงในทันที เมื่อเห็นหยางฟงใบหน้าของอู่เหล่ยก็แสดงความตื่นตระหนก"ท่านผู้อาวุโสนี่ท่านสามารถผนึกเปลวเพลิงเหมันต์ได้เเล้วรึ" อู่เหล่ยกล่าว"ไม่ใช่ข้าเเต่เป็นหลานข้า" หยางฟงกล่าวอู่เหล่ยหันไปมองทางหยางจื่อก่อนที่แววตาจะเผยความประหลาดใจและตื่นตระหนกราวกับเห็นผี"เจ้ามันหยางจื่อไม่ใช่รึ แซ่หยาง...หรือว่า!!!!!!" อู่เหล่ยหันไปทางหยางฟง"ถูกเเล้วเขาคือหลานแท้ๆของข้า เจ้ากล้ามาที่มาทำร้ายหลานของข้าเจ้าจะชดใช้ให้กับเรื่องนี้หยางไร" หยางฟงกล่าวในตอนนั้นเองที่ผู้อาวุโสของวิหารโลกัณฑ์และคนของดินแดนเปลวเพลิงต่างก็มาอยู่ข้างหลังอู่เหล่ยพวกเขาถึงตะลึงที่เห็นอู่เหล่ยแสดงความสุขภาพต่อหยางฟง แต่ก็มีบางคนที่แสดงสีหน้าตกตะลึงเหมือนกับเห็นผีเมื่อเห็นหยางจื่อ"เรื่องนี้ข้าย่อมชดใช้ให้หยางแน่นอน มันเป็นความผิดของข้าเองที่ไม่คิดให้ดีและไม่รู้ว่าเขาคือหลานของท่านไม่งั้นข้าก็คงไม่กล้ากระทำเช่นนี้" อู่เหล่ยกล่าวด้วยควาหวาดกลัวหยางฟงปลดปล่อยพลังเซียนสวรรค์ขั้นที่ 7 ออกมาทำให้ใบหน้าของกลุ่มขคนของดินแดนเปลวเพลิงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว อู่เหล่ยที่อยู่ปราณเซียนสวรรค์ขั้นที่ 6 ไม่อาจเทียบกับหยางฟงได้เลย และที่สำคัญหยางฟงมีเจดีย์วิญญาณถึง 7 ชั้นและถูกเติมเต็มไปเเล้ว 5 ชั้น--------------------------------------------------------------------------------