เมื่อกลับมายังสำนัก " คงต้องรอให้พวกหมาป่ากลับมา " นนท์พึมพำ
" หยั่งรู้อักขระเทพดีกว่า " นนท์วางข่อน้ำสรรพสิ่งและค่ายกลเร่งเวลา
" เริ่ม " นนท์เข้าสู่การหยั่งรู้ในทันที
ณ แดนเทพ
" ที่นี่คือแดนเทพรึ ช่างสวยงามยิ่งนัก " ฟางจื่อซินเอ่ยขึ้น
" สถานที่วิเศษเช่นนี้ น่าเสียดายที่สามีมิได้มาด้วย " เหล่าน้องหญิงของหลางจี้เสวี่ยพลันพยักหน้า
" พวกเ้ามาแล้วรึ " หมาป่าร่างทองเอ่ยขึ้น
" พี่หมาป่า " เหล่าภรรยาของนนท์ยกยิ้มอย่างดีใจ
ภรรยาทั้งหมดของนนท์ต่างโผเข้ากอดกัน คงเหลือเพียงน้องเล็กที่มิรู้จักพี่หญิงส่วนที่เหลือ
" ข้าจะเรียกท่านว่าอาจารย์หรือน้องหญิงดี " หลางจี้เสวี่ยยืนกอดกับจางยี่เหวิน
" พี่หญิงใหญ่ เรียกข้าว่าน้องสามดีกว่า เพราะน้องสองนั้นเป็ของพี่หญิงเย่ " เหล่าภรรยาต่างเรียงลำดับกันใหม่
" นี่เป็น้องหญิงเล็ก " ฉางกุ้ยฉียิ้มให้กับเหล่าพี่หญิง
" ข้า ฉางกุ้ยฉี คารวะพี่หญิงทุกท่าน " หมาป่าส่ายหน้า
" ไอ้หนู ไอ้ตัวจัญไร ไปที่ใดก็ยังหาน้องสะไภ้เพิ่มให้ข้า " หมาป่ามิสบอารมณ์
" ข้าว่าเรากลับตำหนักก่อน เพราะนี่เป็เขตของค่ายกลเคลื่อนย้าย " เอี้ยชิงเอ่ยขึ้น
" พวกเ้าดูสิ สามงามเ่าั้มาจากที่ใด ใยข้ามิเคยพบเจอ "
" นั่นสิแต่ละนางนั้น สวยงามราวกับนางฟ้านาง์ "
" ใช่ งดงามไร้ที่ติจริงๆ "
สายตาของเหล่ายอดยุทธมากมาย จับจ้องยังร่างบางของเหล่าภรรยาของนนท์
" พี่ชิง นี่รึตำหนักที่ท่านว่า " เอี้ยชิงพยักหน้า
" เหตุใดจึงอยู่ไกลและพลังฟ้าดินต่ำนัก " เหล่าสหายของนนท์ต่างส่ายหน้า
" เพราะพวกเรามิมีสังกัด พวกเราจึงได้ตำหนักซอมซ่อหลังนี้ " หมาป่าถอนหายใจหนัก
" ทรัพยากรที่ไอ้หนูให้มาครานั้นก็ใกล้หมดเต็มที " หมาป่ามองยังภรรยาของนนท์ที่มาใหม่
" ไอ้หนูเป็เช่นไรบ้าง " หมาป่าเอ่ยถาม
" เวลานี้ ท่านพี่เป็จักรพรรดิ์ขั้นสูงสุดแล้ว " เหล่าสหายต่างใ
" จริงรึ ไอ้หนูเนี่ยนะ " หลางจี้เสวี่ยยกยิ้มแล้วยื่นแหวนมิติให้กับสหายของนนท์ทุกคน
" ไหนดูซิ ไอ้หนูฝากสิ่งใดให้ข้า " หมาป่าส่งจิตเข้าไปในแหวนมิติ
" นี่มันธาราเพลิงทั้งสาม อย่างละพันหยด ผลึกปรานสรรพสิ่งสองพันล้านก้อน หินปรานสรรพสิ่งล้านล้านชั่ง กรงเล็บัมหาศาสตราวุธเทพ เสื้อเกราะทอง โอสถรวมปรานสรรพสิ่ง บ่อน้ำสรรพสิ่งขั้นราชันย์ " หมาฉีกยิ้มจนถึงหู
" พี่น้องที่ดี " เซียงเหรินฮุยเอ่ยขึ้น
" ใช่ พี่เขยของข้ายอดเยี่ยมที่สุด " น้องสิบเอ่ยขึ้น
" สามีฝากสิ่งที่สุดแสนวิเศษมาให้ทุกคน " หลางจี้เสวี่ยชี้นิ้วไปยังหน้าผากของเหล่าสหายและภรรยา
" น้องสะไภ้ใหญ่ นี่คือสิ่งใด " หมาป่าเอ่ยถาม
" สามีบอกว่านี่คืออักขระเทพ ให้พวกท่านทำการหยั่งรู้ " เอี้ยชิงพยักหน้า
" หากหยั่งรู้ได้จะเป็เช่นไร " เอี้ยชิงเอ่ยถาม
" หากหยั่งรู้ได้แม้นเพียงตัวเดียว จะส่งผลต่อทั้งร่างกายและพลัง กายจะแกร่งขึ้นถึงห้าเท่า และพลังจะมากขึ้นอีกห้าเท่า " เอี้ยชิงพยักหน้า
" ทั้งยังอาจทะลวงขั้นพลังขั้นใหญ่ได้ " หมาป่าฝันหวาน
" หากทำการหยั่งรู้คงใช้เวลานานเป็แน่ ไอ้หนูส่งค่ายกลเร่งเวลามาให้รึไม่ " หมาป่าเอ่ยถาม
" สามีใส่ไว้ในแหวนมิติแล้ว " หมาป่ายกยิ้มในทันใด
เหล่าสหายต่างพูดคุยกันถึงเื่ราวและกฎระเบียบของแดนเทพ
" ข้าว่าคงต้องมีบางสิ่งที่ปิดกั้นไอ้หนูไว้ " หมาป่าเอ่ยขึ้น
" สองคราแล้วที่ไอ้หนูเปิดประตูวิหารได้ แต่มายังแดนเทพมิได้ " หมาป่าพึมพำ
" หากไอ้หนูมาที่นี่มิได้ เราก็หาสินแร่ไปให้และน้ำปรานในมหานทีไปให้ไอ้หนู " หมาป่าเอ่ยขึ้น
เหล่าสหายต่างพูดคุยถึงสิ่งที่จะนำไปให้นนท์อยู่ถึงสองชั่วยาม
" พักผ่อนก่อนเถิด " เอี้ยชิงเอ่ยขึ้น ทุกคนจึงแยกย้ายไปยังห้องของตน
" น้องหญิง นี่เป็น้ำวิสุทธิ์ของสามี พวกข้าช่วยกันรีดออกมาจากัน้อย " เหล่าภรรยาทั้งหมดของนนท์ต่างคุยกันอย่างออกรส
" ข้าคิดถึงท่านพี่และัน้อยยิ่งนัก " หลันอิงเย่กล่าวขึ้น
" เย่เอ๋อร์เ้าอย่าได้กังวล เมื่อถึงเวลาพันปีเ้าก็ได้กลับไปพบเจอสามีแล้ว " หลันอิงเย่พยักหน้า
" ใช่ พี่หญิงเย่ อีกมินานก็ได้กลับบ้านแล้ว " หลันอิงเย่พยักหน้า มือหยกของหลางจี้เสวี่ยลูบไล้ยังขาอ่อนของนาง
" พี่หญิงท่าน " หลางจี้เสวี่ยประทับจูบที่ปากนุ่มของหลันอิงเย่
" ข้าจะช่วยคลายความคิดถึงของเ้าที่มีต่อสามีและัน้อย " สิ้นเสียงของหลางจี้เสวี่ย เหล่าภรรยาต่างช่วยกันปลดเปลื้องความคิดถึงที่มีต่อสามีและัน้อย
วันเวลาไหลเวียนไปอีกราวหกสิบปี
" วิ้ง " นนท์เปิดเปลือกตาขึ้น
" หยั่งรู้อักขระเทพได้อีกตัวแล้ว " นนท์เร่งทะยานร่างไปยังค่ายกลิญญาอสูร
" อา ปรานัยกระดับเหมือนแดนจักรพรรดิ์แล้ว " นนท์กวาดตามองผ่านเนตรั
" มรรคาเต๋าเข้มข้นมาก พลังฟ้าดินยังสูงเท่าเทียมโลกจักรพรรดิ์ " นนท์พยักหน้า
" ท่านเ้าสำนักใหญ่ " นนท์พยักหน้าให้กับผู้าุโที่เฝ้าด่าน
" ข้าจะเข้ารับการทดสอบ " นนท์เชื่อมจิตเข้ากับศิลานที
" วิ้ง " ร่างของนนท์หายเข้าไปในค่ายกลิญญาอสูรในทันใด
" วานรเหมันต์ราชันย์ขั้นกลางขั้นที่ห้ารึ " นนท์พึมพำ
" ไอ้ลิงน้ำแข็งเข้ามา " นนท์ะโท้าทายวานรเหมันต์
" โฮก " วานรเหมันต์ เหวี่ยงหมัดส่งปรานเหมันต์เข้าหานนท์อย่างรวดเร็ว
" เปรี้ยง " ปรานเหมันต์พุ่งเข้าหานนท์ ความหนาวเหน็บแผ่กระจายออกแช่แข็งทุกสรรพสิ่งที่เคลื่อนผ่าน
" ดี " นนท์ฝ่ามืออัคคีเข้าปะทะในทันที
" ครืน " เพลิงอัคคีทะยานเข้าหาปรานเหมันต์ เปลวเพลิงร้อนแรงแผดเผาทุกอย่างสิ้น
" ตูม " ร่างของนนท์เหยียดถอยหลังไปนับห้าสิบก้าว นนท์ยกยิ้ม
" เปรี้ยง " หมัดภูผาผสานฝ่ามืออัคคี พุ่งเข้าหาวานรเหมันต์
เปลวพวยพุ่งออกจากหมัดภูผาเป็เส้นสาย วานรเพลิงพลันหัวคิ้วชนกัน ฟาดฝ่ามือเข้าต้าน
" ตูม " ร่างของนนท์ยังเหยียดถอยหลังอีกครั้ง
" พลังกายอย่างเดียวสู้กับราชันย์ขั้นกลางขั้นที่ห้าได้ อักขระเทพลึกล้ำเกินหยั่งถึงจริงๆ " นนท์พึมพำ
" เปรี้ยง " นนท์ผสานกฎเกณฑ์แห่งพลัง เหวี่ยงหมัดภูผาผสานฝ่ามืออัคคีอีกครั้ง
" เปรี้ยง " ฟ้าสะท้าน ดินะเื มายาที่เกิดขึ้นทำเอาวานรเหมันต์ถึงกับตัวสั่น แต่ก็ยังฟาดฝ่ามือเหมันต์เข้าต้าน
" ตูม " ร่างเงาของวานรเพลิงพลันหายลับไป นนท์กวาดตามองรอบ
" วิ้ง " หมอกควันฟุ้งกระจายแล้วหลอมรวมกลายเป็ร่างั์ของอสูร
" อสูรกระทิงเพลิงรึ ราชันย์ขั้นกลางขั้นที่แปดรึ " นนท์พึมพำ
" ไอ้ควายหน้าโง่เข้ามา " นนท์ะโท้าทายยังกระทิงเพลิง
" ครึด " มันพ่นลมหายใจออกมาเสมือนโกรธาเป็หนักหนา กระทิงเพลิงสะบัดมือเรียกพลอง์ออกมา ฟาดเข้าใส่นนท์ในทันที
" เปรี้ยง " ปรานสังหารทะลวงเข้าสู่หน้าอกของนนท์อย่างรวดเร็วชนิดที่ยังมิทันได้ขยับตัว
" ตูม " ร่างของนนท์ลยอยไปไกล
" อั่ก " นนท์สำรอกเืเก่าพร้อนเศษกระดูกออกมามากมาย นนท์หยัดกายลุกขึ้น สะบัดมือเรียกพลองั
นนท์กระโจนเข้าหากระทิงเพลิงฟาดพลองัเข้าใส่กระมิงเพลิง
" เปรี้ยง " กระทิงเพลิงแสยะยิ้มฟาดพลอง์เข้าปะทะในทันได
" ตูม " ร่างของนนท์ปลิวออกไป ทั้งเืยังทะลักมิหยุด
" ตึง " ร่างสูงตกกระแทกพื้นไถลไปอีกไกล นนท์กัดฟันหยัดกายลุกยืน
" ทำไมมันถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้ " นนท์สูดหายใจเข้าลึก ะเิพลังสรรพสิ่งในร่าง แล้วกระโจนเข้าหา
" ตูม " ร่างของนนท์แทบแตกสลาย ร่วงกระแทกพื้นอย่างแรงจนพื้นแตกร้าว
" อั่ก " เืทะลักออกจากทั้งเจ็ดทวาร นนท์แทบสิ้นสติแต่ก็ยังฝืนหยัดกายลุก แต่ก็ทำได้เพียงผงกหัว
" วิ้ง " ราวสองเค่อที่นนท์ได้ประมือกับวานรเหมันต์และกระทิงเพลิง ร่างโชกเืของนนท์ถูกส่งออกมา
" ท่านเ้าสำนักใหญ่ประมือกับอสูรขั้นใด ถึงได้เป็เช่นนี้ "
" พวกเ้าดูนั่น " เหล่าศิษย์ต่างมองยังศิลานที
" เ้าสำนักใหญ่เอาชนะอสูรราชันย์ขั้นกลางขั้นที่ห้าได้ "
เหล่าศิษย์และผู้าุโพากันแตกตื่นกับสิ่งที่เห็น
" ท่านเ้าสำนักใหญ่ ช่างแข็งแกร่งจริงๆ "
หลังจากที่นนท์ฟื้นฟูร่างกายเสร็จ " ไปเขาฝึกกาย "
เมื่อมาถึงเขาฝึกกายนนท์ได้เชื่อมจิตของตนเข้ากับจิตทัศนะของเขาฝึกกาย
" ไป " นนท์ก้าวเท้าเหยียบบันไดขั้นแรก นนท์ส่ายหน้า
ท่าทางทางการเดินของนนท์ ทำเอาศิษย์ที่มองดูพากันแปลกใจ เพราะนนท์มิได้มีท่าทีทุกข์ร้อนอันใด ผิดกับเหล่าศิษย์ที่ต่างพากันเหงื่อซึม และหมดเรี่ยวแรง ทั้งได้รับาเ็ตามกัน
นนท์เดินมาถึงขั้นที่สามสิบ ซึ่งเป็ขั้นสูงที่สุดที่มีมนุษย์เดินมาถึง
" ต้องขึ้นไปให้สูงกว่านี้ " นนท์พึมพำแล้วก้าวเท้าเดินขึ้นบันไดขั้นต่อไป
" ขั้นที่ห้าสิบแล้ว " นนท์รับรู้ถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้าหา
" ไปต่อ " ยิ่งก้าวเท้าเดินต่อไปยิ่งพบเจอแรงกดดันที่เพิ่มระดับมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อเท้าของนนท์แตะลงยังบันไดขั้นที่หกสิบ
" อั่ก " แรงกดดันขั้นราชันย์ขั้นกลางสูงสุดถาโถมเข้าใส่ในทันที
เืทะลักออกจากปากของนนท์ นนท์ทิ้งเข่าข้างหนึ่งแตะพื้น เสียงหายใจหอบหนักดังขึ้น
" ราชันย์ขั้นกลางสูงสุด " นนท์พึมพำ แล้วทิ้งร่างนั่งขัดสมาธิเพื่อฟิ้นฟูร่างกาย
นนท์รู้สึกแปลกใจเมื่อรับรู้ว่าแร่ทองนทีที่ใช้หลอมเขาฝึกกายนั้น ส่งปรานนทีเข้าขัดเกลาทั้งร่างของตนให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
" แร่ทองนที ช่างวิเศษยิ่งนัก " นนท์ครุ่นคิดในใจอยากให้หมาป่าหอบสินแร่ของแดนเทพมาให้
สามชั่วยามที่นนท์ปรับสมดุลร่างกาย " อืม " นนท์เปิดเปลือกตาขึ้น
" หากยังไม่ชนะแรงกดดันในขั้นนี้ เห็นทีจะขึ้นไปยังขั้นต่อไปไม่ได้ " นนท์เร่งทะยานร่างกลับยังตำหนักในทันที
นนท์วางบ่อน้ำสรรพสิ่งและค่ายกลเร่งเวลา แล้วเริ่มทำการดูดซับพลังจากบ่อน้ำสรรพสิ่ง
ราวหนึ่งคืน นนท์พยักหน้า " พลังกายเพิ่มขึ้นมาเพียงนิด " นนท์เร่งทะยานร่างไปยัง ด่านิญญาอสูร
เมื่อเสร็จจากด่านิญญาอสูรนนท์ไปที่เขาฝึกกาย และกลับตำหนักดูดซับพลังจากบ่อน้ำปรานสรรพสิ่ง
่ชีวิตของนนท์เวลานี้วนเวียนอยู่แค่นี้จนเวลาล่วงเลยไปอีกห้าสิบปี
" ยังทะลวงขั้นราชันย์ไ่มได้สักที " นนท์ส่ายหน้า
ขณะที่นนท์ครุ่นคิด " ครืน " ท้องนภาพลันวิปริต วายุคลั่งฟาดผ่าทั่วท้องนภา
" ใครทะลวงขั้นพลังราชันย์ " นนท์เร่งทะยานร่างไปยังทัณฑ์์
" พ่อตาาานี่เอง " นนท์ลอยตัวมองดูพ่อตาาาของตนท้าทายทัณฑ์์
" ราชันย์จักรพรรดิ์ขั้นต้นขั้นที่หนึ่ง " นนท์ยกยิ้มให้กับพ่อตาาาเมื่อจบทัณฑ์์
" ยินดีด้วยขอรับ ท่านพ่อตา " นนท์ประสานสองมือให้กับพ่อตาของตน
" จัดงานฉลองให้กับข้าราชันย์ผู้นี้ " นนท์เพียงยกยิ้ม
แล้วงานรื่นเริงก็เลยเถิดไปถึงเจ็ดวัน เหล่ายอดยุทธทั้งหลายต่างเมามายเพราะสุราเหมันต์ที่นนท์นำออกมา
" ลุกเขยข้าสุราเหมันต์ของเ้าช่างร้อนแรงผิดกับชื่อยิ่งนัก " นนท์ยกจอกสุราขึ้นจิบ
" ท่านพ่อตา หากท่านฝึกปรานเหมันต์ สุราเหมันต์นี้ดียิ่งนัก " พ่อตาาานและเหล่าผู้าุโต่างพยักหน้า เมื่อพูดคุยกับเหล่าผู้าุโเสร็จนนท์จึงกลับยังคำหนักของตน
" เหตุใดจึงได้คิดถึงร่างเงาที่โลกเหลียนฮวา " นนท์พึมพำ
" คงไม่มีอะไร " นนท์พึมพำ แล้วเข้าสู่การหยั่งรู้อักขระเทพต่อ
" ครืน " แสงสีทองเปล่งประกายทั่วร่าง นนท์เปืดเปลือกตาขึ้น
" หยั่งรู้อักขระเทพได้อีกตัวแล้ว " นนท์พึมพำ แล้วเดินออกไปนอกตำหนักตน
" ท่านเ้าสำนักใหญ่ ครานี้ใช้เวลาหยั่งรู้ถึงร้อยสิบปีทีเดียว " นนท์ถึงกับตาโต
" ร้อยสิบปีเลยรึ " นนท์พึมพำ แล้วเร่งไปยังด่านิญญาอสูร และเขาฝึกกาย
แม้นด่านิญญาอสูรจะสามารถสังหารอสูรราชันย์ขั้นกลางขั้นที่แปดได้แล้ว แต่เมื่อเจอพลังของราชันย์ขั้นที่เก้านนท์ประมือได้เพียงสามกระบวนท่าก็ถูกส่งตัวออกมา
ที่เขาฝึกกายนั้นแม้นว่านนท์จะสามารถเอาชนะบันไดขั้นที่หกสิบ หรือแรงกดดันขั้นราชันย์ขั้นกลางสูงสุดได้แล้ว แต่เมื่อก้าวเท้าเหยียบยังขั้นที่หกสิบเอ็ดร่างของนนท์พลันแหลกเหลวทันที
" ฝึกแบบนี้นานถึงห้าสิบปี แต่ไม่ได้อะไรเลย " นนท์ได้แต่ส่ายหน้า
" ต้องทะลวงขั้นพลังราชันย์ถึงจะไปต่อได้ " นนท์พึมพำ
" เหตุใดยังคงคิดถึงร่างเงาที่โลกเหลียนฮวา " นนท์เหม่อมองออกไปยังห้วงจักรวาล
" ท่านเ้าสำนัก ข้าจะไปยังโลกเหลียนฮวา " นนท์เร่งออกเดินทางไปยังโลกเหลียนฮวาในทันที