ตอนที่ 12 อินกับบทมากเกินไป
ลู่โจวประหลาดใจมาก ตามหลักแล้วดินที่ถูกแช่แข็งจากหิมะควรแข็งมากถึงจะถูก แต่ทันทีที่เขาใช้พลั่วขุดลงไป กลับรู้สึกราวกับััเค้กฟองน้ำที่นุ่มฟู ขุดส่งๆ เพียงไม่กี่ครั้งก็ได้หลุมเล็กๆ ออกมา
“หลุมลึกสามสิบเิเน่าจะลึกพอแล้วมั้ง” เขาหยิบเมล็ดพันธุ์หนึ่งในนั้นออกมาวางลงในหลุมแล้วกลบดินเสร็จสรรพ จากนั้นเริ่มขุดหลุมถัดไป คนรอบตัวต่างล้อมวงเข้ามาแล้วกล่าวด้วยความใ “เ้าขุดหลุมที่สองเสร็จง่ายขนาดนี้เชียวหรือ รู้สึกเหนื่อยบ้างหรือเปล่า รู้สึกไม่สบายตรงไหนไหม”
“ไม่มีเลย” ลู่โจววางพลั่วลงแล้วยิ้ม “ผมกลับรู้สึกว่าหลังจากขุดสองหลุมแล้ว ร่างกายยิ่งเบาสบายขึ้น ออกกำลังกายนี่มันช่วยให้สุขภาพดีจริงๆ ”
ทุกคนล้วนพูดไม่ออก
มีคนโวยวายขึ้นมา “เ้าโกหก เ้าต้องโกหกแน่ๆ!”
ลู่โจวไม่เข้าใจ “ทำไมผมต้องโกหกด้วยล่ะ”
ชายชราคนหนึ่งถามเขา “หนุ่มน้อย เ้ารู้ไหมว่านี่คือดินอะไร”
“ดินอะไร”
“ดินทั้งหมดในลานบ้านแห่งนี้ล้วนเป็ดินพุทธ สมัยนั้นพระพุทธเ้าถมดินพุทธส่วนหนึ่งจากแดนพุทธภูมิลงมาที่ลานแห่งนี้เพื่อใช้ปราบมารปีศาจและภูตผีทั้งสิบทิศ จากหน้าดินลึกลงไปหนึ่งพันกิโลเมตรล้วนเป็ดินพุทธทั้งหมด ถ้าขุดลึกลงไปกว่านี้ก็จะเป็ดินผียมโลก ดินผียมโลกเย็นะเืหาที่เปรียบไม่ได้และเป็ปรปักษ์กับดินพุทธ นับหมื่นปีมานี้พลังจากดินทั้งสองปะทะกันมาตลอด ทำให้ดินในปัจจุบันแข็งมาก คนที่ไม่มีความสามารถจริงๆ จะขุดมันไม่ได้เลย คิดถึงตอนนั้น พันตรีลี่ใช้เวลาถึงหนึ่งเดือนกว่าจะขุดหลุมเล็กๆ ที่กว้างและลึกสิบเิเออกมาได้”
“...” แต่งเื่เล่าได้ดีจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะเขาขุดดินได้ง่ายดายขนาดนี้ ลู่โจวคงโดนสีหน้าจริงจังของอีกฝ่ายหลอกไปแล้ว ลี่หนานเสวียนที่ร่างกายแข็งแรงจากการออกกำลังกายมาหลายปีจะขุดหลุมเล็กๆ ยังต้องใช้เวลาถึงหนึ่งเดือน หลอกกันเล่นหรืออย่างไร
ชายชราถาม “เ้าไม่เชื่อคำพูดของข้าใช่ไหม”
“คุณตาครับ ผมไม่อยากโกหกคุณเลยจริงๆ แต่...” ลู่โจวขุดหลุมใหม่เรื่อยๆ สบายๆ “คุณจะให้ผมเชื่อได้ยังไงว่าดินนี่แข็งอย่างที่คุณบอก”
ชายชรา “...”
ลู่โจวปลูกเมล็ดพันธุ์สามเมล็ดเสร็จก็รีบกลับเข้าบ้าน เอาอ่างใส่น้ำออกมารดเมล็ดพันธุ์ให้เรียบร้อย เมื่อเสร็จทุกอย่าง เขาก็รู้สึกว่าร่างกายสดชื่นขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ทำให้เขาอยากเอนตัวนอนปรับสมดุลบนเตียงเป็พิเศษ
ลู่โจวบิดี้เี ก่อนจะหันหลังกลับเข้าบ้าน ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของทุกคนดังลอยมาจากข้างหลัง
“พวกเ้าคิดว่าเมล็ดพันธุ์จะงอกไหม”
“ข้าพนันหนึ่งล้านเหรียญกงเต๊ก เมล็ดนี่ไม่มีทางงอก”
“แหวะ เดี๋ยวนี้เหรียญกงเต๊กเสื่อมค่าจะตาย หนึ่งล้านเหรียญกงเต๊กยังไม่เท่าเงินหนึ่งสตางค์ของโลกมนุษย์เลย เ้ายังมีหน้าเอาออกมาพนันอีก ข้าพนันหนึ่งพันล้านเหรียญกงเต๊กว่าสิบปีหลังจากนี้เมล็ดถึงจะงอก”
“พนันหนึ่งพันล้านเหรียญกงเต๊กเท่ากัน แต่ข้าพนันว่าพวกมันจะไม่มีวันงอก”
“ข้าลงเงินเดิมพันด้วย...”
“ข้าก็ด้วย...”
ลู่โจวได้ยินคำพูดพวกนั้นก็ส่ายหน้าเบาๆ อย่างเอือมระอา พลางคิดในใจว่าคนพวกนี้อินกับบทเกินไป คิดว่าตัวเองเป็ผีจริงๆ เอาแต่พูดถึงเงินกงเต๊กกันอยู่ได้
สภาพอากาศหนาวขนาดนี้ เมล็ดพันธุ์คงไม่มีทางงอกหรอก
ลู่โจวปิดประตูห้องกั้นเสียงเซ็งแซ่ไว้นอกประตู จากนั้นก็เอนตัวลงนอนบนเตียง
เขาหลับยาวจนถึงแปดโมงเช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อตื่นขึ้นมาก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองผลัดกระดูกเปลี่ยนเส้นเอ็น ร่างกายเบาสบายขึ้นมาก ไม่รู้สึกงัวเงียหลังตื่นนอนเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว
เขาลุกขึ้นเปิดม่านหน้าต่าง เห็นชายชราสี่คนที่ปกติมักจะนั่งเล่นหมากรุกจีนอยู่ในศาลายืนล้อมแปลงดอกไม้ที่เขาขุดเมื่อคืนพลางพูดคุยกัน สายตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ