บทที่ 4: จุดเริ่มต้นของการหลุดพ้น
วันต่อมาจ้าวตี้ได้เอาสมุนไพรมาให้ที่ห้อง จ้าวหลินได้จัดยาต้มให้สำหรับสิบวัน“อันนี้ยาสิบชุดสำหรับสิบวัน ให้ท่านต้มดื่มก่อนนอนเพราะเป็เวลาที่ร่างกายผักผ่อนการทำงานจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด”จ้าวตี้ได้ยินเช่นนั้นเขาเริ่มเชื่อขึ้นมาว่าจ้าวหลินจะสามารถรักษาอาการป่วยของเขาได้จริงๆ
จ้าวตี้รับสมุนไพรจากจ้าวหลินแล้วเอ่ย“ข้าจะลองเชื่อเ้าดูหากได้ผล เราจะร่วมมือกันต่อไปหากไม่ได้ผลก็อย่างหวังว่าจะมีการร่วมมือจากข้าอีก”พูดเสร็จจ้าวตี้ก็สะบัดแขนแล้วเดินออกจากห้องไป
หึ! จ้าวหลินเมื่อเห็นเช่นนั้นส่ายหน้าแล้วหัวเราะ “จ้าวตี้น้อจาวตี้ เ้าจะหยิ่งยโสได้ถึงเมื่อไรอันที่จริงข้าสามารถจัดยาให้เ้าหายในวันเดียว แต่ใครจะทำอย่างนั้นล่ะข้ายังต้องใช้ประโยชน์จากเ้าอีกเยอะ เพราะฉะนั้นข้าต้องเลี้ยงไข่เ้าไปก่อน”จ้าวหลินลอบกล่าวในใจ
หลังจากนั้น
ภายในห้องที่มีเพียงแสงจากตะเกียงน้ำมันเล็กๆร่างของจ้าวหลินนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงไม้เก่าผุพัง แสงอ่อนๆสะท้อนให้เห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แม้ร่างกายจะยังคงถูกพิษกัดกินแต่จิตใจของเขากลับแข็งแกร่งกว่าเดิม หลังจากได้รับสมุนไพรจำนวนมากจากจ้าวตี้เขาเริ่มต้นเตรียมตัวสำหรับการล้างพิษในร่างกาย
บนโต๊ะไม้มีสมุนไพรหลายชนิดวางเรียงราย แต่ละชนิดล้วนเป็ของธรรมดาที่หาได้ทั่วไปแต่การผสมผสานของมันกลับซับซ้อนและเต็มไปด้วยความละเอียดอ่อนจ้าวหลินกวาดตามองส่วนผสมและจัดเตรียมขั้นตอนด้วยความแม่นยำ
“นี่จะเป็ก้าวแรกในการปลดโซ่ตรวนของข้า”เขาพึมพำกับตัวเองก่อนที่จะเริ่มบดสมุนไพรและผสมลงในน้ำอุ่นที่อยู่ในอ่างไม้เล็กๆเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาถอดเสื้อออก เผยให้เห็นร่างกายที่ซูบผอมและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็ก่อนจะค่อยๆ ก้าวลงไปในอ่าง
ความร้อนจากน้ำสมุนไพรทำให้ร่างกายของเขารู้สึกผ่อนคลายแต่มันก็ไม่ได้ง่ายดายนัก พิษที่ฝังลึกในกระแสเืเริ่มต้านทานกับพลังงานสมุนไพรทำให้เขารู้สึกเ็ปเหมือนมีเข็มนับพันทิ่มแทงอยู่ในเส้นเื
“อึ้ก!”เขากัดฟันแน่น แต่กลับไม่ปล่อยให้เสียงเล็ดลอดออกไป จ้าวหลินรู้ดีว่าหากเขาไม่อดทนต่อความเ็ปนี้ พิษที่สะสมในร่างกายก็ไม่มีทางถูกกำจัดได้
ที่ห้องโถงตระกูลจ้าว
จ้าวตี้เดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยแต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความสงสัยเกี่ยวกับจ้าวหลินแม้เขาจะรู้ว่าเด็กคนนี้มีบางอย่างแปลกไปแต่ก็ยังมองไม่เห็นชัดเจนว่าแผนการของจ้าวหลินคืออะไร
“พ่อบ้านจ้าวตี้”เสียงของจ้าวซิ่วอิงดังขึ้น เรียกให้เขาหันไปมอง นางนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มที่ดูสงบ แต่แฝงด้วยความเ็า“เ้าคอยดูแลเด็กคนนั้นอยู่ใช่หรือไม่? เป็อย่างไรบ้าง?”
จ้าวตี้ค้อมศีรษะเล็กน้อยก่อนตอบ“เรียนท่านนายหญิง เด็กคนนั้นยังคงอ่อนแอ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนักเขาเพียงแค่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในห้อง ไม่ได้ออกไปไหน”
จ้าวซิ่วอิงพยักหน้า“ดีแล้ว อีกสิบวันข้าจะออกไปติดต่อการค้ากับเมืองอื่นประมาณสามเดือน ข้าฝากเื่เด็กนั้นด้วย”
“ขอรับ”จ้าวตี้ตอบกลับ ก่อนจะถอยออกจากห้อง แต่ในใจกลับเริ่มมีความลังเลเขาเริ่มสังเกตเห็นว่า จ้าวหลินไม่ได้เป็เพียงเด็กไร้ค่าที่อยู่ไปวันๆอย่างที่ใครๆ คิด
สิบวันต่อมา
ในความเงียบสงบของค่ำคืนเสียงลมพัดผ่านเบาๆ รอบตัวบ้านไม้เก่าของจ้าวหลิน ในห้องเล็กๆที่เต็มไปด้วยกลิ่นของสมุนไพร ร่างของจ้าวหลินยังคงนั่งสมาธิ ดวงตาหลับสนิทขณะที่พลังลมปราณเริ่มค่อยๆ ไหลเวียนไปทั่วร่างกาย
พิษบางส่วนที่เคยกักขังเส้นลมปราณเริ่มจางลงแม้จะไม่หมดไปทั้งหมดแต่การไหลเวียนของพลังลมปราณที่กลับคืนมาทำให้เขารู้สึกถึงพลังบางอย่างที่เริ่มกลับมา
“นี่เป็เพียงจุดเริ่มต้น...”จ้าวหลินเปิดตาขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ “เมื่อข้าปลดพิษนี้ได้สำเร็จพวกเ้าทั้งหมดจะต้องเสียใจที่ประเมินข้าต่ำเกินไป”
เช้าวันต่อมา
ค๊อกๆเสียงเคาะประตูดังขึ้น ข้าจ้าวตี้!เสียงดังลอยเข้ามาพร้อมกับเสียงเคาะ
เชิญท่านพ่อบ้าน! เสียงลอยออกมาจากห้องของจ้าวหลิน
“มีไรหรือขอรับพ่อบ้านจ้าว”จ้าวหลินยิ้มบางพร้อมถามขึ้น
พ่อบ้านได้ยินแล้วเอ่ยตอบ“ยาที่เ้าจัดให้ได้ผลค่อนข้างดี ตอนนี้ข้าสามารถเดินลมปราณได้สะดวกขึ้น อาการหนาวกับเรอเปรี้ยวก็ไม่หนักเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว” จ้าวหลินเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะเบาๆแล้วกล่าวขึ้น “ยินดีด้วยขอรับพ่อบ้านจ้าว อีกไม่นานท่านน่าจะหายดีข้าจะจัดยาชุดใหม่ให้นะขอรับ สูตรนี้เป็สูตรที่เบากว่าสูตรที่แล้วเพื่อให้เข้ากับอาการที่ทุเลาลง และลดการทำงานหนักของตับและไตในการใช้ยาคาดว่าหนึ่งเดือนให้หลังท่านจะหายเป็ปลิดทิ้ง”
อื้ม! จ้าวตี้ พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ“ข้าต้องขอบใจเ้าแล้ว”
“เื่เล็กน้อยขอรับ”จ้าวหลินรีบตอบทันควัน พร้อมกับเอ่ยถามว่า “่นี้ในตระกูลเกิดอะไรขึ้นบ้างขอรับ”จ้าวตี้ส่ายหน้าแล้วเอ่ยตอบไปว่า “ไม่มีอะไร เ้าตระกูลยังเก็บตัวอยู่ส่วนนายหญิงจ้าวซิ่วอิงเห็นว่าวันนี้จะออกจากเมืองไปทำการค้ากับเมืองข้างอาจจะใช้เวลาเดินทางไปกลับประมาณ
"สามเดือน”จ้าวหลินเมื่อได้ยินเช่นนั้นตาของเขาเบิกโพรง “อะไรนะจ้าวซิ่วอิงไม่อยู่สามเดือนหรือ แสดงว่าจะไม่มีใครเข้ามาหาข้าสินะ”จ้าวหลินพึมพำขึ้นมา
“พ่อบ้านจ้าวข้าคิดว่าจะออกไปข้างนอกสักหลายวันหน่อย รบกวนพ่อบ้านจ้าวตี้ช่วยเก็บเื่นี้เป็ความลับที่ขอรับ” จ้าวตี้ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าตกลงเพราะนอกจากเขาแล้วก็มีแค่จ้าวซิวอิง ที่มาหาจ้าวหลิน
ตกกลางดึกนั้นเองจ้าวหลินแต่งกายชุดดำทะมัดทะแมงลอบออกจากตระกูล อย่างเงียบเชียบ เป้าหมายมุ่งหน้าไปยังป่าอสูร