บทที่ 49 หูชื่อเหวินมีเรื่องตบตี
เมื่อหูชื่อเหวินเดินเข้าหอพักเธอก็แปลกใจเมื่อเห็นจางหมิงเยี่ยนนั่งร้องไห้อยู่บนเตียง
“พี่เยี่ยน เกิดอะไรขึ้น?”
จางหมิงเยี่ยนไม่ตอบ แต่เงยหน้าขึ้นมองเธอโดยที่น้ำตายังคลอเบ้า
“เฮ้อ ! เมื่อเช้าพี่เยี่ยนซักชุดสีแดงที่เธอให้ เธอกลับมาก็คิดว่าจะเก็บมันในตอนกลางคืน แต่ไม่รู้ว่าใครใจร้ายกรีดยาวตั้ง 2 ข้างจนใส่ไม่ได้อีกแล้ว”
หลี่เสวี่ยฉินพูดด้วยความโมโหอยู่ข้างๆ
หูชื่อเหวินหยิบเสื้อผ้าออกจากอ้อมแขนของจางหมิงเยี่ยนแล้วเปิดดูรอยกรีดที่เกิดขึ้นบนเสื้อท่อนบนและกระโปรงท่อนล่าง ท่อนบนยาวประมาณ 10 เซนติเมตรและท่อนล่างรอยกรีดยาวมากกว่า 1 ฟุต
พอดูรอยกรีดที่เกิดขึ้น ดูเหมือนว่าจะถูกตัดด้วยกรรไกรที่ค่อนข้างทื่อๆ
ส่วนที่ตัดไม่เรียบร้อย ผสมกับรอยกรีดที่ไม่เท่ากันหลังจากใช้กรรไกรทู่ตัด
ชีวิตก่อนเธอเคยตัดเสื้อผ้า ดังนั้นเธอรู้ดีว่าการใช้กรรไกรทู่คู่หนึ่งตัดผ้าจะออกมาแบบไหนได้บ้าง
หูชื่อเหยินวางชุดลงกวาดตามองไปยุวชนหญิงรอบๆห้อง
ยุวชนหญิงบางคนรับรู้ถึงการจ้องมองของเธอล้วนต่างส่ายศีรษะเบาๆ หรือไม่ก็หลบสายตา บางคนรู้สึกสงสารแต่บางคนกลับมีสีหน้ากระอักกระอ่วน
เมื่อดวงตาของเธอสบตากับจ้าวเสี่ยวเหม่ย เธอรีบก้มหน้าราวกับละอายใจ
จากนั้นก็มองไปที่เฉินชูเฟินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างๆ เธอ ซึ่งกำลังฮัมเพลงและใช้กรรไกรตัดบางอย่างทำท่าทางไม่รู้ไม่ชี้
หูชื่อเหวินเดินช้าๆ ไปที่เฉินชูเฟิน เธอยืนนิ่งมองผ้าที่เธอกำลังตัด กางเกงฝ้ายตัวนี้น่าจะมีรูเพราะเธอกำลังตัดปะเพื่อซ่อมกางเกง
หูชื่อเหวินดูเธอตัดผ้าอย่างใจเย็น
เฉินชูเฟินก้มหน้าก้มตาตัดผ้า วันนี้เธอภูมิใจในตัวเองจริงๆ
ในตอนนั้นเองเธอก็เหลือบเห็นขาคู่หนึ่งตรงหน้า พอเงยหน้ามองขึ้นไปก็พบว่าเป็นขาของหูชื่อเหวิน เพราะมีแค่เธอเท่านั้นแหละที่สามารถซื้อกางเกงที่เนื้อผ้าดีขนาดนี้ได้
แต่เธอก็ยังแสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นและตัดต่อไปโดยไม่เงยหน้าขึ้น
“กรรไกรของเธอดูทื่อๆ ไปหน่อยนะ ฉันให้ยืมกรรไกรคมๆ สักคู่ดีไหม?”
หูชื่อเหวินเจตนาพูดออกมาอย่างชัดเจน
มือของเฉินชูเฟินหยุดชะงัก จากนั้นก็เงยหน้ามองไปที่หูชื่อเหวินที่ยืนใจเย็นอยู่ตรงหน้า แต่สายตากลับดูถูกเหยียดหยามอย่างเห็นได้ชัด
“ขอบคุณสำหรับความเมตตาของเธอ แต่ฉันจะยืมของจากคุณหนูหูได้อย่างไร พวกเรามันคนจนมีปัญญาใช้แต่แบบนี้เท่านั้นแหละ!”
น้ำเสียงของเธอกระแหนะกระแหน
“โอ้? จริงเหรอ? ถ้าอย่างนั้นทำไมเธอถึงกล้าตัดกระโปรงที่ฉันให้กับพี่เยี่ยนล่ะ?”
หูชื่อเหวินยิ้มทำเหมือนว่าพูดคุยเรื่องปกติ น้ำเสียงของเธอก็ไม่ได้แสดงแม้แต่อารมณ์โกรธด้วยซ้ำ
“เธอ… พูดว่าอะไรนะ ใครตัดกระโปรง? คิดว่าจะใส่ร้ายใครก็ได้หรือไง!”
เฉินชูเฟินสะดุ้งเหมือนแมวถูกเหยียบหาง เธอโวยวายแต่เห็นได้ชัดว่าไม่ได้มีความมั่นใจเลย
หูชื่อเหวินคว้าข้อมือของเธอที่ถือกรรไกร จากนั้นก็คว้ามันด้วยมืออีกข้างเพื่อชูต่อหน้าเธอ เป็นการบังคับให้เธอมองกรรไกร
“งั้นบอกหน่อยสิ ว่าทำไมผ้าที่เธอตัดตรงนี้ถึงเหมือนกับรอยตัดแหว่งๆ ของกระโปรง…”
“แล้วถ้าเหมือนกัน มันจะทำไม?”
ก่อนที่หูชื่อเหวินจะพูดจบเฉินชูเฟินก็ขัดจังหวะและตะคอกเสียงดังทันที
“ฉันไม่อธิบายอะไรมากแล้วกัน สิ่งที่จะพูดก็คือกรรไกรคู่นี้คล้ายกับอันที่ใช้ตัดกระโปรงที่ฉันซื้อให้พี่เยี่ยนมาก แล้วนี่… บอกหน่อยสิว่ามันคืออะไร”
ทันใดนั้นหูชื่อเหวินก็ปล่อยข้อมือของเฉินชูเฟิน มือข้างหนึ่งง้างกรรไกรออกแล้วใช้อีกมืออีกข้างดึงเศษกำมะหยี่สีแดงสองสามชิ้นออกมาจากก้านต่อของกรรไกร
เมื่อผ้ากำมะหยี่ถูกตัดมันจะมีขุยหลงเหลืออยู่ และจะมีเศษขุยของผ้าในกรรไกรเก่าๆแบบนี้ หากกรรไกรไม่คมมันจะกินผ้าเข้าไปและติดแน่นอยู่อย่างนั้น
ตอนแรกหูชื่อเหวินไม่รู้หรอกว่าเฉินชูเฟินเป็นคนทำ แต่พอมองไปรอบๆ มีแค่จ้าวเสี่ยวเม่ยเท่านั้นที่ทำหน้าประหลาด จากนั้นพอมองเฉินชูเฟินที่อยู่ข้างๆ ก็เห็นว่าหญิงสาวกำลังตัดอะไรบางอย่างอยู่ ดังนั้นเธอจึงเดินไปเพื่อมองว่าทำอะไร
ปรากฏว่ากรรไกรของเฉินชูเฟินใช้อยู่นั้นทื่อมากจนทำให้ติดขัดเวลาตัดลงผ้าฝ้าย ไม่ต้องพูดถึงว่าถ้าเธอตัดผ้ากำมะหยี่ที่อ่อนนุ่ม จากนั้นเธอก็เห็นสีแดงจางๆ บริเวณที่กรรไกรตัด เธอจึงสรุปได้ว่าคนร้ายคือเฉินชูเฟิน
หลังจากลองทดสอบดูเฉินชูเฟินก็เกิดร้อนตัวขึ้นมา
“เธอ… นี่… มันก็ไม่ได้หมายความว่าฉันเป็นคนตัดหรือเปล่า? อาจจะมีคนแอบเอากรรไกรของฉันไปตัดก็ได้…”
เฉินชูเฟินพูดด้วยความรู้สึกสับสนเธอไม่คิดว่าหูชื่อเหวินจะรู้ดีขนาดนี้ เธอเริ่มรู้สึกผิดและเสียใจขึ้นมาที่ตัดกระโปรงจางหมิงเยี่ยนในวันนี้ แล้วยังเอามาตัดผ้าในตอนกลางคืนอีก
“มันก็อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้ที่เธอบอกว่าไม่ได้เป็นคนตัด งั้นก็ส่งกรรไกรไปให้หัวหน้าหรือไม่ก็สถานีตำรวจตรวจสอบก่อน เพราะยังไงนี่ก็ถือว่าเป็นวัตถุพยาน ฉันก็ไม่รู้นะว่าจะได้ข้อหาแบบไหน ทำลายทรัพย์สินส่วนตัวของคนอื่นหรือเปล่า ก็ให้ตำรวจตัดสินใจ ใครใช้ให้กรรไกรของเธอเป็นตัวก่อเรื่องกันล่ะ ”
ในประโยคสุดท้ายหูชื่อเหวินจงใจพูดออกมาหนักแน่นขึ้น
หลังจากพูดจบเธอก็หันกลับพร้อมกรรไกรในมือและกำลังจะออกไปข้างนอก
“ฉันไม่อนุญาตให้เอากรรไกรไปนะ!”
เฉินชูเฟินรู้สึกหวาดกลัวทันทีที่ได้ยิน ตอนตัดกระโปรงเธอไม่ได้คิดอะไรมาก ก็แค่กลับมาจากทำงานแล้วเห็นชุดสีแดงตากไว้และจำได้ว่าเป็นตัวที่หูชื่อเหวินให้จางหมิงเยี่ยน ซึ่งชุดนี้เองที่ให้จางหมิงเยี่ยนแย่งความสนใจยุวชนในไร่ไปจากเธอ
ในทางกลับกันเธอดันกลายเป็นตัวตลกเพราะความผิดพลาดสุดท้ายตอนแสดง วันนี้ในตอนทำงานเธอได้ยินแต่ยุวชนพูดเรื่องความสวยของจางหมิงเยี่ยน ไม่ก็เรื่องตลกตอนที่เปียผมของเธอหลุด
เธออยากระบายด้วยความโกรธ เธอฝึกซ้อมมาเยอะมาก หนำซ้ำเตรียมตัวมาตั้งหลายเดือน แต่ผลที่ได้กลับผิดคาด!
“หูลี่อิงกลับมาเดี๋ยวนี้!”
เมื่อเห็นว่าหูชื่อเหวินไม่สนใจเสียงเรียกเฉินชูเฟินก็รีบวิ่งมาดักไว้ เธอผลักหูชื่อเหวินลงกับพื้นแล้วกระชากกรรไกรออกจากมือหญิงสาว
หูชื่อเหวินและเฉินชูเฟินจึงเริ่มตบตีกันในทันที
เฉินชูเฟินทำงานในไร่มาหลายปี แต่ร่างกายของหูลี่อิงได้รับการดูแลอย่างดีมาตลอด เธอจึงไม่มีเรี่ยวแรงมากนัก
แม้ว่าหูชื่อเหวินจะใจสู้ขนาดไหนก็ไม่สามารถผลักเฉินชูเฟินออกไปได้
จางหมิงเยี่ยน หลี่เสวี่ยฉินและยุวชนหญิงคนอื่นๆ ต่างวิ่งออกมาเพื่อช่วยกันดึงทั้งคู่ออกจากกัน
นอกจากนี้ยังมียุวชนหญิงอีกสองคนที่แอบออกไปเพื่อเรียกคนมาช่วย
ทุกคนพยายามเต็มที่เพื่อแยกให้สองสาวห่างๆ กัน
ใบหน้าของหูชื่อเหวินเริ่มเปลี่ยนสี ผมของเธอถูกกระชากจนยุ่งเหยิง กระดุมเสื้อกระเด็นหลุดหายไป 2 เม็ด แขนเสื้อก็ขาดวิ่นจนทำให้เห็นชั้นในที่ใส่อยู่
เฉินชูเฟินเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน จมูกของเธอเลือดไหลจากการกระแทกโดนหัวของหูชื่อเหวิน ผมของเธอขาดหลุดร่วง เสื้อของเธอกระดุมถูกดึงจนเปิดออก เผยให้เห็นเสื้อยืดซับในและเธอยังกำมือของหูชื่อเหวินไว้แน่น
เมื่อหยินเหวินกั๋วมาถึง เขาเห็นท่าทางที่น่าสมเพชของหญิงสาวทั้งสองแล้วอดขมวดคิ้วอย่างช่วยไม่ได้
ไม่คิดเลยว่าพอกลับถึงหอแล้วจะถูกยุวชนหญิงเรียกให้มาช่วยเพราะมีคนทะเลาะกันที่หอพักหญิงหมายเลข 2
ระหว่างทางเขาถึงได้รู้ว่าเป็นหูชื่อเหวินกับเฉินชูเฟิน
เขาโกรธแต่ก็กังวลมากด้วย
ผู้หญิงคนนี้มีความสามารถอย่างคาดไม่ถึงจริงๆ พอกลับถึงหอเธอก็เริ่มตบตีกับคนอื่นเลย