“โคตรอร่อยยยยยยยยยยยย”
สมิธถึงกับะโออกมาด้วยความอร่อยเมื่อเขาได้กินเฟรนช์ฟรายส์ที่ทำจากมันฝรั่งแหวกดิน ความกรอบของตัวเฟรนช์ฟรายส์อยู่ในระดับดีเยี่ยมชนิดที่ว่าคนด้านข้างสามารถรับรู้ได้ถึงความกรอบหากนำเฟรนช์ฟรายส์นี้ไปกินข้างๆเพราะเสียงความกรอบของมันช่างไพเราะเสียเหลือเกิน
และสิ่งสำคัญที่ทำให้เฟรนช์ฟรายส์นี้อร่อยโคตรคือรสชาติโดยธรรมชาติของมันฝรั่งแหวกดินที่ล้ำลึกเป็อย่างมาก โดยปกติแล้วรสชาติและรสััของมันฝรั่งจะค่อนข้างโดดเด่นแต่กับมันฝรั่งแหวกดินมันไม่ใช่เช่นนั้น แม้จะยังคงมีความคล้ายคลึงกันอยู่ในเื่เนื้อมััแต่สมิธให้มันฝรั่งแหวกดินกินขาดในเื่ความเนียนนุ่มที่มันฝรั่งธรรมดาไม่มีทางเทียบได้ ส่วนเื่รสชาติมันฝรั่งแหวกดินยังคงมีกลิ่นและรสชาติที่เป็มันฝรั่งอยู่เพียงแต่ว่ามันน้อยนิดเมื่อเทียบกับรสชาติอื่นๆที่แฝงมาด้วย ซึ่งสมิธเองก็ไม่รู้มันคือรสชาติอะไรเนื่องจากประสิทธิภาพลิ้นของเขาไม่ถึงขั้นพอจะบอกแยกได้
แต่ แต่ แต่ สิ่งที่ทำให้เฟรนช์ฟรายส์นี้โดดเด่นและไม่เหมือนใครบนโลกใบนี้ สมิธมั่นใจว่าเฟรนช์ฟรายส์นี้ไม่เหมือนใครอย่างแน่นอน เพราะคุณสมบัติพิเศษของมันฝรั่งแหวกดินคือมีพลังในการฟื้นฟูร่างกายแม้ระดับการฟื่นฟูจะเล็กน้อยแต่มันก็ทำให้ผู้บริโภครู้สึกกระกระปรี้กระเปร่าได้ราวกับกินเครื่องดื่มชูกำลัง และคุณสมบัติที่สองคุณสมบัติพิเศษที่ได้จากความสามารถของกรีนชิลดนั้นคือความสดชื่นที่เหมือนอยู่ท่ามกลางธรรชาติอันอุดมสมบูรณ์
[มันฝรั่งแหวกดิน]
[ระยะในการเติบโต : 12 วัน]
[สุขภาพ : สุดยอด] + + + แข็งแกร่ง [6 วัน]
[อารมณ์ : สุดยอด] + + + แจ่มใส [6 วัน]
[คุณสมบัติ : ฟื้นฟูร่างกาย] +++ ท่ามกลางธรรมชาติ
“ครั้งนี้ข้าคงต้องยอมเ้าสมิธ” กรีนชิลดยอมรับความพ่ายแพ้เมื่อตัวมันได้ลองกินอาหารที่ตอนแรกตัวมันค่อนข้างมีอคติกับอาหารที่เรียกว่าเฟรนช์ฟรายส์ แต่เมื่อได้ลองความอคติเ่าั้ก็ทุเลาลงมา
สมิธรับรู้ได้ถึงสายตาที่คอยจดจ้องอย่างไม่ละไปไหนมาโดยตลอดั้แ่ที่ตัวเขาเริ่มทำเฟรนช์ฟรายส์จนถึงตอนนี้ สายตานั้นแสดงถึงความหิวกระหายอย่างที่สุดและเ้าของสายตานั้นก็คือ มิโนว่า!
“มันยังคงเป็มันฝรั่งแค่เอาไปทอดเพิ่ม แล้วอีกอย่างเธอที่ใกล้เคียงกับมนุษย์แบบนี้คงไม่เป็ไรมั้ง?” สมิธกำลังลังเลว่าจะให้มิโนว่ากินเฟรนช์ฟรายส์นี้ดีหรือไม่ หากเป็มันฝรั่งปกติสมิธคงให้อย่างไม่ลังเลแต่นี้มันผ่านกระบวนการมาแล้วหลายขั้นตอนสมิธจึงไม่รู้ว่าควรหรือเปล่า อาจเกิดอันตรายกับเธอได้
งับ! ในขณะที่สมิธกำลังตัดสินใจอยู่นั้นมิโนว่าเธอได้เคลื่อนไหวดุจสายฟ้าโดยเธอใช้ปากของเธองับเข้าที่เฟรนช์ฟรายส์ซึ่งสมิธกำลังถือมันอยู่บนมือ การเคลื่อนไหวนี้ทำเอาสมิธไม่อาจตั้งตัวได้ทันทำให้เฟรนช์ฟรายส์โดนปล้นโดยมิโนว่า
“เวรแล้วไง!” สมิธถึงกับสบถออกมาไม่ใช่เพราะโดนขโมยเฟรนช์ฟรายส์แต่เพราะกังวลว่ามันจะส่งผลเสียต่อร่างกายมิโนว่าไหม
“เธอรู้สึกผิดปกติอะไรบ้างไหม ปวดท้อง ปวดหัว หรืออะไรก็ได้” สมิธรีบไปดูมิโนว่าเป็อะไรไหม หากเกิดอะไรขึ้นกับเธอสมิธคงรู้สึกผิดไปจนตาย
“กินอีก กินอีก สมิธ กินอีก” คำตอบที่สมิธได้ยินจากมิโนว่าคือความ้ากินที่มากขึ้น สมิธถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้
“เอาก็เอาว่ะ!” ในที่สุดสมิธก็ยอมแพ้ตัดสินใจให้มิโนว่ากินมันฝรั่งเพียงแค่กินแค่มันฝรั่งที่ปลอกเปลือกเท่านั้นไม่ได้กินเฟรนช์ฟรายส์แต่อย่างใด สมิธนำมันฝรั่งที่เขาแช่ไว้ในกล่องความเย็นมาให้มิโนว่ากินแม้ในตอนแรกเธอดูจะไม่ค่อยปลืมสักเท่าไหร่ แต่เมื่อได้ลองกินสายตาของเธอก็กลับมาเป็ประกายอีกครั้ง สมิธจัดมิโนว่าให้ไปเลยมันฝรั่ง 20 หัว
“กรีนชิลดนายอยากออกไปข้างนอกกับฉันไหม?” สมิธถามกรีนชิลดที่กำลังกินเฟรนช์ฟรายส์อย่างเพลิดเพลิน
“ไปทำไม?” กรีนชิลดถามกลับ
“พอดีฉันจะ...” สมิธเล่าถึงแผนการต่อไปที่เขาคิดจะทำกับมันฝรั่งแหวกดินให้กรีนชิลดฟัง พอกรีนชิลดได้ฟังเขาก็ตอบตกลงที่จะไปด้วยในทันที
ก่อนที่สมิธจะออกจากบ้านไปทำแผนการต่อไปเขาได้บอกแม่ถึงเื่มันฝรั่งที่อยู่บนเคาท์เตอร์บนห้องครัวจัดการทำอาหารได้เต็มที่ สมิธหยิบกุญแจรถก่อนจะสตาร์ทรถออกไป...
“แล้วนายจะไปไหนก่อน?” กรีนชิลดถาม
“ไปซื้อหม้อทอดก่อน”