บทที่ 169 พบปะผู้ใหญ่
“คุณชายน้อย เชิญด้านในขอรับ” เสียงผู้เฒ่าดังขึ้น ชิงหมินเป็นคนที่ขยับออกเป็นคนแรก เขาเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองแทบจะเข้าไปกองอยู่ในแขนของบุรุษตรงหน้าแล้ว ดังนั้นเมื่อได้สติขึ้นมาจึงรู้สึกเคอะเขินอยู่บ้าง
หวงซีเฉิงไม่ได้รู้สึกอะไร เขารู้อยู่แล้วว่าข้างนอกนั้นมีใครบ้าง และในเรือนตอนนี้ก็มีตาแก่หน้าดุดันนั่งรออยู่ เรื่องนี้จะโทษว่าเขาเป็นฝ่ายผิดก็ไม่ได้ เขามาที่นี่โดยแจ้งเอาไว้แล้วว่าจะแวะมาพบสายๆของวัน ไม่ได้บอกให้ทางนั้นเตรียมพร้อมตั้งแต่เช้าเสียหน่อย
เขาได้ยินว่าตาแก่จงใจด่าเขาให้วิญญาณที่อยู่รอบๆได้ยินเพื่อที่จะได้ส่งต่อมาอีกที บอกว่าอาหารมื้อเช้าที่เตรียมไว้นั้นสมควรจะโยนทิ้งให้สุนัขกินเสียยังดีกว่า
แน่นอนว่าการที่จวนเล็กที่ปิดสงบนี้ลุกขึ้นมาเตรียมอาหารเช้ามากมายย่อมต้องแปลกตาสำหรับทุกคน ท่านปู่ที่ไร้อารมณ์และไม่ต้องการสิ่งใดนอกจากตามภรรยาที่ล่วงลับไปยังอีกโลกหนึ่ง หวังให้อยู่ด้วยกันอีกครั้งในชีวิตหลังความตาย เขาไม่เคยจัดงานรื่นเริงมานานแล้ว
หวงซีเฉิงไม่ได้คาดหวังว่าชายชราผู้นี้จะกระตือรือร้นอยากต้อนรับเขาและชิงหมินขึ้นมา ถึงอย่างนั้น...เขาก็อยากจะดูแลคนของเขามากกว่า อาหารที่ชายชราให้เตรียมนั้นมีแต่อาหารโบราณที่ไม่น่าจะถูกปากชิงหมิน เด็กตัวน้อยของเขาชอบอาหารที่มีรสชาติหวาน แต่ชายชรากลับชอบอาหารที่มีกลิ่นฉุนของสมุนไพร ดังนั้นซีเฉิงจึงไม่ยอมให้วันแรกหลังแต่งงานของเขาทำให้ชิงหมินไม่มีความสุข
“ไปกันเถอะ รีบไปรีบกลับ เจ้าจะได้กลับไปพักผ่อนที่จวน” หวงซีเฉิงตบหลังชิงหมินเบาๆ เขาแทบจะอุ้มอีกฝ่ายลงจากรถม้าอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะชิงหมินบอกว่าต้องการเดินไปเอง
พ่อบ้านประจำจวนขนาดเล็กนี้มองทั้งสองคนที่เหมือนกับคู่นกหยวนหยาง รักใคร่กันจนไม่เห็นผู้คนอื่นโดยรอบ เขาอดไม่ได้ที่จะหลุบสายตาลงเล็กน้อยเพื่อทำใจ แม้จะได้ยินข่าวลือมาบ้างแล้วว่าคุณชายน้อยหลงใหลฮูหยินของเขาอย่างมาก แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะเป็นมากถึงขนาดนี้
นี่ไม่ได้เรียกว่าหลงใหลแล้ว นี่แทบจะเรียกว่าเปลี่ยนเป็นคนละคน ไม่เหลือเค้าโครงเดิมเลยต่างหาก!
“คุณชายขอรับ นายท่านรออยู่ที่ห้องโถงกลางแล้วขอรับ”
“อืม” หวงซีเฉิงรับคำในลำคอด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่ได้ใส่ใจ คนในจวนนี้เกือบทั้งหมดเป็นคนที่ท่านพ่อเชื่อใจได้ ดังนั้นทุกคนย่อมรู้ว่าเขามีความสามารถอะไร การที่ยังแจ้งตำแหน่งของท่านปู่ให้ฟัง ก็แค่การทำตามมารยาทเท่านั้น
ทั้งสองคนเดินผ่านข้ารับใช้ไปมากมาย ทุกคนต่างหลบเลี่ยงพวกเขา ไม่สิ! ต้องบอกว่าเลี่ยงที่จะอยู่ใกล้หวงซีเฉิง และมันก็เป็นเช่นนี้มาตลอด ทุกครั้งที่คุณชายและคุณชายน้อยมาเยี่ยมเยือนนายท่าน พวกเขาชอบปล่อยออร่าที่ทำให้ผู้คนหายใจไม่ออกมาด้วย ดังนั้นถ้าพวกเขาเลี่ยงได้ก็มักที่จะเลี่ยงมากกว่า
ไม่ใช่ว่ารังเกียจหรือไม่ชอบใจ แต่พลังของสองพ่อลูกนั้นกดดันจนทำให้คนธรรมดาไม่อาจจะยืนนิ่งๆอยู่ได้ต่างหาก ซึ่งสองพ่อลูกก็ดูจะชอบที่เป็นเช่นนี้ ดังนั้นพวกเขาทั้งสองจึงติดนิสัยปล่อยออร่ากดข่มผู้คนไปเสียแล้ว
“หืม?” บ่าวรับใช้สูงวัยคนหนึ่งเงยหน้าขึ้นหลังจากที่เห็นว่าคุณชายน้อยเดินผ่านหน้าไปแล้ว นางพยายามเลี่ยงเขาไปอยู่ด้านข้างทางเดินที่สุดแล้ว เว้นระยะห่างเกือบ 1 เมตร เพื่อให้รับผลกระทบจากออร่าที่รุนแรงของคุณชายน้อยให้ได้มากที่สุด
ครั้งก่อนที่เขากลับมาจากการหายตัวไป ทั้งยังประสบความสำเร็จในการสร้างกองทัพอิสระของตนเอง เอาชนะศัตรูทุกสารทิศจนได้รับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่พร้อมกับป้ายเว้นโทษประหาร 1 ครั้งเนื่องจากความดีความชอบครั้งใหญ่ ตนก็ได้พบเขาหลังจากที่หายหน้าไปนาน ยังรู้สึกสงสารเขาอยู่บ้าง แต่เมื่ออีกฝ่ายเดินผ่านหน้า ถึงจะห่างกันมากกว่า 5 เมตร นางก็ยังรู้สึกเหมือนกับว่าร่างกายที่เหี่ยวแห้งนี้กำลังถูกบีบคั้นอย่างหนักจนเหมือนจะขาดใจตาย
ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการกลับมาของคุณชายน้อยครั้งนี้ อาจจะเป็นการกลับมาของปีศาจร้ายที่แท้จริงก็ได้
เขาเสียบิดาไป พร้อมกันนั้นก็ยังมีชีวิตอย่างยากลำบากข้างนอกนั่นเป็นเวลานาน ความแค้นที่ฝังอยู่ในใจคงจะปะทุออกมาจนควบคุมไม่ได้เสียแล้ว แม้แต่นายท่านที่ไม่ค่อยสนใจสิ่งใด หลังจากที่พูดคุยกับคุณชายน้อยเกือบครึ่งชั่วโมง ก็ยังบ่นให้พ่อบ้านได้ยินว่าอาณาจักรเซินได้สร้างปีศาจร้ายขึ้นมาเสียแล้ว...
เขามาที่นี่หลายครั้ง และก็เป็นเช่นนี้ทุกครั้งไป ทุกคนไม่มีใครอยากจะเข้าใกล้เขาเกินกว่า 5 เมตรแล้ว โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้ปลุกพลังเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณ
นางที่เตรียมใจจะรับแรงกดดันเพราะเผลอเข้ามาประชิดในระยะ 1 เมตรกลับต้องพบกับความประหลาดใจ เพราะนอกจากจะไม่ได้รับออร่าที่ทำให้เหมือนตายทั้งเป็นแล้ว นางกลับยังรู้สึกได้ถึงความอ่อนโยนที่น่าประหลาดแผ่ออกมาจากตัวของคุณชายน้อยด้วย
หญิงชราอดไม่ได้ที่จะมองตามแผ่นหลังของฮูหยินหวงคนใหม่ บุรุษผู้นี้ร่างกายบอบบางอยู่บ้าง แต่ก็แข็งแรงดีในฐานะบุรุษผู้หนึ่ง พูดได้ว่าเขาดูเหมือนกับเด็กหนุ่มตัวเล็กเมื่ออยู่ต่อหน้าของคุณชายน้อยเท่านั้น
ทว่า....ร่างกายที่สูงโปร่งของเขากลับถูกประคองเอาไว้ทุกย่างก้าว ราวกับว่าถ้าฮูหยินหวงสะดุดอะไรบางอย่างไป จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ของคุณชายน้อยอย่างไรอย่างนั้น
ไหนจะท่าทางที่กระซิบพูดคุยกันอย่างอบอุ่นนั่นอีกเล่า ใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มจนถึงดวงตานั่น ดูไม่เหมือนว่าจะเป็นตัวตนของคุณชายน้อยเลย สิ่งนี้....
“ท่านพ่อบ้าน คนๆนั้น...ใช่คุณชายน้อยจริงหรือ?” นางรีบคว้าแขนของพ่อบ้านคนสำคัญเอาไว้เพื่อสอบถามให้ชัดเจน ไม่ใช่ว่าพวกเขาถูกผู้อื่นหลอกลวงอยู่หรือ? คนๆนี้จะเป็นคุณชายน้อยของพวกเขาได้อย่างไร
“จะไม่ใช่ได้อย่างไร” คิ้วของพ่อบ้านขมวดมุ่น ถึงจะเข้าใจว่าสตรีสูงวัยผู้นี้กำลังคิดอะไรอยู่ แต่จะมาปากพล่อยบอกว่าคุณชายน้อยถูกปลอมตัวโดยคนอื่นได้อย่างไร คิดว่าคนอย่างคุณชายน้อยจะมีใครกล้าลงมือด้วยหรือ?
“ถ้าอย่างนั้น ทำไม....”
“แม้แต่ท่านนักบวชก็ยังกล่าวเอาไว้ว่าตระกูลหวงไม่อาจจะปล่อย “ฮูหยิน” ไปได้ ดังนั้นก็ควรจะเข้าใจได้แล้วว่าทำไมท่านนักบวชศักดิ์สิทธิ์จึงกล่าวออกมาเช่นนั้น” พ่อบ้านไม่ได้พูดออกมาตรงๆว่าตอนนี้คุณชายน้อยของพวกเขาเปลี่ยนไปเพราะกำลังคลั่งรัก แต่ปล่อยให้คนอื่นคิดกันเอาเอง
เขาเป็นพ่อบ้าน มีสิทธินินทาเจ้านายที่ไหนกัน!
“โอ้ เป็นเพราะฮูหยินหวงคนใหม่อย่างนั้นหรือ? นี่...ดียิ่ง” หญิงชราอ้าปากค้าง น้ำตาหยาดเล็กๆปรากฏที่ดวงตาของนาง นางกำลังดีใจ ดีใจเป็นที่สุด!
คุณชายน้อยช่างอาภัพยิ่งนัก และตระกูลหวงของพวกเขาก็อาภัพยิ่งกว่า!
ไม่ว่าใครก็ตามที่แต่งเข้ามาเป็นฮูหยินใหญ่สกุลหวง พวกนางล้วนมีชะตากรรมที่เลวร้ายทั้งนั้น ฮูหยินของนายท่านก็สิ้นใจในช่วงที่กำลังงดงามที่สุด นายท่านเศร้าโศกเสียใจมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว ดีที่ยังให้กำเนิดทายาทไว้หนึ่งคน แต่ใครจะไปคิดว่าคุณชายเองก็มีชะตากรรมเดียวกัน
แต่งฮูหยินเข้ามาไม่นาน ฮูหยินไม่อาจจะทนพลังของทารกน้อยในครรภ์ได้ เมื่อคลอดออกมาไม่นาน ร่างกายอ่อนแอก็ๆได้สิ้นใจไป ทำเอาคุณชายน้อยกลายเป็นกำพร้ามารดา แล้วตอนนี้...เขาก็ยังต้องเสียบิดาในขณะที่ทำภารกิจร่วมกันด้วย!
ไม่รู้ว่าตอนนั้น คุณชายจะคิดร้ายต่อตนเองขนาดไหน ไม่ว่าจะอย่างไร คุณชายน้อยก็ยังเป็นเพียงคนหนุ่มคนหนึ่งเท่านั้น ถึงจะเก่งกาจยามอยู่ในสงคราม ทว่า...ช่วงเวลาชีวิตกลับไม่เคยมีความสุข ไม่เคยได้หัวเราะเหมือนกับเด็กๆคนอื่นเลย
เมื่อคุณชายน้อยปลุกพลังขึ้นมาได้ นายท่านก็พูดว่านี่เป็นเวรกรรมของเขามากกว่าที่จะเรียกว่าเป็นการได้รับพร พอพลังตื่นขึ้น เขาก็เหมือนกับปีศาจร้าย ตอนแรกๆเกือบจะบ้าคลั่งไล่ฆ่าทุกคนในจวนด้วยซ้ำ ยังดีที่คุณชายพาคุณชายน้อยไปอาละวาดที่สนามรบ ทำให้คุณชายน้อยลดความเจ็บปวดของตนเองลงได้บ้าง กระนั้น...เขาก็เหมือนกับคนที่เสพติดกลิ่นโลหิตไปแล้ว ขนาดลงโทษคนของตนเองที่ทำผิด ยังไม่มีการนึกถึงความดีในอดีตเลย
หากผิดก็สังหาร หากทำไม่ถูกก็สั่งโบยจนเกือบตาย ทุกคนรู้ดีว่าคุณชายน้อยนั้นทำตามกฎอย่างเคร่งครัด และหลายครั้งก็เป็นเขาที่ออกแรงสังหารผู้กระทำความผิดด้วยตนเอง!
ทุกคนมองว่าเขาไร้หัวใจ แต่ดูเหมือนว่าวันนี้จะไม่ใช่อีกแล้ว ทั้งหมดเป็นเพราะฮูหยินหวงน้อยผู้นั้นหรือ? ไม่น่าแปลกใจที่จะมีคำกล่าวเช่นนั้นจากนักบวชศักดิ์สิทธิ์ ทว่า....ถ้าโศกนาฏกรรมเกิดขึ้นอีกครั้ง หากคำสาปของสกุลหวงยังอยู่และส่งต่อไปที่ฮูหยินหวงน้อย...
“ข้า ข้าต้องรีบไปแล้ว ต้องตรวจสอบอาหารให้ดีกว่านี้อีก”
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ขนแขนของหญิงชราก็ลุกชันขึ้น ถึงแม้จวนของนายท่านจะได้รับการดูแลอย่างดี และแม้ว่าพลังของคุณชายน้อยสมควรจะตรวจสอบเจอความผิดปกติทั้งหมดได้ ทว่านางก็ยังไม่วางใจอยู่ดี เพื่อไม่ให้ต้องเสียฮูหยินหวงน้อยไป นางจะตรวจสอบทุกอย่าง ไม่ปล่อยให้สิ่งไม่ถูกต้องรอดมือนางไปได้!!
ความตั้งใจของหญิงชรานั้นแน่วแน่มาก นางไม่เพียงแค่ทำเช่นนี้ด้วยตัวคนเดียวเท่านั้น ยังออกคำสั่งให้ทุกคนช่วยกันตรวจสอบความเรียบร้อยของจวนให้ดีด้วย คนที่ดูแลสวนต้องไปตรวจสอบในสวนอีกครั้งว่ามีหนอน มีแมลง หรือแม้แต่เศษหินที่คมกริบที่อาจจะทำให้ฮูหยินน้อยได้รับบาดเจ็บก็ต้องจัดการทั้งหมด คนดูแลถ้วยชามต้องดูให้สะอาดอีกรอบ ไม่สามารถปล่อยให้ถ้วยชามีรอยสกปรกได้ เดี๋ยวจะทำให้ฮูหยินน้อยไม่สบาย
ตอนนี้ทั้งจวนสกุลหวงวุ่นวายไปหมดแล้ว โดยที่เจ้านายทั้งสามของจวนไม่ได้รู้เรื่องเลย...
หวงซีเฉิงพาคนรักของตนเองเข้าไปในห้องโถงใหญ่เพียงห้องเดียวของจวน เนื่องจากชายชราผู้นี้มาอาศัยอยู่ในจวนเล็กนอกจวนสกุลหวงนานแล้ว เขาจึงไม่ค่อยได้รับแขกเหรื่อมากนัก อย่างมากก็นักเจอกับสหายเก่าๆที่มีความจริงใจต่อกันจึงไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มาก
วันนี้เขาให้คนจัดเตรียมห้องโถงใหญ่เอาไว้ก็เพื่อเป็นการให้เกียรติสะใภ้น้อย ทว่า...บัดนี้ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงเสียแล้ว มองดูหลานทั้งสองที่พากันเข้ามาอย่างเชื่องช้าราวกับไม่รู้ว่ากำลังทำให้ชายชราผู้นี้ต้องหิ้วท้องรอเป็นนานสองนาน!!
“คารวะท่านปู่ขอรับ”
“คารวะท่านปู่ขอรับ” ทั้งสองคนทำความเคารพชายชราอย่างสุภาพ ชิงหมินทำตามหวงซีเฉิงทุกประการ แต่ยังดีที่เขามีกริยาสุภาพกว่าอีกฝ่ายไม่น้อย หาไม่แล้ว...ดวงตาของผู้เฒ่าหวงคงจะเข้มขึ้นอีกเป็นแน่
“.............” หลังจากที่ทักทายกันคำแรก ทั้งห้องก็เงียบลงอีกครั้ง ชายชราเล่นสงครามประสาท ไม่ยอมพูดด้วยแม้เพียงคำเดียว ชิงหมินแอบมองไปรอบๆ พบว่าอาหารตรงโต๊ะของชายชราไม่พร่องไปเลย จึงสามารถคาดเดาได้ว่าชายชราผู้นี้กำลังรอตนเองและหวงซีเฉิงมาร่วมโต๊ะอาหารด้วยกัน
ชิงหมินไม่รู้เรื่องมาก่อน แต่เขาเชื่อว่าซีเฉิงจะต้องรู้แน่ ดังนั้นจึงมองไปยังพ่อพระเอกตัวโต อยากจะถามเขาเหลือเกินว่ากำลังเล่นอะไรกันอยู่ ชายชราเตรียมอาหารต้อนรับตั้งแต่เช้า เหตุใดจึงปล่อยให้เขานั่งกินอาหารที่จวนด้วยความสบายใจ .... หรือว่าตอนนี้ แผนการเกาะขาทองคำของเขาจะถูกทำลายสิ้นเพราะเรื่องอาหารการกินไปแล้ว!!
“เอ่อ ท่านปู่ขอรับ ผู้น้อยมีชาดีๆเตรียมมาด้วย อยากจะให้ท่านปู่ลองชิมรสชาติดูขอรับ เผื่อว่าจะถูกใจ วันข้างหน้าเมื่อปรุงผงชาดีๆได้อีก จะได้รีบนำมาให้ท่านปู่ขอรับ”
ชิงหมินทนเงียบกับทั้งสองคนตระกูลหวงได้อีกแค่สิบนาทีเท่านั้น หัวของเขาก็คิดอย่างรวดเร็ว เขาเป็นคนที่ไม่เก่งกับการเล่นสงครามประสาทเช่นนี้ ถ้ายังให้เงียบต่อไปอีก 5 นาที เชื่อได้เลยว่าเขาอาจจะหลับกลางอากาศได้
ก็นะ...ใครใช้ให้บรรยากาศที่เงียบสงบนี้ทำให้ดวงตาของเขาค่อยๆหนักขึ้นกันล่ะ
“ท่านผู้อาวุโสขอรับ ข้าขออุปกรณ์ชงชาและน้ำร้อนได้หรือไม่ขอรับ”
“อ่อ ได้ ได้ขอรับฮูหยินน้อย” พ่อบ้านที่ชินกับความเงียบที่มักปะทะกันบ่อยๆ เขาจึงยังยืนนิ่งรอชมสถานการณ์ต่อไปได้ แต่ไม่คิดเลยว่าฮูหยินน้อยที่เพิ่งมาใหม่นี้จะทำลายความเงียบก่อนเป็นคนแรก
เขากำลังคิดอยู่ว่าจะได้พักสักหนึ่งหรือสองชั่วโมงแท้ๆ
เมื่อเห็นคนเป็นพ่อบ้านเคลื่อนไหว ชายชราและหวงซีเฉิงก็เปลี่ยนเป้าสายตาของตนเอง ซีเฉิงมองดูคนรักที่กำลังนำผงชาออกมาเต็มไม้เต็มมือ เขาจึงยื่นมือเข้าไปช่วยถือเอาไว้ มือของเขาใหญ่กว่าชิงหมิน ย่อมทำได้ดีกว่า หีบหยกล้ำค่าที่ชิงหมินอุตส่าห์เลือกมาด้วยตนเองไม่ควรจะต้องตกแตกเพราะความประมาท
เขาไม่ได้เสียดายของ แต่กลัวว่าชิงหมินจะร่ำไห้มากกว่า
ในขณะที่ชายชรามองตามหลังของพ่อบ้านคนสนิท เมื่อครู่ได้ยินว่าเด็กหนุ่มฮูหยินหวงคนใหม่ผู้นี้เรียกคนของเขาว่า “ผู้อาวุโส” เขาก็รู้สึกชื่นชมอยู่บ้าง เพราะแม้ว่าพ่อบ้านจะมีฐานะเป็นพ่อบ้านจริงๆ แต่ก็เป็นผู้ติดตามของเขาตั้งแต่ยังเด็ก เขาและอีกฝ่ายเรียกได้ว่าเป็นสหายกันได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ปกติแล้วไม่ค่อยมีคนมอบเกียรติให้เขามากนัก เห็นว่าชิงหมินรู้ความเช่นนี้ ความรู้สึกดีก็ก่อขึ้นอยู่บ้าง
……………………………………….