กรวิกยืนก้มหน้า เขาค่อย ๆกำมือแน่นจนเห็นรอยนูนของเส้นเื รู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าน้ำตาลและแมวน้ำไม่วิ่งตามหาตนที่กำลังไปเอาของให้คุณชาติชายเขาไม่มีทางรู้เด็ดขาดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเ้านาย
แสงไฟจากไซเรนของรถพยาบาลโดดเด่นท่ามกลางความมืดเ้าหน้าที่เข็นร่างของชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ขึ้นรถอย่างเร่งด่วนเพื่อนทั้งสองของหญิงสาวพร้อมอาจารย์ไข่มุกปรี่เข้าไปหาเนตรสุดาอย่างเป็ห่วง
“นึกว่าจะไม่ได้เห็นหน้าแกซะแล้ว ไอ้เนตร”สาวร่างเตี้ยคว้ามือเพื่อนรักมาจับไว้
“เนตรสุดา ! ทำไมเธอถึงกล้าเสี่ยงอันตรายมาทำเื่แบบนี้เธอรู้ไหมคนเราอาจไม่โชคดีเสมอไป”
อาจารย์ฝ่ายปกครองพูดเสียงเข้มเนตรสุดายิ้มแหย ๆ นึกเถียงในใจ หากเธอช้ากว่านี้ว่าที่สามีของเธอก็อาจจะไม่มีชีวิตรอดกลับมาก็ได้ พลางยกมือไหว้อย่างสำนึกผิด
“ขอโทษค่ะอาจารย์”
“ไม่เป็ไรก็ดีแล้ว เรารีบกลับที่พักกันเถอะ”
เนตรสุดาเหลียวมองรถพยาบาลที่แล่นผ่านหน้าเธอไปเธอหวังว่าเขาจะไม่เป็อะไรก่อนจะขึ้นรถของรีสอร์ทที่อาจารย์นั่งมาเพื่อออกตามหานักเรียนตัวแสบ เพื่อนสาวทั้งสองกอดคอเนตรสุดาระหว่างทางต่างแย่งกันไต่ถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่หยุดปาก
ท่านชายภัทระนั่งครุ่นคิดอยู่ข้างเตียงที่บุตรชายนอนพักฟื้นอยู่เขาค่อนข้างมั่นใจ ว่าใครเป็ผู้บงการที่ผ่านมาเขาอาจจะปล่อยให้ผ่านไปเพราะเห็นแก่ความเป็ญาติ คุณชายอนาวิลค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา
“ท่านพ่อ” น้ำเสียงนั้นยังอ่อนเพลียอยู่บ้าง
“ตื่นแล้วเหรอลูก”
“ครับ”
“เห็นหน้าคนร้ายไหม” ผู้เป็พ่อถามอย่างกังวลชายหนุ่มพยักหน้าแทนคำตอบ ในขณะนั้นเองเสียงประตูห้องดังขึ้น ผู้ที่ก้าวเข้ามาคือชาติ ท่านชายภัทระและคุณชายอนาวิลต้องมองหน้าเหมือนรู้กัน
“โธ่! ชายอ้นของอาเป็ยังไงบ้าง อาไม่น่าปล่อยให้หลานไปกับพวกมันตามลำพังเลย”
ชาติชายถลาเข้ามาถึงข้างเตียงชายหนุ่มเขาเม้มปาก จ้องผู้เป็อา ที่ไม่แสดงความรู้สึกสำนึกผิดใด ๆทั้งสิ้นกลับทำท่าทีไม่รู้ไม่ชี้แต่เขาต้องทำเป็ไม่รู้ความเพื่อจะจับพิรุธและหาหลักฐานในการมัดตัวคนๆนี้ให้ได้
“ผมสบายดีแล้วครับขอบคุณที่คุณอาอุตส่าห์เป็ห่วง”
“พออารู้ข่าว อาก็รีบมาหาชายอ้นทันทีนี่รู้ไหม ไอ้โจรสองคนนั้นกรรมมันติดจรวดจริงๆรถมันคว่ำตายไปั้แ่เมื่อคืนนี้แล้ว”
คุณชายอนาวิลหันขวับไปที่เ้าของเื่ผู้ต้องหาที่จะพอเป็หลักฐานมัดตัวได้ว่าใครใช้มาให้ทำร้ายเขาถูกกำจัดไปเสียแล้วผู้ชายตรงหน้าเขาเองนั่นแหละที่ปิดปากพวกมัน เขาเม้มปากแน่น
"หลานไม่เป็อะไรอาก็ดีใจ"
ชายหนุ่มยิ้มเจื่อนๆ ทำหน้าไม่ถูกดีที่คุณหมอและนางพยาบาลเข้ามาขอตรวจอาการ ชาติชายจึงขอตัวกลับ
หลังจากเหตุการณ์นั้นได้อาทิตย์หนึ่งเนตรสุดาก็ยังไม่มีโอกาสได้พบกับพี่ชายอ้นอีกเลย เพราะมัวยุ่งๆกับการทำเื่จบการศึกษาวันนี้จึงเป็วันแรกที่เธอได้มีโอกาสทำและส่งอาหารผ่านกรวิกไปให้ชายหนุ่มดังเช่นที่เคยทำกล่องข้าวนั้นวางอยู่ตรงหน้านัตตี้แล้ว เขายิ้มรับกับเมนูที่ไม่ซ้ำกันตื่นเต้นและรอคอยกับการได้ลิ้มรสมือของเด็กสาว คุณชายอนาวิลเดิน เข้ามาในออฟฟิศ ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานจำได้ว่ากล่องอาหารลายหัวใจนี้เป็ของเด็กสาวที่เขาเรียกว่าเด็กนรกเลขาหนุ่มหน้าสวยกำลังแกะฝามันออกมา คุณชายรีบคว้ากล่องนั่นทันที นัตตี้มองหน้าเ้านายอย่างฉงน
“ กล่องนี้ของผมไม่ใช่เหรอคุณนัตตี้ ”
“ชะชะใช่ค่ะ เอ้ย!ครับ”
“งั้นผมเอาไปทานนะ” พูดจบเขาก็ถือกล่องข้าวเปิดประตูเข้าห้องไปเลยปล่อยให้นัตตี้พยักหน้าหงึกๆ ด้วยความงง ๆ คุณชายไม่ได้ยกให้เขาเหมือนอย่างที่เคยหรือ
“คุณชายยอมกินอาหารยัยเด็กกะโปโลนั่นแล้วเหรอแล้วต่อไปนี้ฉันจะกินข้าวฟรีจากไหนล่ะ ”
เนตรสุดาลงจากรถประจำทางได้ก็เดินทอดน่องมาเรื่อยๆ เพียงไม่กี่นาทีก็มาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านของตัวเองวันนี้แปลกไปกว่าทุกวันเพราะมีรถยนต์หรูสีดำคันหนึ่งมาจอดขวางประตูหน้าบ้าน
ในห้องรับรองที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากนักท่านชายภัทระในชุดสูทอย่างเป็ทางการพร้อมกับคุณชายอนาวิลนั่งอยู่บนโซฟาภายในบ้านของเธอหญิงสาวสังเกตที่ใบหน้าของชายหนุ่ม เขาหายดีแล้ว เธอโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกทุกคนหันไปมองผู้ที่เข้ามาใหม่เด็กสาวก้มลงกราบท่านชายภัทระและไหว้คุณชายอนาวิลอย่างงดงาม
“ฉันขอบใจหนูเนตรมากนะที่อุตส่าห์ช่วยชายอ้นไม่งั้นละก็ ชายอ้นต้องแย่แน่ๆเลย” ท่านชายภัทระเอ่ยขึ้นมาเนตรสุดายิ้มรับแววตาที่เอ็นดูคู่นั้น
“ไม่เป็ไรค่ะ เนตรยินดีช่วยค่ะ”
“วันนี้ที่ฉันมาก็เพราะ” ท่านชายหยุดไปครู่หนึ่ง เหลียวมองบุตรชายของตน ก่อนจะพูดต่อ
“ให้เ้าตัวพูดเองจะดีกว่า”
คุณชายอนาวิลถอนหายใจ ซึ่งในความจริงเขาพูดไปก่อนหน้านี้แล้ว กับนารีก่อนที่เนตรสุดาจะกลับมา ซึ่งนารีก็ยอมรับการตัดสินใจของคุณชาย หากจะดีกว่านี้ถ้าชายหนุ่มเป็ฝ่ายเอ่ยต่อหน้าลูกสาวคนเดียวของเธออีก รอบหนึ่ง
“ เนตรสุดา พี่ยังไม่มีโอกาสขอบใจเธอเลยขอบใจมากนะที่ช่วยพี่”
“ไม่เป็ไรค่ะ สบายมาก” หญิงสาวยิ้มร่าแต่ชายหนุ่มกลับอ้ำอึ้งไม่กล้าพูดต่อท่านชายสะกิดแขนชายอ้นให้พูด
“ พี่ก็เลยคิดว่า พี่ เอ่อ พี่”
“พี่..ทำไมคะพี่ชายอ้น” ทุกคนรอลุ้น
“พี่ เอ่อ พี่”
“พี่ ทำไมคะ”เด็กสาวตั้งหน้าตั้งตารอฟัง
พี่....อะไร....
“ เนตรสุดา เอ่อ....คือ”
คือ....คืออะไร
“คือว่า...เอ่อ..” เตรียมมาซะดิบดี แต่พอเธออยู่ข้างหน้ากลับไม่กล้าพูดซะงั้น
คือ..คือ..คืออะไร!!
ทุกคนลุ้นตัวโก่งเขาสูดลมหายใจเข้าไปอีกครั้งก่อนรวบรวมความกล้าพูดออกไป
“คือ เนตรสุดา....แต่งงานกับพี่นะ”
พูดจบชายหนุ่มก็เป่าปากโล่งอก
หญิงสาวตาค้างไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มค่อยๆ ปรากฏบนใบหน้า มากขึ้นและมากขึ้น จนเกือบจะเป็หัวเราะนารีต้องคอยปรามลูกสาวเพราะอาจจะดูเป็การเสียมารยาทได้
ในที่สุด เขาก็เป็ฝ่ายเอ่ยปากขอเธอแต่งงานสักที โดยที่ผู้เป็แม่ไม่สามารถปฏิเสธได้
งานแต่งงานเริ่มขึ้นหลังจากวันนั้นอีกหนึ่งอาทิตย์ณ โรงแรมหรูใจกลางเมืองกรุงเทพมหานครพิธีการเป็การหมั้นในตอนเช้าและงานเลี้ยงตอนเย็นแขกในงานส่วนใหญ่เป็เด็กวัยรุ่นที่เพิ่งจบมัธยมศึกษาปีที่หกและผู้ทรงคุณวุฒิในแวดวงธุรกิจ
เนตรสุดาในชุดแต่งงานราตรีสีขาวทำให้เธอโดดเด่นกว่าสตรีทุกคนในงานคุณชายอนาวิลตกตะลึงเหมือนอยู่ในภวังค์ใครกันที่จับเด็กนรกของเขามาแปลงโฉมงดงามราวกับนางฟ้า ทุกย่างก้าวแสนสง่าและเจิดจรัส เฉิดฉายอยู่บนพรมแดงที่ปูไว้เหมือนต้อนรับนาง์ผู้นี้ชายหนุ่มผายมือให้หญิงสาวจับ เขามองอย่างไม่วางตา วันนี้เธอสวยจริง ๆเธอทำหน้าที่เ้าสาวได้อย่างดีและสมเกียรติกับฐานะของเ้าบ่าวบุตรชายของท่านชายภัทระพิธีการดำเนินมาจนถึง่สุดท้าย เนตรสุดาโยนช่อดอกไม้ กลุ่มเพื่อน ๆของเ้าสาวรวมถึงน้ำตาลและแมวน้ำที่ต่างมายืนรอรับด้วยความตื่นเต้นเพราะเชื่อว่าหากใครรับได้คนนั้นจะได้แต่งงานเป็คนต่อไป ช่อดอกไม้ถูกโยนลอยละลิ่วไปตกใส่มือของกรวิกที่ยืนอารักขาความปลอดภัยอยู่ทุกคนมองเป็ตาเดียวกัน ในขณะที่เ้าตัวก็ใไม่น้อย ทำตัวไม่ถูก เลิกลั่กจึงเอาช่อดอกไม้ยัดใส่มือหญิงที่ยืนอยู่ใกล้กับเขาก่อนจะเดินหนีไปด้วยความอาย
น้ำตาลมองช่อดอกไม้ที่อยู่ในมือตัวเองอมยิ้มอย่างกรุ่มกริ่ม และแก้มก็ค่อย ๆ แดงระเรื่อ
เนตรสุดาและคุณชายอนาวิลนั่งอยู่บนเตียงนุ่มในห้องนอนบนคอนโดมิเนียมใจกลางกรุงเทพมหานครที่เอาใช้เป็เรือนหอ ซึ่งไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมาย สองห้องนอนหนึ่งห้องน้ำ มีโถงรับแขก มีพื้นที่สำหรับทำครัวและตั้งโต๊ะรับประทานอาหารซึ่งเป็ไปตามประสงค์ของท่านชายที่ให้ทั้งคู่ลองใช้ชีวิตร่วมกันก่อนจึงซื้อให้เป็ของขวัญแต่งงานคุณชายครุ่นคิดอย่างหนัก เขาคงไม่กล้าทำอะไรเด็กสาวคนนี้ในขณะที่เนตรสุดากำลังมโนภาพถึงความหอมหวานในการใช้ชีวิตเป็สามีภรรยาในคืนแรกแค่คิดเธอก็หลุดหัวเราะออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยคุณชายอนาวิลปรายตามองเหมือนเธอเป็ตัวประหลาด
หัวเราะคนเดียวก็ได้ด้วย
บ้ารึเปล่าเนี่ย
“เนตรสุดา เธอไม่ต้องกังวลใจนะพี่จะให้เธออยู่ห้องนี้ ส่วนพี่จะอยู่อีกห้องหนึ่ง” เหมือนภาพมโนสักครู่มลายหายไป ไม่ทันที่เนตรสุดาจะพูดอะไร เขาก็หอบหมอนและผ้าห่มเดินออกไปเลยแต่อย่างไรก็ตามการที่หญิงสาวได้มาอยู่ใกล้ ๆ กับพี่ชายอ้นของเธอแค่นี้ก็ไกลเกินฝันแล้ว คิดได้ดังนั้น เธอก็นั่งยิ้มเพ้อ ๆ อยู่คนเดียว
เนตรสุดาแกะเครื่องประดับที่ตกแต่งผมของตัวเองออกก่อนจะพยายามดึงซิปด้านหลังเพื่อถอดชุดเ้าสาวแสนสวยเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำแต่ดึงเท่าไรก็ดึงไม่ออกสักที
“ทำไมมันยากเย็นแบบนี้เนี่ย”
เธอดึงจนมือเป็รอยแดงไปทั้งนิ้วสงสัยต้องลำบากคุณชายสุดหล่อแล้วแน่ ๆ เธอคิดเช่นนั้นก็ออกจากห้องทันที
คุณชายอนาวิลปูฟูกหนาและวางหมอนผ้าห่มอย่างเรียบร้อยเพราะยังไม่ได้เปิดเครื่องปรับอากาศจึงทำให้เหงื่อไหลคล้อยออกมาเขาจัดแจงถอดเสื้อและกางเกงเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำแต่ยังไม่ทันได้ใส่ผ้าคลุมอะไรทั้งสิ้น เนตร-สุดาก็เปิดประตูพรวดเข้ามา
หญิงสาวตกตะลึงกับภาพตรงหน้าไม่ต่างอะไรกับชายหนุ่มที่ตาโตค้างอยู่แบบนั้นเหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะประมวลความคิดซึ่งกันและกันก่อนที่คนทั้งสองจะร้องลั่นออกมาแทบจะพร้อมกัน
“เฮ้ย!”
“ว้าย!”
“เธอ!เธอ!เธอ เข้ามาทำไม”
ชายหนุ่มเอาผ้าเช็ดตัวที่ยังไม่ทันจะได้ใส่บังเป้าตัวเองไว้ หญิงสาวรีบปิดตาหันหลังหนี
“ตากุ้งยิงแน่ ๆ เลย ไอ้เนตร” เธอพูดกับตัวเอง คุณชายรีบคว้าเสื้อคลุมมาใส่อย่างรวดเร็วก่อนจะเดินไปหาเนตรสุดาอย่างเอาเื่
“จะเข้ามา ทำไมไม่เคาะประตู”
“ก็แล้วทำไมพี่ชายอ้นไม่ล็อกห้องล่ะ” เธอยังคงปิดหน้าปิดตาพูด ชายหนุ่มถอนหายใจ
“เถียงพี่อีกแล้วนะ” เขาทำตาดุใส่หญิงสาวที่หลับตาปี๋
“คนปกติเขาล็อกห้องกัน แต่พี่ชายอ้นไม่ล็อกจงใจจะอ่อยเนตรใช่ปะล่ะ”
“จะบ้าเหรอ พี่เนี่ยนะจะอ่อยเธอ” หญิงสาวพยักหน้าทั้งที่ปิดตาอยู่ ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนจะพูดต่อ
“แล้วเข้ามาหาพี่ มีอะไรล่ะ”
พอเข้าเื่เนตรสุดาก็นึกได้หันไปหาชายหนุ่มส่งสายตาขอร้อง
“ดึงซิปไม่ได้ พี่ชายอ้นดึงลงให้หน่อยสิคะ”
ฟังไม่ผิดแน่เธอให้เขารูดซิปลงให้เธอ คุณชายอนาวิลเม้มปาก
“ไหน ดูสิ ทำไมดึงลงไม่ได้ ”
เขาจัดแจงสำรวจชุดสวยของหญิงสาวเพราะซิปกินเนื้อผ้าจึงทำให้การรูดขึ้นลงเป็ไปได้ยากยิ่งอยู่ข้างหลังแล้วยิ่งลำบาก เขาค่อย ๆ ขยับมันจนเลื่อนได้ ชายหนุ่มค่อย ๆ รูดซิปลง ปรากฏแผ่นหลังขาวนวลของหญิงสาวในขณะที่เนตรสุดาเองก็ใจเต้น เธอคิดแต่เพียงว่า หากเธอรูดมันเองได้เธอก็จะทำไปแล้วคุณชายอนาวิลแปลกใจตัวเอง เขาเคยเห็นสตรีในชุดเปลือยหลังบ่อยไปเวลาไปงานเลี้ยงต่างๆ แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกับครั้งไหน ๆ เพราะใจเขาเต้นแรงเหลือเกินไม่มีบทสนทนาอะไรเกิดขึ้น ชายหนุ่มดึงซิปลงจนถึงกลางหลัง เนตรสุดาก็หันหน้ากลับมาหน้าตาเคร่งเครียด ชายหนุ่มแปลกใจ เขาอาจทำอะไรให้เธอไม่พอใจ
“ทำไมทำหน้าอย่างนั้น เครียดอะไร” ปกติเขาเห็นแต่รอยยิ้มของเธอ หญิงสาวยังคงหน้าไม่สู้ดีนัก
“กำลังหาอะไรบางอย่างอยู่ มันหายไปอะค่ะ”
“หาอะไร ให้พี่ช่วยหาไหม” คุณชายกังวลใจอย่างจริงจัง เนตรสุดาเขย่งเท้าพูดใกล้ ๆ หน้าชายหนุ่ม
“หารักแท้” แล้วเ้าสาวหมาด ๆก็หัวเราะร่าออกมาที่สามารถหยอดใส่เขาได้อีกพลางยกมือไหว้ขอบคุณแล้วเดินออกจากห้องไปชายหนุ่มทำหน้าไม่ถูกรู้อย่างเดียวว่ามันร้อนผ่าว แก้มเริ่มแดงระเรื่อ
คุณชายอนาวิลมองประตูที่ถูกปิดไปแล้วแอบยิ้มมุมปากเบา ๆ
ยัยเด็กนรกเอ๊ย!
แต่งงานแล้วโว้ย!!....แต่งงานแล้วนะ
ทุกคนคะ.... ดิฉัน...ได้แต่งแล้ว
อยากะโ....บอกไป..อย่างเพริศแพร้ว
ว่าดิฉัน....ไม่ได้แห้ว...นะคะคุณ