เช้าวันใหม่ฉันเดินทางมาถึงคาเฟ่ก่อนเวลาร้านเปิด พนักงานรุ่นพี่ต้อนรับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นก่อนจะเริ่มเทรนงานให้แบบเร่งรัด เพราะวันนี้ลูกค้าอาจจะแน่นกว่าปกติเนื่องจากเป็วันเปิดตัวอย่างเป็ทางการของร้าน ฉันถูกส่งไปประจำเคาน์เตอร์แคชเชียร์ รับออเดอร์ และช่วยเสิร์ฟอาหาร โชคดีที่เคยมีประสบการณ์มาก่อน ทุกอย่างจึงไม่ได้ยากเกินไปนัก
คาเฟ่แห่งนี้เพิ่งเปิดได้ไม่ถึงเดือน แต่เ้าของร้านที่เป็ทั้งนักธุรกิจและเซเลบ ทำให้ร้านกลายเป็จุดนัดพบสุดหรูแห่งใหม่ ตกแต่งสไตล์ยุโรปโมเดิร์น ดูหรูหราและน่าตื่นตาไปทุกมุม ฉันเรียนรู้งานอย่างตั้งใจ จนกระทั่งเสียงกระดิ่งประตูดังขึ้น
ฉันเงยหน้าขึ้น เตรียมทักทายด้วยรอยยิ้มที่สดใสที่สุด
“สวั—” คำพูดสะดุดลงกลางคัน เมื่อเห็นว่าใครคือแขกที่ก้าวเข้ามาในร้าน
พี่เจกับพี่พิมพ์…
ฉันชะงักหยุดนิ่งไปชั่วขณะ พี่เจปรายตามองมาเหมือนจะสงสัย แต่แล้วก็กลับไปทำหน้านิ่งเฉยเหมือนเดิม ฉันรีบรวบรวมสติ ใช้น้ำเสียงสุภาพที่สุดเอ่ยถาม
“สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ?”
“คาปูชิโน่หนึ่งค่ะ ส่วนของเจ…เอาอเมริกาโน่ไม่หวานเหมือนเดิมใช่ไหม?” พี่พิมพ์หันไปถามเขาเสียงหวาน
“อืม” เขาพยักหน้า ตอบเพียงสั้น ๆ
ฉันเคยได้ยินมาว่าพี่พิมพ์เป็ลูกสาวนักธุรกิจชื่อดัง แถมยังเป็อินฟลูเอนเซอร์ที่มีคนติดตามมากมาย คงไม่แปลกถ้าเธอจะเป็แขกพิเศษที่ได้รับเชิญมาที่นี่ ทั้งคู่เลือกที่นั่งริมกระจก แสงแดดอ่อน ๆ ส่องกระทบลงมาบนตัวพวกเขา ราวกับฉากหนึ่งในภาพถ่ายที่สมบูรณ์แบบ ฉันพยายามหลบสายตาพี่เจ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองพวกเขาจากมุมหนึ่งของร้าน ชายหนุ่มกับหญิงสาวที่ใคร ๆ ต่างก็บอกว่าเหมาะสมกัน
กิ่งทองใบหยก คำนี้ผุดขึ้นมาในหัวของฉันอย่างห้ามไม่อยู่ ทั้งสองดูเข้ากันได้ดีมากเสียจนฉันไม่กล้าคิดต่อ ฉันถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะหันกลับมาตั้งใจทำงานต่อโลกของเขา…ช่างห่างไกลจากฉันเหลือเกิน
ระหว่างที่ลูกค้าทยอยเข้ามา บรรยากาศในร้านก็คึกคักมากขึ้น ดารา อินฟลูเอนเซอร์ นักธุรกิจชื่อดังเดินเข้าออกไม่ขาดสาย เพื่อนพนักงานหลายคนถึงกับกระซิบกรี๊ดกร๊าดกันด้วยความตื่นเต้น
“ส้ม คนนี้เหมาะกับเธอสุด ๆ !” เปรี้ยวเพื่อนสนิทวัยเด็กที่พ่วงด้วยเพื่อนร่วมคณะกระซิบพร้อมทำหน้าตื่นเต้น
ฉันหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้น…แล้วถึงกับเบิกตากว้าง
“อ่าว..ส้มทำงานที่นี่เหรอ? หลังจากวันนั้นคิดว่าคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว…” เป็พี่วิคเตอร์นั่นเอง
“เอ่อ…พี่ที่รู้จักแนะนำงานนี้ให้น่ะค่ะ” ฉันรีบตอบเสียงเบา
พี่วิคเตอร์ก็เป็นักธุรกิจใหญ่ชื่อดัง จึงไม่แปลกที่เขาจะถูกเชิญมาร้านนี้ เขาสั่งลาเต้กับเค้กเรดเวลเวท ก่อนจะพูดต่อราวกับไม่อยากปล่อยโอกาสให้หลุดลอย
“พี่ขอไลน์ได้ไหม?” ฉันอึ้งไปเล็กน้อยหัวใจเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ คนธรรมดา ๆ อย่างฉัน…ทำไมเขาถึงอยากติดต่อกันต่อกัน
เปรี้ยวที่ยืนข้าง ๆ ถึงกับสะกิดแขน ทำหน้าล้อเลียนสุดชีวิต ฉันเลยได้แต่ยิ้มเกรงใจ ยังไม่ทันตอบอะไรมากก็ต้องหันไปดูแลลูกค้าคนอื่นต่อ
ไม่นาน เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้น
Vic : ดีใจจังที่ได้เจอกันอีก
ฉันยังไม่ได้ตอบเพราะไม่อยากเสียสมาธิในการทำงาน ระหว่างนั้นฉันเหลือบไปเห็นพี่เจกำลังมองฉันอยู่ แววตาเขาคล้ายกับไม่พอใจอะไรบางอย่าง ก่อนจะหันกลับไปคุยกับพี่พิมพ์ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ภาพนั้นทำให้ฉันสะท้านในอกอยู่ลึก ๆ
หลังจากนั้นไม่นาน พี่เจกับพี่พิมพ์ก็ลุกออกจากร้าน ในจังหวะที่เดินผ่าน เขาหันกลับมามองฉันแวบหนึ่ง สายตาเหมือนอยากพูดอะไร แต่พี่พิมพ์ก็เรียกให้ตามไปเสียก่อน
หลังเลิกงานฉันกำลังจะเดินไปขึ้นรถวินมอเตอไซค์ตามปกติ แต่เสียงเรียกจากด้านหลังก็ทำให้หยุดชะงัก
“ส้ม! เดี๋ยวพี่ไปส่ง” เสียงของวิคเตอร์ดังขึ้น เขายืนอยู่ไม่ไกล ยิ้มกว้างอย่างเป็มิตร หลังจากจบประโยคนั้นเปรี้ยวก็ทำท่าดีอกดีใจราวกับเป็ฉันเองยังไงยังงั้น
“ไม่เป็ไรค่ะ ส้มกลับเองได้ เกรงใจพี่” ฉันรีบปฏิเสธ แต่ยัยเปรี้ยวเพื่อนตัวดีก็สะกิดแขนฉันอีกครั้งราวกับไม่พอใจในคำตอบ
“ให้พี่ไปส่งเถอะ เดี๋ยวไปส่งเพื่อนเราด้วย” เขายืนยันด้วยแววตาจริงจัง
“ได้ค่ะ ขอบคุณมาก ๆ นะคะ” เป็เสียงยัยเปรี้ยวที่พูดขึ้นมาแทนฉัน
สุดท้ายฉันก็จำใจยอมรับ ตอนนี้ฉันกับเปรี้ยวก็นั่งอยู่ในรถยุโรปราคาแพง โดยที่
“บ้านอยู่แถวไหนเหรอ?”
“ซอย….แถว ๆ มหาวิทยาลัยค่ะ” ฉันตอบเบาๆ
บ้านของเปรี้ยวเป็ทางผ่านไปที่พักของฉัน พี่วิคเตอร์จึงไปส่งเปรี้ยวก่อน ระหว่างทางเราพูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อย วิคเตอร์เล่าเื่การเรียน ครอบครัว และความชอบส่วนตัวให้ฟัง เสียงทุ้มอบอุ่นของเขาทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายอย่างไม่น่าเชื่อ
“ถึงแล้ว ขอบคุณนะคะที่มาส่ง” ฉันบอกขณะเปิดประตูรถ
“ไว้เจอกันอีกนะ” เขาพูดเบาๆ ก่อนจะขับรถออกไป
ฉันยืนมองรถที่ค่อย ๆ เลือนหายไปในความมืดอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน…ใจหนึ่งก็อบอุ่น อีกใจก็วุ่นวายอย่างบอกไม่ถูก
“ใครมาส่ง?” เสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงความเ็าดังขึ้น
ฉันหันขวับไปตามเสียง ก็เจอกับร่างสูงของพี่เจอยู่ในชุดเสื้อยืดสีเทากับกางเกงวอร์มสีดำ เขาพิงราวบันไดด้วยท่าทีสบาย ๆ แต่แววตานั้นกลับจ้องมาอย่างไม่วางตา กรามเขาขบแน่นขึ้นเล็กน้อย
“พี่ที่รู้จักนะค่ะ” ฉันตอบพลางเบือนหน้าหนี
“พี่? พี่ที่ไหน?” เขาถามต่อ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแววไม่พอใจบางอย่าง
“...” ทำไมวันนี้เขาถามมากแบบนี้นะ เมื่อไม่รู้จะตอบอย่างไรจึงได้แต่เงียบไว้ ก่อนจะหันกลับมาเปิดประตูเข้าห้อง
เขามองฉันเหมือนกำลังจะพูดอะไรต่อ แต่สุดท้ายก็เงียบไป
“ล็อกประตูให้ดีด้วย” เสียงเขาดังตามมา ฉันหยุดชั่วครู่แล้วพยักหน้ารับเบา ๆ โดยไม่หันกลับไปมอง
หัวใจฉันเต้นแรงอีกครั้ง…ท่าทีแบบนี้ของพี่เจคืออะไรกันนะ