สิบห้าวันผ่านมาแล้ว สิบห้าวันเต็มนับั้แ่ค่ำคืนพายุอารมณ์บนโซฟาหนังในออฟฟิศชั้นล่าง
ภายในห้องพักหมายเลข 304 เซเลน่ายืนสั่นสะท้านอยู่หน้ากระจกเงาบานเก่าในห้องน้ำ ั์ตาสีฟ้าครามของเธอเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อจดจ้องไปยังเงาสะท้อนของตัวเอง ภาพที่ปรากฏไม่ใช่หญิงสาววัยยี่สิบปีที่มีรูปร่างผอมเพรียวและบอบบางอีกต่อไป
มือที่สั่นเทาของเธอค่อยๆ เลิกชายเสื้อยืดตัวโคร่งขึ้น เผยให้เห็นหน้าท้องที่นูนป่องออกมาอย่างชัดเจน
มันไม่ใช่การบวมน้ำ ไม่ใช่ไขมันสะสมจากการกินของบำรุงที่เยว่จั้งประเคนให้ทุกมื้อ ผิวเนื้อบริเวณหน้าท้องของเธอตึงเปรี๊ยะ เส้นเืสีเขียวอ่อนปรากฏขึ้นจางๆ ใต้ิัที่ขาวจัด แถมเมื่อสองวันก่อน เธอยังสังเกตเห็นรอยเปื้อนสีเหลืองอ่อนๆ ซึมออกมาจากยอดปทุมถันเปรอะเปื้อนชุดชั้นใน มันคือน้ำนมแรกที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเป็มารดา
“ปะเป็ไปไม่ได้” เสียงของเธอแหบพร่า น้ำตาแห่งความหวาดกลัวเริ่มเอ่อคลอเบ้า
อาการคลื่นไส้อาเจียนอย่างหนักใน่สัปดาห์แรก หน้าท้องที่ขยายขนาดขึ้นอย่างผิดธรรมชาติ และสัญชาตญาณลึกๆ ในตัวผู้หญิง มันกำลังะโบอกเธอว่าเธอท้องแน่นอน
แต่สิ่งที่ทำให้เซเลน่าแทบจะเสียสติคือระยะเวลา คนปกติที่ไหนจะท้องโตขนาดคนท้อง 4-5 เดือนได้ภายในเวลาแค่สิบห้าวัน? มันผิดหลักวิทยาศาสตร์ ผิดธรรมชาติ หรือว่าเธอจะป่วยเป็โรคร้ายแรง? มีเนื้องอกในมดลูก?
ทว่าเมื่อนึกย้อนกลับไปถึงกิจกรรมอันเร่าร้อนในวันนั้น ััที่หนักหน่วง การรุกล้ำที่ดุดันราวกับพายุที่ถาโถมเข้าใส่แอ่งน้ำหวานของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า และที่สำคัญที่สุดเขาไม่ได้ป้องกัน แถมยังปลดปล่อยเข้ามาในตัวเธอทุกหยด
ความจริงข้อนี้ตีแสกหน้าจนเธอทรุดตัวลงนั่งบนฝาชักโครก
เธอเพิ่งอายุยี่สิบ เป็แค่นักศึกษาแลกเปลี่ยนที่แทบจะไม่มีเงินติดตัว แม้ว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน เยว่จั้งจะเพิ่งยื่นซองเงินสดให้เธอไปทำพาสปอร์ตใหม่หลังจากที่พาสปอร์ตเล่มเก่าของเธอถูกเถ้าแก่ร้านอาหารที่ชิ่งหนีขโมยไป แต่นั่นก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกติดหนี้บุญคุณเขาจนไม่อาจชดใช้ได้หมด
“ฉันควรทำยังไงดี ถ้าบอกเขาเขาจะหาว่าฉันเป็ตัวประหลาดไหม? หรือเขาจะไล่ฉันออก”
ความคิดในแง่ลบตีกันวุ่นวายไปหมด แต่ความหิวที่ประท้วงขึ้นมาจากกระเพาะก็บังคับให้เธอต้องเผชิญหน้ากับความจริง
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก คว้าเสื้อฮู้ดกันหนาวตัวใหญ่สีเทาที่หนาและรุ่มร่ามที่สุดในตู้มาสวมทับ เพื่อพยายามอำพรางความนูนป่องของหน้าท้องให้ได้มากที่สุด รูดซิปปิดจนถึงคอ แม้ว่าอากาศข้างนอกในเดือนสิงหาคมจะร้อนอบอ้าวแค่ไหนก็ตาม
เซเลน่าก้าวเท้าออกจากห้อง ค่อยๆ เดินลงบันไดด้วยความระมัดระวังเป็พิเศษ ทุกย่างก้าวให้ความรู้สึกหนักอึ้งและแปลกประหลาด เมื่อเดินลงมาถึงชั้นหนึ่ง สายตาของเธอก็ปะทะเข้ากับผู้เฒ่าหลินและหลินเซี่ยที่กำลังยืนจัดหนังสืออยู่หน้าร้าน
หลินเซี่ยเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวชาวต่างชาติที่สวมเสื้อกันหนาวตัวหนาเตอะในวันที่อากาศร้อนจัดด้วยสายตาแปลกใจปนสงสัย
“เอ่อพี่เซเลน่า ไม่ร้อนเหรอคะ”
“มะไม่จ้ะ พี่รู้สึกหนาวๆ นิดหน่อย คงจะเป็ไข้” เซเลน่าตอบตะกุกตะกัก ฝืนยิ้มแห้งๆ แล้วรีบเดินหนีสายตาจับผิดนั้นตรงไปยังห้องออฟฟิศของเ้าของอพาร์ตเมนต์ทันที หัวใจของเธอเต้นโครมครามราวกับคนทำผิดที่กลัวถูกจับได้
เมื่อผลักประตูเข้ามา บรรยากาศภายในออฟฟิศกลับต่างจากความวุ่นวายในหัวของเธอโดยสิ้นเชิง เยว่จั้งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนดูสบายๆ กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน บนหน้าจอคอมพิวเตอร์นูนโค้งยังคงแสดงกราฟหุ้นและข้อมูลตลาดอสังหาริมทรัพย์ยุค 2005 ที่เขากำลังวิเคราะห์เพื่อเตรียมการลงทุน
บนโต๊ะกระจกเตี้ยหน้าโซฟา มีโจ๊กร้อนๆ ซาลาเปา และน้ำเต้าหู้วางเรียงรายส่งกลิ่นหอมฉุย
ชายหนุ่มวัย 25 ปีที่มีิญญาของชายวัย 46 ปีซ่อนอยู่ ช้อนสายตาขึ้นมองหญิงสาว เขาสังเกตเห็นเสื้อฮู้ดตัวใหญ่และท่าทีหวาดระแวงของเธอั้แ่วินาทีแรกที่ก้าวเข้ามา มุมปากของเขายิ้มบางๆ อย่างรู้ทัน
สิบห้าวันแล้วสินะ ท้องคงเริ่มโตจนปิดไม่มิดแล้ว
แต่สีหน้าภายนอกของเขากลับเต็มไปด้วยความอบอุ่น “ตื่นแล้วเหรอเซเลน่า มาสิมากินข้าวเช้าด้วยกัน ฉันซื้อของโปรดเธอมาเยอะเลย”
กลิ่นหอมของอาหารทำลายกำแพงความกลัวของเซเลน่าไปกว่าครึ่ง เธอเดินเข้าไปนั่งลงบนโซฟาอย่างระมัดระวัง จัดการรูดซิปเสื้อฮู้ดลงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้อึดอัดเกินไป ก่อนจะเริ่มตักโจ๊กเข้าปากด้วยความหิวโหย ภายใต้สายตาของเยว่จั้งที่ลอบมองการเปลี่ยนแปลงทางสรีระของเธออย่างพึงพอใจ
ระบบนี้ยอดเยี่ยมจริงๆ ร่างกายของเซเลน่าไม่ซูบผอมลงเลยแม้แต่น้อย พลังงานและสารอาหารทั้งหมดถูกระบบบริหารจัดการอย่างสมบูรณ์แบบ ผิวพรรณของเธอยังคงเปล่งปลั่ง แถมหน้าอกที่เคยมีขนาดพอดีมือ กลับอวบอิ่มขยายใหญ่ขึ้นจนดันเนื้อผ้าอย่างเห็นได้ชัด
หลังจากจัดการอาหารเช้าจนหมด เซเลน่าก็นั่งนิ่ง สองมือบีบเข้าหากันแน่นบนตัก บรรยากาศเริ่มกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี
“คุณเยว่ฉันมีเื่สำคัญต้องบอกคุณค่ะ” เสียงของเธอสั่นเครือ
เยว่จั้งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ แสร้งเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“มีอะไรเหรอ? เื่ที่เรียน? หรือเื่เงิน? ขาดเหลืออะไรก็บอกฉันได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ”
เซเลน่าส่ายหน้า น้ำตาเริ่มร่วงแหมะลงมาอาบแก้มเนียน
“มะไม่ใช่เื่เงินค่ะ ร่างกายของฉันมันผิดปกติ ฉันคิดว่าฉันกำลังท้องค่ะท้องลูกของคุณ”
“ห๊ะ?”
เยว่จั้งเบิกตากว้าง ผุดลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีตกตะลึงสุดขีด ราวกับเพิ่งได้ยินเื่ที่ช็อกที่สุดในชีวิต
“ทะท้อง? เป็ไปได้ยังไงเซเลน่า เราเพิ่งมีความสัมพันธ์กันแค่สิบห้าวันเองนะ ใช่อยู่ที่ฉันไม่ได้ป้องกัน แต่ต่อให้ท้องจริง ท้องเธอก็ไม่น่าจะเอ่อ...”
แทนคำอธิบายใดๆ เซเลน่าลุกขึ้นยืนด้วยขาทั้งสองข้างที่สั่นเทา เธอตัดสินใจรูดซิปเสื้อฮู้ดออกจนหมด เลิกชายเสื้อยืดด้านในขึ้น เผยให้เห็นความจริงที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้ หน้าท้องที่นูนป่องออกมาอย่างชัดเจนราวกับหญิงตั้งครรภ์เข้าเดือนที่ห้า ปรากฏต่อสายตาของเยว่จั้ง
หญิงสาวปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น ร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งตัว
“ฉันไม่ได้โกหกคุณนะคะคุณเยว่ ฉันกลัวฉันไม่รู้ว่าร่างกายฉันเป็อะไร ทำไมมันถึงโตเร็วขนาดนี้ ฉันเพิ่งอายุยี่สิบ ฉันยังเรียนอยู่เลย ฉันควรทำยังไงดีคะ”
ความเปราะบางและความกลัวของหญิงสาวต่างชาติคนนี้ ทะลวงกำแพงน้ำแข็งในใจของเยว่จั้งให้ละลายลงไปบ้างเล็กน้อย แม้เขาจะรู้ทุกอย่างอยู่แล้ว แต่เมื่อเห็นน้ำตาของเธอ เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงความรับผิดชอบ
ชายหนุ่มก้าวพรวดเดียวเข้าไปรวบร่างที่กำลังสั่นเทาของเซเลน่าเข้ามากอดไว้แนบอก สองแขนแกร่งโอบรัดร่างบางอย่างแแ่ ส่งผ่านความอบอุ่นและอุณหภูมิร่างกายที่มั่นคงเพื่อปลอบประโลม กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขา ทำให้เซเลน่ารู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด เธอซุกหน้าลงกับแผงอกกว้าง ร้องไห้จนเสื้อเชิ้ตของเขาเปียกชุ่ม
“ชู่วไม่ต้องกลัวนะเซเลน่า ไม่ต้องร้อง” เยว่จั้งลูบเรือนผมสีบลอนด์ทองของเธออย่างอ่อนโยน
“ต่อให้มันจะผิดปกติแค่ไหน ต่อให้มันจะเป็เื่จริงหรือเธอแค่ป่วยฉันก็จะรับผิดชอบเธอเอง เด็กในท้องคือเืเนื้อเชื้อไขของฉัน ฉันจะไม่มีวันทิ้งพวกเธอเด็ดขาด”
คำสัญญาที่หนักแน่นราวกับขุนเขา ทำเอาหัวใจของเซเลน่าที่กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายได้รับการอุ้มชู เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาผ่านม่านน้ำตา
“ตะแต่ว่ามันจะเป็ไปได้ยังไงคะ แค่สิบห้าวันเองนะมันผิดธรรมชาติเกินไป”
เยว่จั้งแสร้งทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ทำทีเป็ครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง ก่อนจะถอนหายใจยาวและเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังจนน่าขนลุก
“บางทีอาจจะเป็เพราะปาฏิหาริย์ล่ะมั้ง”
“ปาฏิหาริย์?” หญิงสาวทวนคำอย่างงุนงง
เยว่จั้งตีหน้าเศร้า เล่าเื่ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรันทด “ใช่ตระกูลเยว่ของฉันเป็ตระกูลเก่าแก่ที่สืบทอดกันมานาน แต่พอมาถึงรุ่นฉัน พ่อแม่ก็ด่วนจากไปเร็ว ทิ้งฉันไว้คนเดียวให้โดดเดี่ยว ปู่ย่าตายายและบรรพบุรุษบน์ คงจะมองลงมาแล้วเห็นว่าตระกูลเยว่กำลังจะไร้ผู้สืบทอด พวกท่านก็เลยประทานพรลงมา”
เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีฟ้าของเธอ ก่อนจะพูดด้วยใบหน้าที่หน้าตายที่สุดในโลก “ทำให้น้ำอสุจิของฉันแข็งแกร่งและทรงพลังกว่าคนปกติร้อยเท่า พอเข้าไปในตัวเธอปุ๊บ มันก็เลยเร่งการเจริญเติบโตแบบก้าวะโยังไงล่ะ”
เซเลน่าที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ ถึงกับหลุดขำพรวดออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ น้ำตากับรอยยิ้มผสมปนเปกันบนใบหน้าสวยหวาน เธอทุบกำปั้นเล็กๆ ลงบนอกกว้างของเขาด้วยความหมั่นไส้
“คุณเยว่ คนบ้า บรรพบุรุษที่ไหนจะมาประทานพรเื่แบบนี้กันคะ คุณมันหน้าไม่อายที่สุดเลย”
ความหวาดกลัวและความตึงเครียดในใจของหญิงสาวมลายหายไปจนหมดสิ้น ถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวเราะและความโล่งใจ แม้เหตุผลของเขาจะฟังดูไร้สาระและหลงตัวเองแบบสุดโต่ง แต่มันกลับทำให้เธอรู้สึกว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผู้ชายคนนี้ก็จะรับมือกับมันได้ และเขาจะยืนหยัดอยู่เคียงข้างเธอ
เยว่จั้งลอบถอนหายใจอย่างโล่ง รอดตัวไปที ผู้หญิงนี่หลอกง่ายจริงๆ แฮะ
“เอาล่ะๆ ไม่ร้องไห้แล้วนะ จากนี้ไปหน้าที่ของเธอคือดูแลตัวเองและลูกให้ดีที่สุด ส่วนเื่อื่นปล่อยให้เป็หน้าที่ของว่าที่ผู้นำตระกูลเยว่คนนี้จัดการเอง” ชายหนุ่มใช้นิ้วโป้งเกลี่ยเช็ดคราบน้ำตาออกให้อย่างเบามือ
.....................................
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับติดปีกบิน
ภายในความมืดมิดของยามราตรี ณ ห้องพักขนาดใหญ่พิเศษบนชั้น 5 ซึ่งเป็พื้นที่ส่วนตัวของเยว่จั้ง
วันนี้คือวันที่ 29 นับั้แ่การปฏิสนธิหรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ คือก่อนวันคลอดเพียงหนึ่งวันตามกฎของระบบาาก็อบลิน
เยว่จั้งไม่ได้ปล่อยให้เซเลน่ากลับไปนอนที่ห้องแคบๆ บนชั้น 3 อีกเลยั้แ่สัปดาห์ที่แล้ว เขาจัดการย้ายข้าวของที่จำเป็ของเธอขึ้นมาไว้ที่ชั้น 5 ปรับเปลี่ยนห้องนอนสำรองให้กลายเป็ห้องพักฟื้นวีไอพีที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อซ่อนตัวเธอจากสายตาของเพื่อนบ้านและคนในอพาร์ตเมนต์
เพราะในเวลานี้ หน้าท้องของเซเลน่าขยายใหญ่โตมโหฬารราวกับหญิงตั้งครรภ์ 9 เดือนเต็มที่พร้อมจะเจ็บท้องคลอดได้ทุกวินาที
ผิวหน้าท้องของเธอตึงเปรี๊ยะจนแทบจะปริแตก ร่างกายอุ้ยอ้ายจนไม่สามารถเดินลงบันไดได้ด้วยซ้ำ เธอนอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงหนานุ่ม เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายเต็มหน้าผากแม้จะเปิดพัดลมจ่อก็ตาม สองมือกุมหน้าท้องที่กำลังเต้นตุบๆ จากการดิ้นของทารกภายในอย่างแรง
“คุณเยว่ฉันปวดหลัง ปวดไปหมดเลย” เซเลน่าครางเครือด้วยความทรมาน
เยว่จั้งนั่งอยู่ข้างเตียง ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นเช็ดหน้าเช็ดตาให้เธออย่างใจเย็น แววตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้มีความสงสารเพียงอย่างเดียว แต่มันเจือปนไปด้วยความตื่นเต้นและระทึกขวัญที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
พรุ่งนี้แล้วสินะ
นักล่าวัย 46 ปีในร่างหนุ่มลอบกลืนน้ำลาย เขากำลังจะได้เห็นผลผลิตชิ้นแรกของระบบาาก็อบลิน ทารกที่เกิดจากสายเืผสมอันบริสุทธิ์ จะสุ่มได้พร์ระดับไหน? และไอเทมวิวัฒนาการที่ระบบจะมอบให้เป็รางวัล จะทรงพลังพอที่จะพลิกโฉมหน้าชีวิตของเขาในยุค 2005 นี้ได้หรือไม่
“ทนอีกนิดนะเซเลน่า พรุ่งนี้ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปตลอดกาล” เยว่จั้งกล่าวด้วยรอยยิ้ม