บทที่ 17 เจอตัวเธอแล้ว
โชคดีที่ใน่เวลานี้ดูเหมือนสาวใช้จะไม่ได้มาลาดตระเวน ตอนนี้ระเบียงทางเดินไม่มีใครเลย
เพื่อไม่ให้เกิดเสียง อวี้เจียวจงใจไม่สวมรองเท้า ตอนนี้เท้าขาวเนียนดั่งหยกเหยียบลงบนพรมขนแคชเมียร์ ไม่มีเสียงดังแม้แต่น้อย
อวี้เจียวเดินขึ้นไปบนชั้นบนพลางพึมพำเบา ๆ
"006 คุณคิดว่าฉันตัดชิ้นแอปเปิลยัดเข้าไปในปากเ้าหญิงได้ไหมคะ?"
"..." 006 ไม่พูดอะไร สักพักถอนหายใจ
[คุณคิดว่าไงล่ะ?]
อวี้เจียวพูดจบก็รู้สึกว่าความคิดของตัวเองค่อนข้างโง่
ตอนนี้รีบเดินมาถึงชั้นสามแล้ว ตอนที่เดินผ่านประตูห้องของริสเตอร์ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก เธอจึงเดินย่องเบาลงอีก
โชคดีที่ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นไม่ได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันใด ๆ ขึ้น เธอจึงเดินมาถึงหน้าห้องของเ้าหญิงได้สำเร็จ
"006 ทำไมเ้าหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานกับเ้าชาย แต่กลับมาอยู่ในปราสาทของเขาแล้วล่ะคะ?"
006 คราวนี้คิดอยู่สักพักก่อนตอบ [อาจเป็เพราะความสัมพันธ์ของสองประเทศดีมากก็ได้นะครับ]
"จริงเหรอคะ?"
อวี้เจียวพยายามระลึกถึงท่าทางของริสเตอร์เมื่อวาน เขายังไม่เคยเอ่ยถึงเ้าหญิงกับเธอเลยสักนิด ยกเว้นตอนที่แจ้งว่าเ้าหญิงจะไม่ลงมาทานข้าว ดูยังไงก็ไม่เหมือนคนที่มีความสัมพันธ์ดีต่อกันเลยสักนิด
เธอคิดไปพลางยื่นมือไปผลักประตูเบา ๆ พบว่าประตูไม่ได้ล็อก
เมื่อเปิดออก สิ่งที่เห็นคือห้องที่คุ้นเคย ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากเมื่อวาน เพียงแต่บนเตียงกว้างและนุ่มนิ่มนั้นมีร่างหนึ่งขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม
อวี้เจียวกำแอปเปิลในมือแน่น เธอค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้พลางคิดในใจว่าจะทำอย่างไรให้เ้าหญิงยอมกินแอปเปิลลูกนี้ลงไป
ทว่าเมื่อขยับเข้าไปใกล้พอที่จะเห็นหมอกสีดำจาง ๆ ที่แผ่ออกมาจากตัวเ้าหญิง เธอก็พลันเบิกตากว้างและััได้ถึงความผิดปกติ
"006 เ้าหญิงคนนี้..."
ครั้งนี้ 006 ไม่ได้เงียบ แต่พูดออกมาอย่างรวดเร็ว [หนี!]
อวี้เจียวยังไม่ทันได้ถามว่าทำไม ตอนที่หันหลังกลับเธอเห็นผ้าห่มบนเตียงค่อย ๆ ถูกเลิกขึ้น ทำให้เธอหมดความ้าที่จะถามทันที เธอรีบเปิดประตูและวิ่งออกไปข้างนอก
แต่ใครจะรู้ว่าเสียงฝีเท้าจากข้างหลังเร็วกว่าเธอเสียอีก เธอััได้ถึงลมจากหมอกดำที่พัดผ่านข้างแก้ม
อวี้เจียวทุ่มแรงทั้งหมดวิ่งไปข้างหน้า แต่ในจังหวะที่กำลังจะพ้นหัวมุมทางโค้ง เธอก็รู้สึกถึงแรงหนักอึ้งที่กดทับลงบนหัวไหล่
"อึ่ก..."
ความเ็ปแล่นมาที่ไหล่ทันที อวี้เจียวครางเบา ๆ พยายามจะดิ้นให้หลุด
แต่ในวินาทีที่เธอเคลื่อนไหว กระเป๋าที่กระโปรงของเธอก็ปล่อยแสงสีทองออกมา
พร้อมเสียง ซี่~ เหมือนมีอะไรบางอย่างโดนเผา จากนั้นแรงกดบนบ่าก็หายไปทันที เธอไม่รอช้า รีบวิ่งลึกเข้าไปในระเบียงทางเดิน
"อึ่ก... 006 ฉันควรจะไปที่ไหนดีคะ?"
เมื่อได้ยินเสียงลากที่หายไปครู่หนึ่งดังตามหลังมาอีกครั้ง อวี้เจียวแทบจะสติแตก
แม้เธอจะไม่ได้หันกลับไปดูว่าภาพเื้ัเป็อย่างไร แต่เธอเดาว่าไอ้ตัวข้างหลังน่าจะไม่มีขา แต่ใช้ท่อนล่างลากไปกับพื้น
006 ได้ยินน้ำเสียงสั่นเครือของเธอ จึงรีบให้คำแนะนำ
[ห้องทางซ้ายข้างหน้าไม่ได้ล็อก]
อวี้เจียวดีใจมาก เธอรีบเลี้ยวหัวมุมแล้วผลักประตูห้องฝั่งซ้ายเข้าไปโดยไม่ลังเล ก่อนจะหันหลังกลับมาปิดประตูลงอย่างแรง
"..." 006 กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อเห็นสถานการณ์ก็เงียบไปทันที
ตอนแรกอวี้เจียวยังไม่ทันตั้งตัว แต่เมื่อได้ยินเสียงข้างนอกหยุดลงที่หน้าประตู ใบหน้าของเธอก็พลันถอดสีและเริ่มอยากจะร้องไห้ขึ้นมา
"ทำไมล่ะ? ฉันล็อกประตูแล้วนะ..."
006 ถอนหายใจลึก ๆ เมื่อเห็นตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ในห้อง [ไปซ่อนข้างในนั้น เร็วเข้า!]
"หา?"
อวี้เจียวหันไปเห็นตู้เสื้อผ้าถึงเพิ่งจะได้สติ เธอรีบเปิดตู้แล้วมุดเข้าไปอย่างทุลักทุเล
ในขณะที่เธอเข้าไปข้างในและปิดประตูตู้เสื้อผ้า เสียงกลอนประตูห้องด้านนอกก็ดังกึกขึ้นมาทันที ตามด้วยเสียงประตูใหญ่ที่ค่อย ๆ ถูกผลักเปิดจากด้านนอก
"!!!"
อวี้เจียวขดตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้า เธอโอบขาตัวเองไว้อย่างไร้ทางสู้ มืออีกข้างหนึ่งกำที่จับประตูตู้ไว้แน่นเพราะกลัวว่าประตูจะถูกดึงเปิดจากข้างนอก
“ฉันมั่นใจว่าล็อคประตูไปแล้วนี่นา...”
คราวนี้ 006 ไม่ได้พูดอะไรอีก อวี้เจียวก็ไม่กล้าเอ่ยปากเช่นกัน
ตอนนี้เธอได้แต่กลั้นหายใจ มองออกไปด้านนอกผ่านช่องว่างของตู้เสื้อผ้าเก่า
ช่องนั้นแคบมาก จนแทบมองไม่เห็นอะไรเลย แต่เธอก็ยังพอสังเกตสีสันที่ผ่านหน้าช่องว่างไปเพื่อตัดสินใจว่ามีบางอย่างเข้าใกล้หรือไม่
ในขณะที่เสียงฝีเท้าจากด้านนอกเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ หมอกสีดำก็ลอดผ่านช่องนั้นเข้ามา
อวี้เจียวกลั้นหายใจทันที ตอนนี้นิ้วของเธอสั่นเล็กน้อยโดยไม่อาจควบคุมได้ ลมหายใจเริ่มหนักขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
เมื่อตระหนักถึงเื่นี้ เธอรีบเอามือข้างหนึ่งปิดปากและจมูกของตัวเอง ร่างกายสั่นเล็กน้อย
ในขณะเดียวกันก็กำลังคิดอย่างร้อนรนว่า ถ้าประตูถูกเปิด เธอควรทำอย่างไร
สัญชาตญาณการเอาตัวรอดขยายใหญ่ขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุดในวินาทีนี้ และคอมเมนต์ก็เริ่มมีการเคลื่อนไหวอีกครั้ง
[เพิ่งออนไลน์ก็เห็นภรรยาต้องเผชิญอันตรายอีกแล้ว]
[ฉันมาทุกวัน เพื่อดูว่าแจกันดอกไม้นี้จะอยู่รอดได้กี่วัน]
[ดูแล้ววันนี้ไม่น่ารอด]
[...สองคน้าใจดีหน่อยได้ไหม ถ้าคุณไม่ชอบดูก็ไม่ต้องเข้ามาดู]
นับั้แ่อวี้เจียวเริ่มไลฟ์สด ความขัดแย้งในคอมเมนต์ก็ไม่เคยหยุดลง
ตอนนี้คนที่แสดงความคิดเห็นหลัก ๆ แบ่งเป็สองกลุ่ม กลุ่มแรกคือแฟนคลับที่ชื่นชอบความสวยงามของอวี้เจียว พวกเขาอดไม่ได้ที่จะเชียร์เธอ
ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็ผู้ชมที่ยกย่องความสามารถเป็สำคัญ
พวกเขาไม่สนใจเื่หน้าตาแม้แต่น้อย เกลียดคนที่มีแต่หน้าตา และมักจะพิมพ์คอมเมนต์ด้วยคำพูดหยาบคาย
ตอนแรก 006 เมื่อเห็นข้อความเหล่านี้ ก็รู้สึกกังวลเกี่ยวกับสภาพจิตใจของอวี้เจียว
แต่หลังจากได้อยู่ด้วยกันทั้งวัน กลับพบว่า แม้อวี้เจียวจะมีนิสัยอ่อนโยนและค่อนข้างซื่อ แต่เธอก็สามารถเมินเฉยต่อคำพูดเหล่านี้ได้อย่างดี ไม่ได้ใส่ใจกับมันแต่อย่างใด
ในขณะที่ 006 เริ่มสงสัยเกี่ยวกับตัวตนของอวี้เจียวในโลกแห่งความเป็จริง หมอกดำนั้นก็หยุดอยู่ด้านนอกตู้เสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว
เสียงสูดลมหายใจดังมาจากทุกทิศทาง ฟังแล้วเหมือนมีคนมากมายกำลังค้นหาคนที่ซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้า
อวี้เจียวหดตัวถอยหลัง พยายามใช้เสื้อผ้าด้านในปกปิดตัวเอง หวังว่าเมื่อประตูถูกเปิด เธอจะไม่ถูกพบเร็วเกินไป
แต่ก็ไม่เป็ผล ตอนนี้ในช่องว่างของประตูปรากฏดวงตาสีแดงเืคู่หนึ่ง
ดวงตาคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นในทันทีที่ประสานกับสายตาของอวี้เจียว จากนั้นก็เหมือนจมดิ่งลงสู่ความตื่นเต้นอย่างที่สุด
ในดวงตาเริ่มมีคราบเืซึมออกมา
"เจอ...ตัว...แล้ว!"
อวี้เจียวรู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลัง มือที่จับที่ประตูตู้ััได้ถึงแรงดึงมหาศาลจากภายนอกทันที
เธอไม่กล้าปล่อยมือ ทำได้เพียงพยายามดึงรั้งไว้สุดชีวิตด้วยแรงทั้งหมดที่มี
"ทำยังไงดี..."
ในใจของเธอตอนนี้มีแต่ความสับสนและตื่นตระหนก จนไม่ได้สังเกตเลยว่า 006 และคอมเมนต์ได้หายไปอีกครั้งั้แ่เมื่อไหร่