ตอนที่ 4 หนานกวาลูกเบ้อเร่อ
(ต่อไปจะขอแทนตัวนางเองว่า ชิงเหมยหรือเหมยเอ๋อร์นะค่ะ)
ยามเหม่า (05.00-06.59น.) ชิงเหมยตื่นขึ้นมาด้วยอาการมึนหัวเล็กน้อย ร่างบางค่อยๆ ลุกขึ้นเดินออกจากห้องนอนพร้อมทั้งสำรวจภายในบ้านไปด้วย บ้านนี้เป็บ้านเดิมของท่านตาท่านยายที่เสียไปแล้ว ตอนที่ครอบครัวของเหอชิงเหมยมาถึงก็ทรุดโทรมไปมากเพราะไม่มีใครอาศัยนานแล้ว บ้านนี้มีห้องนอนอยู่ 2 ห้องนอน โดยชิงเหมยนอนห้องเดียวกับท่านพ่อท่านแม่ ส่วนพี่ใหญ่นอนห้องเดียวกับน้องเล็ก มีห้องครัว และห้องโถงเล็กๆ พื้นที่ไม่ใหญ่นักออกจะคับแคบด้วยเพราะท่านตาท่านยายก็เป็เพียงชาวบ้านธรรมดาไม่ได้ร่ำรวยอะไร
ส่วนข้าวของในบ้านก็มีไม่มากมีเพียงของใช้จำเป็เท่านั้น พวกถ้วยชามไม่กี่ใบ เครื่องนอนก็เก่ามากแล้วทั้งผ้าห่มก็ผืนบางแทบจะให้ความอบอุ่นไม่ได้เลย ตอนนี้เหมยคิดว่าต้องบำรุงร่างกายของตัวเองและทุกคนให้แข็งแรงก่อนจะได้มีแรงทำมาหากิน ก่อนอื่นนางจะต้องหาถังน้ำดื่มเพื่อหยดน้ำทิพย์หยกวารีให้คนในบ้านดื่มร่างกายจะได้แข็งแรงสดชื่นตามสรรพคุณที่คุณตาหนวดขาวบอก
เหมยเดินเข้าไปที่ครัว พบท่านแม่กำลังทำอาหารอยู่ในครัวซึ่งก็ไม่มีอะไรมากเป็ข้าวต้มใส่เกลือเท่านั้นด้วยตอนนี้ครอบครัวลำบาก และพึ่งมาอยู่ที่นี่ได้เพียงแค่ 1 เดือนพืชผักที่ท่านแม่ปลูกไว้ก็ยังมีไม่มากนัก อีกทั้งพื้นที่หลังบ้านที่ปลูกผักดินก็แข็งมากและปลูกอะไรไม่ค่อยขึ้น ชาวบ้านในหมู่บ้านนี้จึงไม่ค่อยปลูกพืชผักกันนัก เพราะปลูกไปก็ไม่ขึ้นหรือแคระแกร็นไม่ค่อยโต ชาวบ้านจึงไม่อยากเสียเวลาลงแรง สู้เข้าไปหางานในอำเภอทำหรือขึ้นเขาล่าสัตว์จะได้เงินมาเลี้ยงครอบครัวได้มากกว่า
“เหมยเอ๋อร์เ้าตื่นแล้วรึ ลุกขึ้นมาทำไมเ้ายังไม่หายดีนะ กลับเข้าไปรอที่ห้องก่อนเถิดเดียวแม่ต้มข้าว ต้มยาเสร็จแล้วจะยกไปให้เ้าเอง”
“ข้าดีขึ้นมากแล้วเ้าค่ะท่านแม่ จึงอยากจะเดินเล่นบ้างขอข้านั่งตรงนี้นะเ้าคะ ข้าอยากดูท่านแม่ทำอาหารเ้าค่ะ แล้วท่านพ่อ พี่ใหญ่กับน้องเล็กไปไหนเ้าคะ”
“ท่านพ่อของเ้าไปตักน้ำที่ลำธารหลังบ้านมาเติมน่ะ ส่วนอาเว่ยกับเสี่ยวเฉิง รดน้ำผักหลังบ้านอยู่จ๊ะ”
ขณะที่ฟังท่านแม่พูด สายตาของเหมยก็สำรวจครัวและทำท่าเดินไปที่ถังน้ำดื่ม “ข้าหิวน้ำเ้าค่ะท่านแม่” เหมยเอ่ยขึ้นพร้อมเดินไปที่ถังน้ำสำหรับดื่มแล้วรีบแอบหยดน้ำทิพย์หยกวารีจากน้ำเต้าจิ๋วลงไป 2 หยดลงในน้ำแล้วรีบเก็บน้ำเต้าไว้ในออกเสื้อทันที แล้วใช้กระบวยตักน้ำขึ้นมาดื่มอึกๆ “ฮ่าาาา ชื่นจายย”
“หึ หึ น้ำมันอร่อยชื่นใจขนาดนั้นเลยรึเหมยเอ๋อร์” ท่านแม่หัวเราะและเอ่ยด้วยความรู้สึกเอ็นดูลูกสาวนัก
ชิงเหมยยิ้มให้ท่านแม่จนตาหยีลักยิ้มบุ๋มลงทั้ง2 ข้างแก้ม น้ำทิพย์ของคุณตาหนวดขาวสุดยอดมาก ดื่มแล้วรู้สึกว่าร่างกายได้รับการเยี่ยวยาทุกส่วนั้แ่หัวจรดเท้า สดชื่นกระปรี้กระเปร่า ร่างกายที่ป่วยไข้ก็รู้สึกเหมือนจะหายเป็ปลิดทิ้งช่างดีจริงๆ อย่างนี้ก็ไม่ต้องห่วงว่าคนในบ้านจะเจ็บป่วยแล้วจะรักษาไม่หายแล้ว
ชิงเหมยยังดูท่านแม่ทำนั้นทำนี้ในครัวจนกระทั่งมองไปเห็นหนานกวา (ฟักทอง) ลูกเบ้อเร่อ ที่แอบอยู่มุมห้องครัว โหลูกใหญ่มากๆ
"ท่านแม่เ้าคะ ข้าอยากกินน้ำหนานกวาเ้าค่ะ"
"หืม หนานกวาทำน้ำได้ด้วยรึเหมยเอ๋อร์ ท่านพ่อเ้าขึ้นเขาไปเจอจึงเก็บกลับมาเพื่อจะทำอะไรกินได้บ้าง ส่วนใหญ่คนไม่นิยมกินเพราะเปลือกแข็ง แม่ยังคิดอยู่ว่าจะเอามาทำอะไรดี"
"ทำน้ำหนานกวาได้เ้าค่ะลูกจะช่วยท่านแม่ทำเองเ้าค่ะ"
"เ้าเพียงบอกแม่ก็พอเหมยเอ๋อร์เ้ายังไม่แข็งแรงเดียวแม่ทำเอง"
จากนั้นเหมยเอ๋อร์ก็บอกให้ท่านแม่ปอกเปลือกหนานกวาแล้วทำความสะอาดเอาเมล็ดออกโดยไม่ให้ทิ้งเมล็ดนางบอกท่านแม่ว่าจะเก็บไว้เป็พันธ์ุเพาะปลูกต่อ หลังจากนั้นก็หั่นชิ้นเล็กๆ ตั้งน้ำเดือนแล้วนำลงไปต้มจนสุกเละจากนั้นตักเนื้อหนานกวา ออกมาแล้วใช้ทัพพีไม้อันใหญ่ๆ บดกับหมอให้ละเอียดเพราะยุคสมัยนี้ไม่มีเครื่องปั่นและที่บ้านนางไม่มีกระชอนที่จะนำมาบดเนื้อฟักทองได้จึงต้องใช้วิธีนี้ก็ถือว่าเนื้อฟักทองที่ได้ก็ค่อนข้างละเอียดใช้ได้ มีเนื้อเล็กๆ เป็ชิ้นๆ บ้างก็พอได้เคี้ยว จากนั้นก็เอาใส่หมอเดิม เติมน้ำลงไปอีกนิดเพื่อไม่ให้น้ำหนานกวา ค้นเกินไปเคี้ยวต่อไฟอ่อนๆ ซักพักเติมเกลือและน้ำผึ้งนิดหน่อยก็อันใช้ได้แล้ว
“หืม หอมมากเลยเหมยเอ๋อร์รสชาติก็หวานและมันดีด้วย”
ยามเฉิน (07.00-08.59) ท่านพ่อก็กลับมาพร้อมพี่ใญ่และน้องเล็ก ทุกคนมาพร้อมกันแล้วจึงลงมือทานข้าว
ทุกคนชอบน้ำหนานกวา กันมากโดยเฉพาะท่านพ่อ บอกว่ากินแล้วอยู่ท้องดี เมื่อกินข้าวต้มพร้อมน้ำหนานกวา กันคนละถ้วยแล้วพี่ใหญ่ก็ลุกไปตักน้ำดื่มมาให้ท่านพ่อ ท่านแม่ น้องเล็กและให้นางด้วย
“หืม ทำไมข้ารู้สึกว่าน้ำดื่มนี้อร่อยสดชื่นนัก” ท่านพ่อเอ่ยขึ้นทั้งเลิกคิ้วแปลกใจ เพราะเมื่อดื่มแล้วก็รู้สึกหายเหนื่อยล้าจากงานที่ทำมาทันที
“จริงด้วยเ้าค่ะท่านพี่” จางลี่ลี่หันไปมองชิงเหมยเพราะเมื่อเช้ายังเอ่ยกระเซ้านางอยู่เลยว่าน้ำอร่อยถึงเพียงนั้นเลยหรือ
“อาจจะเป็เพราะพวกท่านทำงานมา พอได้ดื่มน้ำเย็นชื่นใจเลยหายเหนื่อยและรู้สึกสดชื่นน่ะเ้าค่ะ ว่าแต่ท่านพ่อท่านจะขึ้นเขาวันไหนหรือเ้าคะ
ลูกอยากจะขอตามไปด้วยเ้าค่ะ” ชิงเหมยรีบถามเื่ขึ้นเขาเพื่อเปลี่ยนเื่ทันที
“น้องรองอยากขึ้นเขางั้นรึแต่เ้ายังไม่หายดีเลยนะ” ชิงเว่ยเอ่ยถามพร้อมทั้งยังจิ๊บน้ำดื่มต่อไปด้วย
“นั้นสิเหมยเอ๋อร์ บนเขาก็อันตราย เอาไว้ให้หายดีก่อนนะแม่เป็ห่วง” ท่านแม่เอ่ยไปจิบน้ำดื่มไป
“อืม พ่อเห็นด้วยรอให้หายก่อนเถอะ” ท่านพ่อเอ่ยพร้อมทั้งยังจิ๊บน้ำดื่มต่อไปด้วยเช่นกัน
ส่วนน้องเล็กก็พยักหน้าหงึกหงักว่าเห็นด้วยแต่ไม่พูดอะไรพร้อมจิบน้ำดื่มไปด้วย เอ้! หรือว่าใส่น้ำทิพย์เยอะไปหว่า...เลยอร่อยจัด ไม่ได้ครั้งหน้าต้องใส่แค่หยดเดียวพอ…
ตอนนี้ก็ผ่านมา 7 วันแล้วชิงเหมยกินยาครบตามที่หมอโจวจัดให้ พร้อมทั้งมีน้ำทิพย์หยดวารีร่างกายจึงดีวันดีคืนแข็งแรง และแล้ววันนี้ก็คือวันขึ้นเขาของบ้านนางนั้นเอง รอก่อนน่ะป่าเขาลำเนาไพรต้นพืชสมุนไพรจ๋า ข้าชิงเหมยจะขึ้นไปหาขุมทรัพย์ธรรมชาติเดี๋ยวนี้ล่ะ…..