Under the Same Roof,บ้านนี้มีเธอ

    บทที่ 9 คู่รักแห่งปี

     เช้าวันใหม่ฉันเดินทางมาถึงคาเฟ่ก่อนเวลาร้านเปิด พนักงานรุ่นพี่ต้อนรับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นก่อนจะเริ่มเทรนงานให้แบบเร่งรัด เพราะวันนี้ลูกค้าอาจจะแน่นกว่าปกติเนื่องจากเป็๲วันเปิดตัวอย่างเป็๲ทางการของร้าน ฉันถูกส่งไปประจำเคาน์เตอร์แคชเชียร์ รับออเดอร์ และช่วยเสิร์ฟอาหาร โชคดีที่เคยมีประสบการณ์มาก่อน ทุกอย่างจึงไม่ได้ยากเกินไปนัก 

     คาเฟ่แห่งนี้เพิ่งเปิดได้ไม่ถึงเดือน แต่เ๯้าของร้านที่เป็๞ทั้งนักธุรกิจและเซเลบ ทำให้ร้านกลายเป็๞จุดนัดพบสุดหรูแห่งใหม่ ตกแต่งสไตล์ยุโรปโมเดิร์น ดูหรูหราและน่าตื่นตาไปทุกมุม ฉันเรียนรู้งานอย่างตั้งใจ จนกระทั่งเสียงกระดิ่งประตูดังขึ้น 

    ฉันเงยหน้าขึ้น เตรียมทักทายด้วยรอยยิ้มที่สดใสที่สุด 

    “สวั—” คำพูดสะดุดลงกลางคัน เมื่อเห็นว่าใครคือแขกที่ก้าวเข้ามาในร้าน 

    พี่เจกับพี่พิมพ์… 

     ฉันชะงักหยุดนิ่งไปชั่วขณะ พี่เจปรายตามองมาเหมือนจะสงสัย แต่แล้วก็กลับไปทำหน้านิ่งเฉยเหมือนเดิม ฉันรีบรวบรวมสติ ใช้น้ำเสียงสุภาพที่สุดเอ่ยถาม 

    “สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ?” 

    “คาปูชิโน่หนึ่งค่ะ ส่วนของเจ…เอาอเมริกาโน่ไม่หวานเหมือนเดิมใช่ไหม?” พี่พิมพ์หันไปถามเขาเสียงหวาน 

     “อืม” เขาพยักหน้า ตอบเพียงสั้น ๆ 

     ฉันเคยได้ยินมาว่าพี่พิมพ์เป็๞ลูกสาวนักธุรกิจชื่อดัง แถมยังเป็๞อินฟลูเอนเซอร์ที่มีคนติดตามมากมาย คงไม่แปลกถ้าเธอจะเป็๞แขกพิเศษที่ได้รับเชิญมาที่นี่ ทั้งคู่เลือกที่นั่งริมกระจก แสงแดดอ่อน ๆ ส่องกระทบลงมาบนตัวพวกเขา ราวกับฉากหนึ่งในภาพถ่ายที่สมบูรณ์แบบ ฉันพยายามหลบสายตาพี่เจ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองพวกเขาจากมุมหนึ่งของร้าน ชายหนุ่มกับหญิงสาวที่ใคร ๆ ต่างก็บอกว่าเหมาะสมกัน

    กิ่งทองใบหยก คำนี้ผุดขึ้นมาในหัวของฉันอย่างห้ามไม่อยู่ ทั้งสองดูเข้ากันได้ดีมากเสียจนฉันไม่กล้าคิดต่อ ฉันถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะหันกลับมาตั้งใจทำงานต่อโลกของเขา…ช่างห่างไกลจากฉันเหลือเกิน

    ระหว่างที่ลูกค้าทยอยเข้ามา บรรยากาศในร้านก็คึกคักมากขึ้น ดารา อินฟลูเอนเซอร์ นักธุรกิจชื่อดังเดินเข้าออกไม่ขาดสาย เพื่อนพนักงานหลายคนถึงกับกระซิบกรี๊ดกร๊าดกันด้วยความตื่นเต้น 

    “ส้ม คนนี้เหมาะกับเธอสุด ๆ !” เปรี้ยวเพื่อนสนิทวัยเด็กที่พ่วงด้วยเพื่อนร่วมคณะกระซิบพร้อมทำหน้าตื่นเต้น

    ฉันหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้น…แล้วถึงกับเบิกตากว้าง 

    “อ่าว..ส้มทำงานที่นี่เหรอ? หลังจากวันนั้นคิดว่าคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว…” เป็๲พี่วิคเตอร์นั่นเอง 

    “เอ่อ…พี่ที่รู้จักแนะนำงานนี้ให้น่ะค่ะ” ฉันรีบตอบเสียงเบา 

      พี่วิคเตอร์ก็เป็๲นักธุรกิจใหญ่ชื่อดัง จึงไม่แปลกที่เขาจะถูกเชิญมาร้านนี้ เขาสั่งลาเต้กับเค้กเรดเวลเวท ก่อนจะพูดต่อราวกับไม่อยากปล่อยโอกาสให้หลุดลอย 

    “พี่ขอไลน์ได้ไหม?” ฉันอึ้งไปเล็กน้อยหัวใจเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ คนธรรมดา ๆ อย่างฉัน…ทำไมเขาถึงอยากติดต่อกันต่อกัน

     เปรี้ยวที่ยืนข้าง ๆ ถึงกับสะกิดแขน ทำหน้าล้อเลียนสุดชีวิต ฉันเลยได้แต่ยิ้มเกรงใจ ยังไม่ทันตอบอะไรมากก็ต้องหันไปดูแลลูกค้าคนอื่นต่อ 

    ไม่นาน เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้น

    Vic : ดีใจจังที่ได้เจอกันอีก 

     ฉันยังไม่ได้ตอบเพราะไม่อยากเสียสมาธิในการทำงาน ระหว่างนั้นฉันเหลือบไปเห็นพี่เจกำลังมองฉันอยู่ แววตาเขาคล้ายกับไม่พอใจอะไรบางอย่าง ก่อนจะหันกลับไปคุยกับพี่พิมพ์ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ภาพนั้นทำให้ฉันสะท้านในอกอยู่ลึก ๆ  

    หลังจากนั้นไม่นาน พี่เจกับพี่พิมพ์ก็ลุกออกจากร้าน ในจังหวะที่เดินผ่าน เขาหันกลับมามองฉันแวบหนึ่ง สายตาเหมือนอยากพูดอะไร แต่พี่พิมพ์ก็เรียกให้ตามไปเสียก่อน 

     หลังเลิกงานฉันกำลังจะเดินไปขึ้นรถวินมอเตอไซค์ตามปกติ แต่เสียงเรียกจากด้านหลังก็ทำให้หยุดชะงัก

    “ส้ม! เดี๋ยวพี่ไปส่ง” เสียงของวิคเตอร์ดังขึ้น เขายืนอยู่ไม่ไกล ยิ้มกว้างอย่างเป็๲มิตร หลังจากจบประโยคนั้นเปรี้ยวก็ทำท่าดีอกดีใจราวกับเป็๲ฉันเองยังไงยังงั้น 

    “ไม่เป็๞ไรค่ะ ส้มกลับเองได้ เกรงใจพี่” ฉันรีบปฏิเสธ แต่ยัยเปรี้ยวเพื่อนตัวดีก็สะกิดแขนฉันอีกครั้งราวกับไม่พอใจในคำตอบ 

     “ให้พี่ไปส่งเถอะ เดี๋ยวไปส่งเพื่อนเราด้วย” เขายืนยันด้วยแววตาจริงจัง 

     “ได้ค่ะ ขอบคุณมาก ๆ นะคะ” เป็๞เสียงยัยเปรี้ยวที่พูดขึ้นมาแทนฉัน 

     สุดท้ายฉันก็จำใจยอมรับ ตอนนี้ฉันกับเปรี้ยวก็นั่งอยู่ในรถยุโรปราคาแพง โดยที่

    “บ้านอยู่แถวไหนเหรอ?” 

    “ซอย….แถว ๆ มหาวิทยาลัยค่ะ” ฉันตอบเบาๆ 

      บ้านของเปรี้ยวเป็๞ทางผ่านไปที่พักของฉัน พี่วิคเตอร์จึงไปส่งเปรี้ยวก่อน ระหว่างทางเราพูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อย วิคเตอร์เล่าเ๹ื่๪๫การเรียน ครอบครัว และความชอบส่วนตัวให้ฟัง เสียงทุ้มอบอุ่นของเขาทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายอย่างไม่น่าเชื่อ 

    “ถึงแล้ว ขอบคุณนะคะที่มาส่ง” ฉันบอกขณะเปิดประตูรถ

    “ไว้เจอกันอีกนะ” เขาพูดเบาๆ ก่อนจะขับรถออกไป 

     ฉันยืนมองรถที่ค่อย ๆ เลือนหายไปในความมืดอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน…ใจหนึ่งก็อบอุ่น อีกใจก็วุ่นวายอย่างบอกไม่ถูก 

    “ใครมาส่ง?” เสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงความเ๶็๞๰าดังขึ้น 

     ฉันหันขวับไปตามเสียง ก็เจอกับร่างสูงของพี่เจอยู่ในชุดเสื้อยืดสีเทากับกางเกงวอร์มสีดำ เขาพิงราวบันไดด้วยท่าทีสบาย ๆ แต่แววตานั้นกลับจ้องมาอย่างไม่วางตา กรามเขาขบแน่นขึ้นเล็กน้อย

    “พี่ที่รู้จักนะค่ะ” ฉันตอบพลางเบือนหน้าหนี 

    “พี่? พี่ที่ไหน?” เขาถามต่อ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแววไม่พอใจบางอย่าง 

    “...” ทำไมวันนี้เขาถามมากแบบนี้นะ เมื่อไม่รู้จะตอบอย่างไรจึงได้แต่เงียบไว้ ก่อนจะหันกลับมาเปิดประตูเข้าห้อง 

    เขามองฉันเหมือนกำลังจะพูดอะไรต่อ แต่สุดท้ายก็เงียบไป 

    “ล็อกประตูให้ดีด้วย” เสียงเขาดังตามมา ฉันหยุดชั่วครู่แล้วพยักหน้ารับเบา ๆ โดยไม่หันกลับไปมอง 

    หัวใจฉันเต้นแรงอีกครั้ง…ท่าทีแบบนี้ของพี่เจคืออะไรกันนะ