DAVERSORD : ผมไม่ได้อยากเกิดใหม่เป็นปิศาจ [ RATE R ]

    ตอนที่ 13 : ปะทะกับฝูงเเกะปิศาจ!

            ตอนที่ 13 : ปะทะกับฝูงเเกะปิศาจ!

    ล้อเกวียนเคลื่อนบดไปตามถนนส่งเสียงดังครึกครักในป่าใหญ่ ผมนั่งคุมบังเหียนพลางสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าสู่ปอด ขณะเดียวกันก็มองอย่างระเเวดระวังเพราะใช่ว่าผืนป่าที่ดูสวยงามแบบนี้จะปลอดภัย
    “เหมือนจะถึงเเล้วเเฮะ”ผมพึมพำกับตัวเอง ชำเลืองตำแหน่งบนแผนที่สลับกับภาพพื้นที่จริงตรงหน้า
    ผมพาทุกคนออกเดินทางมาเกือบค่อนวันจนพระอาทิตย์ใกล้ตกเย็นเต็มที
    “ถึงเเล้วเหรอ?”เลเซียชะโงกหน้าออกมาถามจากช่องหน้าต่าง
    “ใกล้เเล้วล่ะ แต่พวกเราจะปักหลักกันอยู่ตรงนี้ พวกเธอไปเตรียมที่ไป ฉันจะไปดูลาดเลาซะหน่อย”ผมว่า พักม้าไว้กับต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆ
    สามสาวพากันลงมาเดินเเละบิดขี้เกียจคลายความเมื่อยล้าจากการนั่งคุดคู้อยู่กับที่เป็นเวลานาน ต่างหยิบข้าวของเตรียมตั้งค่ายพักแรม
    “ก่อกองไฟกันเถอะ!”เลเซียพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเริงร่า ที่ที่พวกเธอยืนอยู่เป็นพื้นที่โล่งกลางป่า ทำให้เเสงธรรมชาติสาดลงมาได้อย่างเต็มที่ เหมาะกับการตั้งค่ายที่สุด
    “เดี๋ยวฉันไปหาไม้มาเตรียมก่อกองไฟเอง”นาเทียร์อาสา ก่อนจะเดินตัดเข้าไปในผืนป่า
    “ฉันขอไปด้วย”เอลฟากล่าว เร่งฝีเท้าวิ่งตามนาเทียร์ไป
    ผมเดินมาตามเเผนที่อีกเกือบครึ่งชั่วโมง ขึ้นมาตามเนินเขา ระหว่างทางมีสัตว์ป่าจ้องจะกระโจนเข้าใส่เเต่คงเพราะสัญชาตญาณที่รู้ว่าผมมีพลังเหนือกว่าเลยไม่คิดจู่โจม
    ตรงหน้าผมเป็นทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ ไม่เห็นวี่แววสิ่งมีชีวิตสักนิด ช่างเป็นทิวทัศน์ที่งดงาม ท้องฟ้ากว้างใหญ่ เห็นก้อนเมฆสีขาวเป็นปุยสวยกระจายอยู่บนท้องฟ้าที่ใกล้มืด
    “ฉันต้องเเข็งเเกร่งกว่านี้”ผมบอกตัวเองก่อนหันหลังกลับมาตามทางเดิม



    เเสงจันทร์สาดส่องลงมากลางพื้นที่โล่งที่พวกเรายึดเป็นค่ายพักเเรมสำหรับคืนนี้ เปลวไฟจากฝีมือของเอลฟาปะทุไหม้กิ่งไม้ดังเปรี๊ยะ กลิ่นหอมของเนื้อย่างเสียบไม้ปักอยู่ใกล้กองไฟทำหน้าที่ยั่วน้ำย่อยในกะเพาะผมให้เริ่มทำงาน ขนาดอยู่ไกลจากค่ายพอตัวนะเนี่ย
    “เจอพื้นที่ที่ภารกิจบอกไหม?”เอลฟาถามขึ้นเมื่อผมย่างเท้าเข้ามาในเขตเวทของเธอที่ร่ายล้อมเพื่อตรวจจับสิ่งมีชีวิตที่เข้ามาใกล้ ขณะที่ผมยื่นมือไปรับเนื้อย่างจากนาเทียร์มาเป่าให้หายร้อน
    “คิดว่าใช่นะ คงต้องเดินเท้าไปกัน ทางมันลำบากเกินไปสำหรับม้า”ผมบอกทุกคน ถ้าต้องเอาม้าไปด้วยคงต้องหาทางอ้อมอีกนานโข เดินเท้านี่ล่ะดีสุด
    “รอดูฝีมือฉันได้เลย พรุ่งนี้ฉันจะฆ่าให้เรียบ!”เลเซียว่า ลำตัวท่อนล่างเธออยู่ในถุงนอนเรียบร้อย เเววตาเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้นขณะนึกภาพวันพรุ่งนี้
    แต่แล้วเหมือนความตื่นเต้นของเลเซียจะดับสูญ
    เมื่อเช้าวันต่อมาพวกเราออกเดินเท้ามาจนถึงทุ่งหญ้ากว้าง แสงแดดร้อนแผดเผาทุกสรรพสิ่ง ผมที่เดินนำหันกลับมาก็พบสามสาวหอบเหนื่อยเเฮ่ก อาการตื่นเต้นตอนแรกหายไปอย่างรวดเร็ว แถมยังบ่นอยากกลับอยู่ตลอดทางโดยเฉพาะเลเซีย
    “ฉันเห็นพวกมันเเล้ว!”ผมเอ่ย ย่อตัวลงเพื่อลดเป้าสายตาพลางทำมือบอกพวกเธอดให้รีบมา
    พ้นจากแนวป่าที่พวกเราอยู่ ไกลออกไปบนทุ่งโล่งกว้าง มีฝูงแกะปิศาจที่ลำตัวใหญ่พอๆ กับวัว มีขนหนาหุ้มร่างเเละเขาแหลมน่ากลัวอยู่บนหัว
    “ฝูงใหญ่อยู่นะบาร็อค”นาเทียร์เอ่ย จากที่สังเกตน่าจะไม่ต่ำกว่าครึ่งร้อย
    “ฉันจะล่อพวกมันเอง เอลฟาเธอไปยืนบนก้อนหินใหญ่ตรงนั้น นาเทียร์คอยคุ้มกันไว้ ส่วนเลเซียมากับฉัน”ผมนำทีมค่อยๆ ลอบเข้าไปใกล้ขึ้นอีก จนมาหลบอยู่บนเนินหินขนาดใหญ่
    “แปลกแฮะ ทำไมชื่อพวกมันเป็นสีเขียวล่ะ”ผมพึมพำกับตัวเอง เมื่อมองตัวที่ใกล้ที่สุด พลังของผมกลับเเสดงว่ามันมีระดับน้อยกว่าผม หรือว่าความยากของภารกิจนี้คือจำนวน?
    โฮรกก––!!!
    เสียงคำรามลั่นของสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่เเกะ เเละตัวใหญ่กว่านั้นเเน่นอนผมเเน่ใจเพียงเเค่ได้ยินเสียง ฉับพลันร่างยักษ์ขนปุยก็กระโจนออกมาจากเเนวป่าอีกฝั่ง ตัวอ้วนท้วม ขนสีน้ำตาล ดวงตาเเดงฉาน คมเขี้ยวเวลาอ้าปากคำรามและเล็บบริเวณอุ้งมือเเหลมจนน่ากลัว มันคือหมียักษ์ที่ยืนสองขาเเล้วสูงกว่าผมตั้งเท่าหนึ่ง!
    เเต่ถึงอย่างนั้นผมกลับเห็นว่าเหนือหัวชื่อของมันก็เเสดงเป็นสีเขียวอยู่ดี เเต่ไม่เข้มเท่าเเกะปิศาจ
    “บะ บาร็อค ฉะ ฉันว่าเราถอยเถอะ”เอลฟาเอ่ยตะกุกตะกัก ระดับ 5 อย่างเธอเเค่เเกะปิศาจตัวเดียวก็สาหัสเเล้ว
    “เราต้องใช้โอกาสนี้เเหละ เห็นไหม! พวกมันเเตกฝูงเเล้ว พวกเธอจัดการเเกะไป ฉันจะไปล่อไอ้หมียักษ์นั่นเอง!”ผมสั่ง ชักดาบยาวออกจากฝักที่พาดอยู่บนหลัง
    “เอาเลยเอลฟา!”ผมตะโกนบอกเธอขณะวิ่งออกมาอย่างบ้าระห่ำ เอลฟาพยักหน้าเข้าใจ เธอยกคทาในมือขึ้นตรงหน้า ร่ายคาถาสั้นก่อนส่งลูกบอลไฟไปยังกลุ่มเเกะปิศาจที่กำลังวิ่งวุ่นมาทางเนินหินบนทุ่งกว้างแห่งนี้
    ตูม! เพลิงไฟระเบิดลงกับพื้นตรงหน้า ส่งร่างพวกเเกะกระเด็นกลิ้งไปกับพื้น ก่อนนาเทียร์ที่วิ่งเข้าไปจะใช้ดาบฟันจัดการต่อทันที
    ฉั้วะ! ดาบฟันผ่านขนหนาของมัน เลือดสีเเดงฉานไหลอาบย้อมร่าง เเกะปิศาจส่งเสียงครวญอย่างทรมาน มันไม่ตายง่ายๆ เเละคิดจะลุกขึ้นต่อกรกับเธอ นาเทียร์เงื้อมดาบยาวขึ้นเเละปักเเทงลงทะลุร่างดังสึบ! ร่างขนาดเท่าวัวของมันเเน่นิ่ง ก่อนเเตกสลายเหลือเพียงแสงแห่งจิตวิญญาณที่ลอยอยู่เหนือพื้น
    “สวย!”ผมอดชมการโจมตีช่วยเหลือกันของพวกเธอไม่ได้ ขณะตัวเองกำลังวิ่งเข้าประจันหน้ากับหมียักษ์ที่วิ่งไล่ฝูงเเกะอย่างหิวกระหาย มันยกร่างของเเกะราวกับไม่มีน้ำหนักเเละฝังเขี้ยวของมันกัดทึ้งร่างอย่างสยดสยอง เลือดพุ่งกระจายเปรอะไปทั่ว
    “อย่าคิดว่าตัวใหญ่เเล้วจะข่มกันได้นะโว้ย!”ผมตะโกน มันหันมาประจันหน้ากับผมพอดี ผมตั้งดาบมั่น วิ่งเข้าไปด้วยฝีเท้าที่ดูจะเร็วกว่าเดิมเล็กน้อย อาจเพราะเสริมค่าสถานะไปตอนเช้า
    ––ดูท่าผมจะเหิมเกริมไปหน่อย หมียักษ์ตรงหน้ากระทืบเท้ากับพื้นดังตึง! ทำเอาผืนดินใต้ฝ่าเท้าสั่นไหว จังหวะการวิ่งของผมพลันเสียหลัก บ้าชิบ! ผมล้มลงกับพื้น ก่อนพุ่งตัวกระโจนหลบอุ้งเท้ายักษ์ของมันที่หมายจะกระทืบ เเรงกระเเทกส่งร่างผมกระเด็นหวือกลิ้งขลุกไปไกล
    “เอาเรื่องนี่หว่า”ผมยิ้ม ชักสนุกราวกับถูกกระตุ้นสัญชาตญาณนักสู้ในตัวให้ลุกโชติขึ้น
    ผมเด้งตัวลุกขึ้นมายืนและตั้งท่าดาบอีกครั้ง คราวนี้มันจะเป็นฝ่ายถูกโจมตีบ้าง!


    (จบตอน)