ตอนที่25 หยวนมี่
หยวนมี่หันขวับไปมองต้นเสียงพลางยืนนิ่งตกตะลึงในความหล่อเหลาของชายหนุ่ม เธอไม่คาดคิดว่าคำพูดของเพื่อนที่กล่าวเกี่ยวกับหน้าตาอันหล่อเหลาของเขาจะกลายเป็จริงจนทำให้เก็บอาการปลื้มเขาไม่มิด
ภาพชายหนุ่มใบหน้าคมจมูกโด่งคล้ายคนอาหรับและยุโรปรวมเข้าด้วยกัน ดวงตาดำมืดลึกลับ ผมสั้นหยักศกเล็กน้อยตามสมัยนิยมทำให้ใบหน้าหล่อเหลาของเขายิ่งโดดเด่นมากยิ่งขึ้นในความรู้สึกของหยวนมี่หัวใจเธอเต้นกระหน่ำด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
เพื่อนนักเรียนหญิงคนหนึ่งรู้สึกตัวขึ้นมาก่อนเพื่อนจึงตอบกลับเดฟเวิลด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานว่า
“ใช่แล้วค่ะเพื่อนคนเก่งของฉันคนนี้อยากทำนายดวงชะตาพอดีเธอกำลังเข้าร่วมแข่งขันทักษะนักเรียน เลยอยากรู้ว่าจะผ่านเข้ารอบต่อไปได้หรือไม่?”
หยวนมี่รู้สึกตัวขึ้นมาจากคำกล่าวของเพื่อนเธอเอ่ยเหมือนคนเคลิ้มตามเพื่อนว่า
“ใช่ค่ะฉันอยากรู้ว่าจะชนะการแข่งขันไหม?”
เดฟเวิลยิ้มมุมปากที่พบเหยื่อรายแรกเป็กลุ่มนักเรียนสาวสวยโดยเฉพาะเด็กสาวตรงหน้าที่เขารับรู้ได้ถึงบางสิ่งภายในตัวเธอเป็พลังงานด้านมืดที่เขากำลัง้าพอดีจึงกล่าวเชื้อเชิญกลุ่มเด็กหญิงทั้งหลายให้เข้ามาภายในร้านอย่างเป็มิตรว่า
“อ๋อ! ได้สิครับ เข้ามานั่งข้างในก่อนสิพวกเราค่อยพูดคุยรายละเอียดกันอีกที”
บรรดานักเรียนหญิงและหยวนมี่ต่างพากันขานรับคำเชิญจากเขาอย่างกระตือรือร้น
เมื่อทุกคนเข้าไปนั่งภายในร้านที่มีการตกแต่งสวยงามสะอาดตาโดยมีภาพประดับบนผนังเป็ภาพวิวทิวทัศน์ทั้งูเาเขียว
ขจี ดอกไม้บานสะพรั่งหลากสีและทะเลหลากหลายมุมมอง พร้อมกับผ้าม่านสีฟ้าเข้มและสีฟ้าอ่อนจัดเรียงเหลื่อมกันอย่างสวยงาม
“ว้าว!จัดห้องไม่เหมือนกับที่เคยดูในละครเลยนะคะ”
นักเรียนหญิงคนหนึ่งในกลุ่มเอ่ยชื่นชมบรรยากาศในห้องด้วยความรู้สึกสบายตาและดูผ่อนคลาย
เดฟเวิลยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจเขาเอ่ยตอบอย่างอารมณ์ดีว่า
“ผมไม่ชอบทำอะไรเหมือนคนอื่นทักษะทำนายของผมมาจากบรรพบุรุษ พวกเราเน้นความสบายใจของคนที่มาให้เราช่วยเหลือไม่ใช่การสร้างบรรยากาศให้หดหู่ยิ่งกว่าเดิม”
หยวนมี่กวาดสายตามองรอบห้องอย่างชื่นชมเช่นกันเธอรู้สึกเหมือนตนเองอยู่ท่ามกลางโลกอีกใบที่มีแต่ความอ่อนหวานสวยงามช่วยทำให้เธออารมณ์ดีขึ้นในทันที
“ใคร้าให้ผมทำนายบ้าง? เชิญนั่งทางนี้เลยครับ”
เดฟเวิลไปนั่งรอที่โต๊ะด้านหนึ่งของห้องโดยมีก้อนหินสีดำที่ถูกสกัดให้มีทรงกลมขนาดเท่าลูกฟุตบอลวางอยู่กลางโต๊ะ มี
เก้าอี้ตัวหนึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเดฟเวิลบ่งบอกว่าสามารถเข้ามาใช้บริการได้ทีละคน
เพื่อนหยวนมี่ต่างดันแผ่นหลังเธอให้เข้าไปนั่งเพื่อทำนายดวงชะตากับเดฟเวิลเป็คนแรกส่วนคนอื่นไปนั่งรอที่โซฟาอีกด้านหนึ่งของห้อง ซึ่งอยู่คนละฟากกับโต๊ะทำนาย
ฉะนั้นโอกาสที่คนอื่นจะได้ยินเสียงพูดคุยระหว่างนักทำนายและผู้รับบริการลดน้อยลงไปมากด้วยระยะทางที่ห่างไกลเกือบห้าเมตร
เมื่อหยวนมี่นั่งบนเก้าอี้แล้วเธอสอบถามชื่อร้านของเดฟเวิลด้วยความแปลกใจว่า
“ทำไมคุณถึงใช้ชื่อร้านว่าเดฟเวิลละคะ? มันแปลว่าปีศาจไม่ใช่หรือ?”
เดฟเวิลเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจที่เด็กสาวเป้าหมายตรงหน้าให้ความสนใจในชื่อของร้านทว่าเขาเข้าใจได้ว่าชื่อ
ร้านเป็สิ่งแปลกตาสำหรับผู้คนแถบนี้แน่นอนจึงตอบกลับอย่างผ่อนคลายว่า
“ไม่มีอะไรมากหรอกครับหากผมใช้ชื่อว่าเทวดาหรือเทพบุตร มันก็ดูจะเกินจริงไปบ้างคนส่วนใหญ่ที่มีปัญหาชีวิต และมักจะให้นักทำนายช่วยเหลือล้วนเป็ผลมาจากการกระทำของปีศาจ ผมก็เลือกใช้คำว่าปีศาจไปเลยรวมทั้งใช้ชื่อตัวเองให้เป็สัญลักษณ์ของร้านไปด้วยว่า เดฟเวิล”
หยวนมี่พยักหน้าเข้าใจพลางเอ่ยชื่อเขาย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ชัดว่า “แสดงว่าคุณชื่อเดฟเวิลด้วยใช่ไหมคะ?”
เดฟเวิลยิ้มน้อยๆ อย่างเข้าใจความคิดของเด็กสาว เขาพยักหน้าแทนคำตอบจากนั้นเริ่มต้นทำนายโดยเอ่ยถึงราคาค่าบริการให้เด็กสาวสบายใจว่า
“ค่าบริการผมคิดไม่แพงนะครับสำหรับนักเรียนคนละยี่สิบหยวนเท่านั้น ฉะนั้นทุกคนสามารถให้ผมทำนายดวงชะตาได้เลย”
หยวนมี่และเพื่อนนักเรียนต่างยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจที่ค่าบริการไม่ได้สูงเหมือนอย่างที่คิดไว้
“ถ้าพร้อมแล้วพวกเรามาทำนายดวงชะตาของคุณกันเถอะครับ” เดฟเวิลลดเสียงลงให้ได้ยินแค่สองคนทันที
ต่อจากนั้นเดฟเวิลสอบถามชื่อและวันเกิดของเด็กสาวเป้าหมายเขาอยากรู้ว่าวันเกิดของเด็กสาวจะตรงกับคนที่เขา
้าหรือไม่ว่า
“ผมขอรู้จักชื่อและวันเกิดของคุณได้ไหมครับ? เป็ข้อมูลจำเป็ที่ต้องใช้ในการทำนาย”
หยวนมี่บอกชื่อวันเดือนปีเกิดให้เขารับรู้ตามจริง เนื่องจากเธอเคยติดตามแม่ไปดูดวงชะตากับไต้ซือหรือนักทำนายอื่นมา
ก่อนจึงพอเข้าใจธรรมเนียมเื่นี้อยู่บ้างยกเว้นจะพบเจอนักทำนายเก่งกาจที่ไม่สอบถามข้อมูลใด ๆ เลยซึ่งแม่บอกว่าเคยพบครั้งหนึ่งโดยบังเอิญ
เมื่อหยวนมี่บอกข้อมูลให้เดฟเวิลรับรู้แล้วเขาให้เธอวางทาบฝ่ามือเข้ากับหินสีดำตรงกลางโต๊ะเพื่อทดสอบดวงชะตาทว่าในความเป็แล้วเขา้าให้หินสีดำเป็สื่อในการควบคุมจิตใจของเด็กสาวไว้ใต้อาณัติตนอย่างชาญฉลาด
“เอาละ...ทีนี้คุณวางฝ่ามือสองข้างลงบนหินปีศาจนี่แล้วผมจะบอกคำทำนายทั้งหมดที่คุณอยากรู้ให้ฟัง”
หยวนมี่ทำตามคำสั่งของเดฟเวิลอย่างไม่คิดอะไรมากเธอพบว่าเมื่อวางฝ่ามือทาบเข้ากับหินสีดำแล้วพลันรู้สึกถึงความ
อบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายจนทำให้เธอเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่ตั้งใจ
เดฟเวิลยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจที่ตนสามารถเข้าไปอยู่ภายในจิตใจของเด็กสาวได้อย่างเงียบเชียบซึ่งจะช่วยให้เขา
ทำการบางอย่างได้ง่ายดายขึ้น
ต่อมาเขาเริ่มเอ่ยข้อมูลการทำนายให้เด็กสาวรับรู้ทว่าเขาไม่สามารถเอ่ยความจริงได้ทั้งหมดเนื่องจากเขาพบว่าดวงชะตาของเด็กสาวตรงหน้ามีบางสิ่งบางอย่างถูกปิดกั้นไว้ จนทำให้เขาไม่สามารถฝ่าฝืนที่จะล่วงรู้ความลับสำคัญบางอย่างได้
‘แปลกเสียจริงวันเดือนปีเกิดของเธอดูเหมือนจะมีปัญหาแต่เธอสามารถเป็ตัวแทนทำงานบางอย่างให้ฉันได้ดีทีเดียว เื่การแข่งขันที่ว่าเห็นทีฉันคงต้องออกแรงช่วยเธอเองเสียแล้ว’
เขาบอกกล่าวข้อมูลให้หยวนมี่รับรู้เฉพาะที่้าบอกว่า
“เื่การแข่งขันไม่ต้องกังวลนะครับผมจะหาทางช่วยคุณเอง รับรองว่าคุณจะเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้แน่แต่ต้องดูคู่แข่งด้วยว่าเป็ใครบ้าง หากไม่เหลือบ่ากว่าแรงผมยินดีช่วยคุณอย่างเต็มความสามารถ”
เดฟเวิลมั่นใจว่าสามารถช่วยเหลือหยวนมี่ให้สมหวังได้ระดับหนึ่งเนื่องจากเขาเคยเป็นักเรียนอัจฉริยะมาก่อนมีเพียงนักเรียนคนเดียวที่เขาพ่ายแพ้อย่างไม่เต็มใจโดยนักเรียนคนนั้นใช้ชื่อในการแข่งขันทักษะรายการเดอะเวิลด์เบสต์ไฮสคูลสติวเดนต์ว่า“ดิวินนิตี” ซึ่งแปลว่าพระเ้า
นั่นคือที่มาส่วนหนึ่งของการใช้ชื่อเดฟเวิลเพื่อสร้างอาณาจักรใหม่ของตนขึ้นมาตามคำสั่งของปีศาจ
หยวนมี่ได้ยินคำกล่าวยืนยันหนักแน่นจากเดฟเวิลเธอเกิดความเชื่อมั่นขึ้นมาอย่างประหลาดใจจึงพยักหน้าตอบรับพลางกล่าวขอบคุณเขาอย่างมีมารยาทว่า
“ขอบคุณมากค่ะคุณทำให้ฉันสบายใจขึ้นเยอะเชียว”
เมื่อหยวนมี่ซักถามข้อมูลทำนายส่วนอื่นจนพอใจแล้วจึงเปิดโอกาสให้เพื่อนนักเรียนคนอื่นเข้ารับการทำนายต่อจากตน
อย่างใจดี
เพื่อนนักเรียนของหยวนมี่แต่ละคนต่างยิ้มหน้าบานอย่างมีความสุขออกจากร้านเดฟเวิลขณะที่มีธนบัตรเงินหยวนสีน้ำตาลมูลค่ายี่สิบหยวนจำนวนห้าใบอยู่ในมือของเดฟเวิล
เมื่อร่างของนักเรียนหญิงทั้งห้าคนหายลับไปจากสายตาของชายหนุ่มแล้วเขาจ้องมองเงินในมือแวบหนึ่งก่อนโยนทิ้งไป ทว่าธนบัตรทั้งห้าใบถูกไฟปริศนาเผาไหม้จนไม่เหลือซากในทันที
..........
เวลานี้เสิ่นลี่อิงกำลังพิมพ์เอกสารวิธีพิสูจน์สมมติฐานของรีมานน์อยู่เธอพิมพ์แล้วลบแก้ไปมาอยู่หลายครั้งเพราะร่างกรอบ
ความคิดที่เคยทำไว้พบจุดอ่อนหลายตำแหน่ง
“บ้าจริง! ฉันออกแบบไว้ดีแล้วเชียวแต่พอพิมพ์เข้ามาและทดสอบไปด้วย ดันมีช่องโหว่ให้นักวิชาการโจมตีได้ เอาใหม่ดีกว่า.....หรือว่าฉันต้องคิดในมุมมองใหม่.....ถึงจะค้นพบวิธีพิสูจน์?”
เด็กสาวพึมพำถามอากาศอยู่ในห้องคนเดียวหลังจากช่วยน้องทำการบ้านเสร็จเรียบร้อย
ทุกวันนี้งานประจำวันของเสิ่นลี่อิงใน่เวลาไปโรงเรียนคือการสอนเพื่อนทำการบ้านในขณะที่ตอนเย็นช่วยงานของครอบครัวและสอนการบ้านให้น้องชาย
จากนั้นจึงจะอ่านทบทวนโน้ตย่อของหยางจุ้นรวมทั้งสืบค้นข้อมูลเพื่อศึกษาทางออนไลน์เพิ่มเติม เนื่องจากรับรู้แล้วว่าการแข่งขันรอบสามจะต้องยากมากกว่าสองรอบที่ผ่านมาแน่นอน
อย่างไรก็ตามในวันว่างเธอจะต้องหาเวลาพิสูจน์สมมติฐานของรีมานน์ให้ได้ซึ่งตอนนี้กลายเป็งานประจำทุกคืนก่อนนอนของเธอไปแล้ว
“โอ้ย! ปวดหัว!นอนดีกว่า!ค่อยคิดใหม่วันหลัง.....ฉันอาจจะคิดออกตอนเจอโจทย์ยากในการแข่งขันก็ได้”
เสิ่นลี่อิงร้องระบายอารมณ์โมโหให้กับตัวเองเธอตั้งความหวังไว้ที่การแข่งขันในรอบต่อไปของรายการเดอะเวิลด์เบสต์ไฮ
สคูลสติวเดนต์เพราะคิดว่าหากตนอยู่ในสภาวะวิกฤติแล้วอาจช่วยทำให้มองเห็นทางสว่างและสามารถค้นพบวิธีพิสูจน์สมมติฐานของรีมานน์ได้