หากผ่านความยากลำบากในวันแรกไปได้แล้ววันต่อๆ ไปย่อมไม่ยากกว่าเดิมสิ่งเหล่านี้ธามิณีรู้สึกได้เพราะก้าวผ่านมาด้วยตัวเองที่ผ่านมาชีวิตของเธอก็ไม่ได้แย่นัก อย่างน้อยเธอยังมีเพื่อนสนิทคอยให้กำลังใจในวันแย่ๆเธอมีความหวังจะใช้ชีวิตที่อบอุ่นอีกครั้งแม้ว่าในตอนนี้ใครคนนั้นที่คอยปกป้องเธอจะหายไปจากชีวิตเกือบ 3 ปีแล้ว เธอเรียนจบมัธยม 6 ในที่สุดและได้เข้าเรียนในมหา’ลัย
ธามิณีสอบติดคณะคหกรรมศาสตร์สาขาอาหารและโภชนาการ ความที่เธอชอบทำอาหาร แต่ไม่ได้วาดฝันการเป็เชฟแต่เธออยากเป็นักกำหนดอาหารในอนาคต นอกจากการได้ดูแลตัวเองเื่อาหารแล้วมันยังเป็อาชีพที่ดูแลคนอื่นและสามารถเลี้ยงชีพตัวเองได้ด้วย ส่วนกัลยาก็สอบติดมหา’ลัยเดียวกัน เพียงแต่เรียนกันคนละคณะ รายนั้นเลือกเรียนบริหารเพราะครอบครัวมีธุรกิจที่กัลยารู้เสมอว่าต้องเข้าไปดูแลแทนพ่อแม่ในอนาคต
แต่การสอบติดมหา’ลัยย่อมมีค่าใช้จ่ายที่ตามมาดังนั้นธามิณีจึงขอให้ลุงทนายวาทินเพื่อนของพ่อช่วยขายรถของเธอที่พ่อซื้อไว้ก่อนท่านเสียชีวิตทำให้เงินตรงนั้นต่อยอดจนเธอมาไกลถึงตอนนี้ได้ ลุงทนายนอกจากดูแลเื่ต่างๆในชีวิตเธอแล้ว ยังยื่นเื่เป็ผู้ปกครองเพื่อทำธุรกรรมต่างๆมันไม่ง่ายที่จะผ่านมาได้ แต่ก็ไม่ยากจนเธอยังไม่โดดเดี่ยวไปเสียทีเดียว
ข่าวดีเกิดขึ้นในวันธรรมดาๆลุงทนายวาทินบอกว่ามีเพื่อนของพ่อขอช่วยในเื่เรียนเป็เงินซึ่งไม่มีเงื่อนไขหรือการผูกมัดใดๆเขาแนะนำให้รับไว้ ธามิณียอมรับเงินนั้นเพราะเงินที่ขายรถอย่างไรเสียก็มีวันหมดอีกทั้งเงินที่ได้จากการทำงานพิเศษบางเดือนก็ไม่พอกับค่าใช้จ่ายเธอคิดไว้ว่าหากได้ทำงานหลังจากเรียนจบเมื่อไหร่จะทยอยคืนเงินให้เ้าของน้ำใจนี้ส่วนเงินที่ป้ารัดเกล้าเคยบอกว่าจะโอนมาให้นั้น ธามิณีได้รับอยู่ 5 เดือนแล้วก็ไม่ได้รับอีก เช่นเดียวกับไม่เคยได้รับการติดต่ออีกเลย
ทว่าหลังจากผ่านมานานเกือบ3 ปี จนธามิณีลืมความเ็ปของการถูกทอดทิ้งได้แล้วป้ารัดเกล้าก็กลับมาหาเธอในวันที่ฟ้าสดใส แต่ว่าหัวใจของเธอกลับหวนไปถึงความบอบช้ำในวันที่แตกสลายจนกระทั่งวันนี้เธอเข้มแข็งพอที่จะไม่ร้องไห้เพราะการถูกทอดทิ้งได้แล้ว
“ธาม...”รัดเกล้ามองหลานด้วยความละอายใจจนพูดไม่ออก
เตชิตบอกรัดเกล้าว่าธามิณีไปอยู่กับญาติของเขาแล้วทุกอย่างเรียบร้อยดี จนกระทั่งหลายวันผ่านไปนางติดต่อหลานสาวไม่ได้จึงได้คำตอบว่าเตชิตทำอะไรลงไปเขาจงใจแก้ไขเบอร์โทรของหลานสาวที่บันทึกไว้ที่โทรศัพท์ของนางทำให้นางโทรหาธามิณีเท่าไหร่ก็ไม่มีสัญญาณเพราะเบอร์ถูกสามีแก้ไขไปแล้ว
รัดเกล้าจึงโทรหาเพื่อนบางคนที่โรงเรียนให้ช่วยตามหาธามิณีแต่ให้อย่างไรก็หาไม่พบเพราะตอนนั้นยังอยู่ใน่ปิดเทอม พอผ่านไป 5 เดือนนางจึงเดินทางกลับมาไทยโดยใช้เงินเก็บที่มีทำให้ไม่เหลือเงินที่จะโอนให้ธามิณีได้ต่ออีกทั้งเตชิตก็มีภาระค่าใช้จ่ายมากจนนางขอมาให้หลานไม่ได้พอกลับถึงไทยรัดเกล้าตามหาหลานสาวไปทุกที่ แต่หาอย่างไรก็ไม่พบ ในระหว่างนั้นกาญเกล้าเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ญี่ปุ่นทำให้นางต้องเดินทางกลับไป การดูแลลูกสาวที่ขาหักต้องทำกายภาพทำให้ผ่านไปอีกหลายเดือน จนกระทั่งล่วงเลยมาจนป่านนี้แม้จะรู้ว่าธามิณีอยู่ที่ไหนเมื่อหลายเดือนก่อนแต่เพราะความละอายใจและไม่อยากขัดแย้งกับสามีทำให้นางพึ่งมาหาหลาน
ธามิณียกมือไหว้รัดเกล้าพลางยิ้มในที่สุด...การรอคอยของเธอก็มาถึงเสียที
“สวัสดีค่ะป้ารัดไม่ได้พบกันนานเลยนะคะ”
รัดเกล้าจับมือของธามิณีไว้ด้วยความรู้สึกละอายใจ“ป้าขอโทษที่ไม่ได้ดูแลธามเลย จนผ่านไปเกือบ 3 ปีแล้วถึงได้มาหาธามสบายดีไหม”
“ค่ะธามสบายดี” ธามิณียิ้ม แม้จะรู้สึกว่าภายในหัวใจยวบลงราวกับมีหลุมลึกตอนนั้นที่เธอ้าใครสักคน ป้ารัดเกล้าหายไปไหน เธออยากจะถามอย่างนั้นแต่มันจะมีประโยชน์อะไรอีกเล่า ในเมื่อเธอผ่านความยากลำบากมาได้ด้วยตัวเองแล้ว“ป้ารัดล่ะคะ สบายดีไหมคะ”
“สบายดี”รัดเกล้ามองหลานแล้วเป็ฝ่ายหลุบตาลง “ธามโกรธป้าไหมที่ป้า...”
“ทั้งโกรธทั้งเสียใจค่ะ” ธามิณีตอบเพราะไม่มีประโยชน์อะไรที่จะโกหกอย่างน้อยป้ารัดเกล้ายังกลับมาหาเธอ แม้จะเหมือนกับคนรู้จักไม่ใช่ญาติสนิทอีกแล้วก็ตาม “แต่มันนานจนธามพยายามลืมไปแล้วว่าตอนนั้นรู้สึกยังไงวันนี้ป้ารัดมาหาธามมีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ลุงเตกลับมาทำธุระน่ะป้าเลยขอกลับมาด้วย งานของลุงเตกำลังไปได้ดีเลยนะ ถ้ายังไงธามไปอยู่กับป้าดีไหมป้าจะได้ดูแลธาม คราวนี้ป้าสัญญาว่าจะทำเพื่อธามทุกอย่าง ป้าจะไม่ทิ้งธามอีก”
เื่นี้รัดเกล้าคุยกับเตชิตแล้วสามียอมตามใจนาง แม้จะมีเงื่อนไขว่าต้องให้ธามิณีดูแลค่าใช้จ่ายของตัวเองซึ่งรัดเกล้าเตรียมหางานพิเศษไว้ให้หลานแล้ว ส่วนการเรียนนางจะออกค่าเทอมให้ทั้งหมด
“ธามขอบคุณป้ารัดนะคะ”
ธามิณียกมือไหว้ผู้เป็ป้าความกลัวกลายเป็สิ่งที่ธามิณีพบว่าตัวเองต้องมี ไม่อย่างนั้นเธออาจจะเสียใจอีกการพึ่งพาตัวเองเป็สิ่งที่เธอมั่นใจว่าทำได้แล้ว หากรัดเกล้าบอกเธอแบบนี้เมื่อ 3 ปีก่อนคงจะดี
“แต่ธามคิดว่าให้มันเป็ไปอย่างนี้ดีกว่านะคะในคำว่าครอบครัวไม่ควรมีคนอื่นเข้าไปอยู่ในนั้น ธามรู้ตัวดีว่าไม่เคยเป็คนในครอบครัวของป้ารัดเลยเพราะฉะนั้นถ้ามันจะเป็แบบนี้ต่อไป ธามก็ยังมีชีวิตต่อไปได้อยู่ดีค่ะ”
รัดเกล้าฟังหลานแล้วยิ่งรู้สึกผิด“ทำไมคิดอย่างนั้นล่ะธาม ป้าไม่เคยคิดอย่างนั้นเลยนะ”
“ธามเชื่อป้ารัดค่ะ”รอยยิ้มคือคำตอบของธามิณี การมีเธอจะทำให้หลายคนลำบากใจมากกว่าคนที่จะลำบากใจที่สุดคงไม่พ้นรัดเกล้าอยู่ดี “เดี๋ยวธามจะไปทำงานพิเศษแล้วธามขอให้ป้ารัดเดินทางกลับอย่างปลอดภัยนะคะ”
ธามิณียกมือไหว้ทว่ารัดเกล้ากลับหยิบบางอย่างมาจากกระเป๋าแล้ววางบนมือของหลานสาวหากไม่ได้ดูแลอย่างที่คิดไว้ สิ่งนี้คงทำให้นางหายจากความรู้สึกผิดลงไปบ้าง
“เก็บเงินไว้ใช้นะธามพรุ่งนี้ป้าจะเดินทางกลับแล้ว แต่ถ้าธามเปลี่ยนใจบอกป้าได้นะป้าจะซื้อตั๋วให้ธามขึ้นเครื่องบินตามไปที่ญี่ปุ่นเอง”
การััเพียงไม่กี่วินาทีกลับทำให้ธามิณีเห็นภาพบางอย่างที่ทำให้เธอผงะเบิกตากว้างด้วยความใกลัวสิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับเธอมาก่อน
เธอเห็นเครื่องบินกำลังจะตก!
ในเครื่องบินลำนั้นมีรัดเกล้าและเตชิตอยู่ด้วยทั้งสองคนกำลังหวาดกลัวและกรีดร้องเช่นเดียวกับผู้โดยสารคนอื่นๆแต่สุดท้ายเครื่องบินทั้งลำก็พุ่งลงสู่มหาสมุทรในที่สุดเกิดดวงไฟลูกใหญ่สว่างวาบจากการะเิ ทำให้ท้องฟ้าเปลี่ยนสีในฉับพลันแรงะเิสั่นะเืเลื่อนลั่น นี่มันอะไรกัน?
“ป้ารัดอย่าเพิ่งเดินทางกลับวันพรุ่งนี้ได้ไหมคะเอาไว้อีกสองสามวันค่อยกลับ”
ธามิณีไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นมันเป็จริงแค่ไหนแต่ถ้ามันจะเกิดขึ้นแล้วเธอแก้ไขไม่ให้รัดเกล้ากับเตชิตอยู่ในเหตุการณ์นั้นได้มันย่อมดีกว่าได้รู้ข่าวว่าทั้งสองคนเกิดเื่ร้ายแรงตามที่เธอเห็นในนิมิตประหลาดนั้น
“มีอะไรหรือธามทำไมถึงไม่อยากให้ป้ากลับพรุ่งนี้”รัดเกล้ามองสีหน้าของหลานทำให้คิดไปว่าตอนนี้ธามิณีอาจจะกำลังลังเล้าเวลาสำหรับตัดสินใจอีกสักนิด “ถ้าธามอยากจะไปด้วยกัน ป้าก็จะรอนะ”
“ธาม...ธามก็ไม่แน่ใจเอ่อ ธามหมายถึง นานๆ กลับมาไทยสักที ป้ารัดอย่าเพิ่งรีบกลับเลยนะคะ”ธามิณีย้ำอีกครั้ง แม้ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นจะเกิดขึ้นหรือเปล่า “ระวังเื่การนั่งเครื่องบินด้วยนะคะธามไปก่อนแล้วค่ะ”
ธามิณียื่นแขนไปกอดรัดเกล้าเพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้พบกันอีกเธอยิ้มให้ผู้เป็ป้าและหวังใจว่าชีวิตที่ดำเนินต่อจากนี้จะเต็มไปด้วยความสุขกับครอบครัวและลูกๆหากไม่ได้รัดเกล้าดูแลตอนที่เธอเข้าโรงพยาบาลในตอนนั้น เธอคงโดดเดี่ยวและสิ้นหวังตอนนี้เธอคงได้แต่อวยพรอยู่ในใจและหวังว่าจะได้ตอบแทนพระคุณของผู้เป็ป้าในสักวัน
นิมิตที่ธามิณีเห็นไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเครื่องบินไม่ได้ตกรัดเกล้าและเตชิตกลับไปถึงญี่ปุ่นอย่างปลอดภัยธามิณีดีใจที่การเห็นนิมิตที่ผุดขึ้นมาในสมองเป็แค่ความฟุ้งซ่านของเธอเองเธอไม่ชอบเลยที่เห็นการตายแบบนั้น แม้ว่ามันจะเป็แค่ไม่กี่วินาทีก็ตาม
แต่แล้วข่าวร้ายก็มาถึงในวันหนึ่งที่ธามิณีเริ่มลืมเลือนนิมิตนั้นทว่ามันได้เกิดขึ้นในสุดรัดเกล้ากับเตชิตเสียชีวิตแล้วจากเหตุการณ์เครื่องบินตกลงกลางมหาสมุทร 3 เดือนหลังจากที่ธามิณีได้พบกับรัดเกล้ามีข่าวออกทางโทรทัศน์ในเย็นวันนั้นซึ่งไม่นานรายชื่อของผู้เสียชีวิตก็ถูกประกาศออกไป
นอกเหนือจากความเสียใจแล้วธามิณีอดตั้งคำถามกับตัวเองไม่ได้ว่าเธอละเลยในสิ่งที่เห็นใช่ไหมนะถ้าเธอย้ำกับป้ารัดเกล้าเื่เครื่องบินอาจตกอีกหลายๆ ครั้งเื่นี้จะไม่เกิดขึ้นใช่ไหม ความตายจะไม่เกิดขึ้นใช่หรือเปล่า
...ไม่มีใครตอบคำถามทั้งหมดนี้ได้แม้กระทั่งธามิณีเอง
สิ่งเดียวที่ธามิณีมั่นใจนั่นคือมีบางอย่างในตัวเธอที่ทำให้เกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดและเห็นอนาคตในบางคราวเธอไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ จนกระทั่งมันได้เกิดขึ้นแล้วผู้ที่จะตอบคำถามนี้ของเธอได้ ตอนนี้เขาไปอยู่ที่ไหน ธามิณีไม่รู้เลย ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาชีวิตของเธอปกติดีเช่นเดียวกับเขาคนนั้นได้หายไปตามที่เอ่ยลา
หลังจากผ่านไปเกือบสัปดาห์งานศพของรัดเกล้ากับเตชิตจึงได้ถูกจัดขึ้นร่างของทั้งสองคนถูกส่งกลับมาที่ประเทศไทย โดยมีลูกสาวและลูกชายมารอรับธามิณีเพิ่งรู้ตอนนี้เองว่ากาญเกล้ากับเตวินกลับมาอยู่ประเทศไทยหลายเดือนแล้วแม้จะไม่ได้ติดต่อกันมาพักใหญ่ แต่เมื่อถึงวาระสุดท้ายของรัดเกล้ากับเตชิตธามิณีคิดว่าให้อย่างไรก็ต้องมาที่งานศพของลุงกับป้าสักครั้ง
ยังไงๆทำไมธามเห็นจุดจบของป้ารัดเกล้า ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ
อัมราน_บรรพตี