เด็กสาววัยสิบสี่กำลังยืนมองบ้านเรือนไทยที่อาศัยอยู่มาั้แ่เด็กแม้ไม่อยากจากที่นี่ไปแต่เพราะบิดาจำต้องย้ายไปทำงานที่กรุงเทพถึงรู้สึกผูกพันแต่ก็ไม่อาจแยกจากบิดามารดาได้
“แม่คะเราต้องไปจากที่นี่จริงๆ เหรอคะ”เด็กสาวถามมารดาเสียงแ่เบา
“ต้องไปสิลูกพ่อต้องไปทำงานที่กรุงเทพถ้ามิไม่ไปมิจะอยู่กับใครล่ะลูก”
มิลันดาไม่อาจเถียงมารดาได้เ้าของร่างอวบจึงเดินตามมารดาและบิดาไปที่รถอย่างว่าง่าย เมื่อรถเคลื่อนออกไปดวงตาเรียวมองตามบ้านเรือนไทยแสนรักน้ำตารื้น ก่อนยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกอย่างลวกๆ
รถแล่นมาร่วมหลายชั่วโมงก่อนจอดลงที่บ้านหลังหนึ่งมิลันดาลงจากรถกวาดตามองรอบๆ บ้าน พลางเดินสำรวจ เด็กสาวยิ้มเล็กๆออกมาด้วยความพึงพอใจอย่างน้อยบ้านหลังนี้ก็ไม่แย่เท่าไหร่นักแม้ว่าจะไม่สวยเท่าบ้านเรือนไทยที่จากมาก็ตามไม่นานนักสัมภาระก็ถูกขนย้ายออกมาจากรถ ภายในบ้านมีคนใช้ที่บิดาจ้างมาคอยดูแลอยู่สองคนต่างมาช่วยยกกระเป๋าอย่างขะมักเขม้น มิลันดาจึงเลี่ยงมาเดินเล่นรอบๆ บ้าน เสียงน้ำที่กำลังสาดกระเซ็นจากการรดต้นไม้ทำให้เด็กสาวมองด้วยความสนใจ
มิลันดานิ่งงันเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่หนึ่งเด็กสาวพิศมองใบหน้าคมเข้ม คิ้วหนา ริมฝีปากหยักลึก จมูกโด่งเป็สันรับกับใบหน้าองค์ประกอบทุกอย่างทำให้สายตาไม่อาจละจากใบหน้านั้นได้เลย
คมฉณัฐจ้องมองเด็กสาวที่ยืนมองเขาไม่วางตารู้สึกแปลกใจ แต่เห็นบิดาเอ่ยปากว่าเป็เพื่อนที่ย้ายมาจากต่างจังหวัด ท่าทางเด็กร่างอวบคนนี้คงเป็บุตรสาวเพื่อนพ่อ
“มีอะไรหรือเปล่าครับ?” ชายหนุ่มะโถามข้ามรั้ว
มิลันดารีบย่อกายลงนั่งกับพื้นใบหน้าใสไร้เครื่องสำอางร้อนผ่าวแล้วยิ่งร้อนไปทั่วร่างเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะห้าวๆ ของเขาดังออกมา
“กลัวพี่เหรอครับพี่ไม่ทำอะไรหรอกไม่เห็นต้องกลัวเลย” คมฉณัฐบอก
เด็กสาวกัดฟันหลบความอายค่อยๆยืนขึ้น เห็นสายตาเขาจ้องมองอยู่ก่อนแล้วยิ่งทำให้แทบอย่างแทรกแผ่นดินหนี
“สวัสดีครับพี่ชื่อคมฉณัฐเรียกว่าพี่คมเฉยๆ ก็ได้” ชายหนุ่มแนะนำตัวก่อนจะยิ้มพราย
มิลันดารู้สึกว่ามันเป็รอยยิ้มที่สุดแสนจะมีเสน่ห์เด็กสาวอึกๆ อักๆ ไม่กล้าพูดอะไรออกมา
“หนูชื่อ...มิลันดา... เรียกมิเฉยๆ ก็ได้ค่ะ” มิลันดาบอกเขาแล้วรีบชิ่งหนีออกมาด้วยความอายทันที
เด็กสาววิ่งเข้าไปในบ้านจนดาวเรืองและชัยเดชใกับท่าทีของบุตรสาว
“เป็อะไรลูกวิ่งหนีอะไรมา!” ดาวเรืองถามบุตรสาวเสียงลั่น
“เปล่าค่ะ”มิลันดาตอบแก้เก้อ
“นี่คุณลุงพิภัทรนะลูกเพื่อนพ่อจ้ะ อยู่ข้างบ้านเรานี้เอง” ดาวเรืองแนะนำ
เด็กสาวไหว้พิภัทรแล้วรีบสาวเท้าเข้าห้องนอนของตนเองเพื่อจัดการกับข้าวของที่กองอยู่มากมายภายในห้อง
พิภัทรมองบุตรสาวเพื่อนด้วยความพอใจก่อนหันไปพูดคุยกับเพื่อนสนิทต่อ
“ลูกสาวนายโตเป็สาวแล้วนะเดช” พิภัทรเอ่ยปาก
“โอ้ย!ยังหรอก ยังดื้อเป็เด็กกะโปโลอยู่เลย” ชัยเดชตอบปนหัวเราะ
“ไม่รู้ล่ะยังไงฉันก็ขอจองให้ลูกชายฉัน” พิภัทรหัวเราะร่าด้วยความถูกใจ
“จะจองได้ไงไอ้ภัทรลูกชายนายอายุเท่าไหร่แล้วป่านนี้”
“ยี่สิบทำไมเหรอห่างกันแค่หกปีเองไม่เป็ไรหรอก”
“เอาไว้เป็เื่ของอนาคตดีกว่า” ชัยเดชตัดบท
มิลันดารีบจัดข้าวของในห้องจนเสร็จก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเตียงพลางนึกถึงใบหน้าของพี่คมที่เธอเพิ่งได้เจอยิ่งนึกถึงใบหน้าของเขายิ่งรู้สึกเป็สุขอย่างประหลาด
พิภัทรแวะหาชัยเดชแต่เช้า โดยนำบุตรชายมาแนะนำตัวให้รู้จักคมฉณัฐไหว้ดาวเรืองและชัยเดชก่อนขอตัวออกไปเดินเล่นที่สวนด้านหลังบ้าน
“ลูกชายโตเป็หนุ่มแถมหล่อซะด้วยนะไอ้ภัทร!” ชัยเดชบอก
“ก็นั่นแหละเพราะมันหล่อแบบนี้สาวถึงได้ตามเกาะแจเลย” พิภัทรแกล้งบ่น
“แล้วเรียนอยู่ปีไหนแล้วล่ะคะ?”
“เรียนมหาวิทยาลัยปีสามแล้วละครับ”
“ใกล้จบแล้วละสิคะเนี่ย”
“ใช่ครับ”
“ยัยมิยังไม่รู้ว่าจะยังไงต่อดีอีกนานกว่าจะได้เข้ามหาลัย”
“แกหัวดีเรียนหนังสือเก่งไม่ใช่เหรอครับเห็นเ้าเดชบอกผม”
“อ๋อค่ะยัยมิเรียนเก่งอยู่เหมือนกันแต่ถ้ามาเรียนที่กรุงเทพฉันก็ไม่มั่นใจเหมือนกันล่ะค่ะ”
บทสนทนาของผู้ใหญ่สามคนยังคงมีอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าแ่เบาเดินลงบันไดแขกผู้มาเยือนเหลือบมองแล้วยิ้มกว้าง เด็กสาวยกมือไหว้ทันที
“หิวข้าวหรือยังล่ะมิ”คนเป็แม่ถามเมื่อบุตรสาวเดินมาใกล้
“ยังค่ะแม่”
“ไปเล่นกับพี่คมสิหนูมิพี่เขาอยู่ที่สวน” พิภัทรบอกลูกเพื่อนเขาอยากให้สองคนรู้จักสนิทสนมกันไว้
เด็กสาวขมวดคิ้วเมื่อสะดุดกับชื่อของลูกเพื่อนพ่อจำได้ว่าหนุ่มข้างบานก็ชื่อนี้เหมือนกันรีบเดินเลี่ยงออกมาจนถึงสวนด้านหลังใจเต้นไม่เป็ส่ำภาวนาให้เป็เขาคนนั้น มิลันดาหยุดเท้าเห็นชายรูปร่างสูงโปร่งยืนมองแมกไม้หล่อนจำได้ดีว่าเขาคือใคร
“ใช่เขาจริงๆด้วย”เด็กสาวนึกในใจ
เปราะ!
เสียงกิ่งไม้หักทำให้เขาหันมามองตามเสียงชายหนุ่มเผลอยิ้มออกมาเมื่อพบว่าเป็ใครที่ยืนอยู่ตอนนี้มิลันดาใเด็กสาวพยายามจะวิ่งหนีเขาอีกครั้งแต่คมฉณัฐกลับไวกว่ารีบคว้าท่อนแขนอวบไว้
“จะหนีพี่ไปไหนอีกแล้วน้องมิมานั่งเล่นด้วยกันไหม?” คมฉณัฐฉุดแขนไว้เสียก่อนหล่อนเหลือบมองเขาแล้วเมินหนีเพราะอาย
“คือว่า...”เด็กสาวอึกอักไม่กล้าพูดอะไรออกไป
“เป็อะไรหรือเปล่าน้องมิพี่ทำให้อึดอัดอย่างนั้นหรือ?”
“เปล่าค่ะพี่คมไมได้ทำให้มิอึดอัดนะคะ”เด็กสาวรีบตอบทันควันเพราะกลัวเขาเข้าใจผิด
“งั้นหรือ?พี่คิดว่าน้องมิอาจจะไม่ชอบพี่เพราะเวลาน้องมิเห็นหน้าพี่เอาแต่จะวิ่งหนีพี่อยู่เรื่อย”
มิลันดาไม่กล้าพูดที่วิ่งหนีเขาเพราะอายที่จะอยู่ใกล้เขาต่างหาก
“มิไม่ได้ไม่ชอบพี่คมนะคะมิแค่ไม่คุ้นกับคนแปลกหน้าเท่านั้นเองค่ะ” หล่อนแก้ตัว
สองคนพากันนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวยาวในสวนเขาพูดคุยกับเด็กสาวพักใหญ่ จนเห็นบิดาออกมาตามเขาบอกลาเด็กสาวแล้วยกมือไหว้เพื่อนบิดามิลันดามองตามแผ่นหลังซึ่งลับหายออกจากบ้าน คืนนี้หล่อนต้องฝันดีแน่นอนเลยทีเดียว