"แต่ว่า..." ฉินไห่หยางเดินไปข้างหน้า ก่อนจะหันหลังกลับมามอง "โสมต้นนั้น..."
"ไปเถอะ!" ต่งเสี่ยวเสี่ยวลดเสียงลง ฉินไห่หยางกับคนอื่นๆ ถึงจะไม่เข้าใจแต่ก็ยังเดินตามเธอไป
พอพวกเขาเลี่ยงออกไปอีกทางหลี่ซิงชางก็โผล่ออกมาจากพุ่มไม้
เขาอดใจไม่ไหว รีบพุ่งไปดูโสมต้นนั้นทันที!
พอเขาเดินมาถึง ก็เห็นโสมอวบๆขาวผ่องเหมือนเด็กทารก หลี่ซิงชางหัวเราะออกมาดังลั่น
"ดูเหมือนสวรรค์จะเข้าข้างฉันจริงๆไม่คิดเลยว่าแค่สะกดรอยตามผู้หญิงคนนี้ กลับได้เจอโอกาสดีๆ” ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความตื่นเต้นรีบขุดรากโสมขึ้นมา
เขาขุดไปได้ไม่กี่ทีก็ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักดังมาจากที่ไกลๆ
น่าจะเป็นหวังซิ่วฉินที่พาพวกป้าๆ มาทางนี้
หลี่ซิงชางลังเลอยู่สักพักก็หยิบใบไม้แห้งที่อยู่ใกล้ๆ มาคลุมโสมต้นนั้นไว้
แล้วก็หยิบหญ้ากองใหญ่มาอีกกองก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้นอย่างเฉื่อยชา เขาเดินไปหาวไป
"นั่นมันลูกชายเธอนี่?" พวกป้าๆ หลายคนกำลังคุยกันอยู่ แต่ก็มีคนหนึ่งชี้ไปที่หลี่ซิงชาง
หวังซิ่วฉินเห็นลูกชายแต่ไกลๆพอกำลังจะทักทาย ก็เห็นลูกชายขยิบตาให้เธอก่อน
"ซิงชาง มาทำอะไรตรงนี้ล่ะ?"พวกป้าๆ เข้ามาล้อม
หลี่ซิงชางรู้สึกหงุดหงิดคนพวกนี้กำลังขัดขวางการหาเงินของเขาชัดๆ
"ผมมาดูว่ามีสัตว์อะไรบ้างไหม"หลี่ซิงชางเหลือบมองไปทางนั้นเล็กน้อย "แต่ก็ไม่มีอะไรเลยแถมเมื่อกี้ผมยังเจองูตัวเบ้อเริ่ม!"
พูดจบเขาก็ตบหน้าอก"งูตัวใหญ่มากเลยครับ พวกเราไปกันเถอะ ถ้าเจองูเข้าคงจะไม่ดี!"
พูดจบเขาก็เร่งฝีเท้าเดินไปข้างหน้า
พวกป้าๆไม่ค่อยเชื่อเขาเท่าไหร่เลยทำท่าจะเดินเข้าไปดูให้ชัดๆ
"มีงูจริงๆ ด้วย!"
มีคนตกใจจนก้นจ้ำเบ้าลงไปกับพื้นคนที่อยู่ข้างหลังรีบดึงเธอขึ้นมา รีบร้อนลงจากเขาไป
ฉินไห่หยางซ่อนตัวอยู่ใต้ต้นไม้เล็กๆที่เชิงเขา
เขานั่งยองๆ อยู่ตรงนี้สักพักก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งเดินลงมาจากข้างบน แต่มีแค่หลี่ซิงชางคนเดียวที่เป็นผู้ชาย
เขาเม้มปากแน่นมองจนแน่ใจว่าคนพวกนั้นเดินผ่านไปแล้ว จึงโผล่ออกมาจากใต้ต้นไม้ตัดหญ้าใส่ตะกร้าแล้วค่อยๆ เดินกลับบ้าน
"แม่ครับ" ฉินไห่หยางปรับตัวเข้ากับการเรียกต่งเสี่ยวเสี่ยวว่าแม่ได้อย่างรวดเร็ว"ผมเห็นลูกชายของย่าซิ่วฉินอยู่ที่ตรงนั้น"
เป็นแบบนั้นจริงๆ ด้วย!
ต่งเสี่ยวเสี่ยวแค่นหัวเราะออกมาเมื่อได้ยิน หลี่ซิงชางคงจะรู้แล้วสินะว่าตรงนั้นมีโสม
พอเห็นสีหน้าของต่งเสี่ยวเสี่ยวฉินไห่หยางก็ลดเสียงลง "เราไปเอามาตอนนี้เลยดีไหมครับขุดโสมเสร็จแล้วค่อยว่ากัน ดีไหมครับ?"
เด็กๆ ยังไร้เดียงสาพวกเขารู้แค่ว่าโสมขายได้ราคาแพง
ถ้ามีเงินแล้วชีวิตของครอบครัวพวกเขาก็จะดีกว่าตอนนี้มาก
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยังคงจัดยาต่อ"โสมมีจิตวิญญาณยิ่งโสมที่อายุเป็นร้อยปีแบบนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย"
"อีกอย่างการขุดโสมไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แบบที่พวกเขาคิดหรอก" ต่งเสี่ยวเสี่ยวยังคงทำงานต่อไป"ถ้าพวกเขาขุดโสมอายุร้อยปีต้นนั้นออกมาได้จริงๆก็ถือว่าพวกเขามีฝีมือ"
"แม่กลัวว่าพวกเขาจะเอาชีวิตไปทิ้งมากกว่า!"
ปกติแล้วคนที่เข้าป่าขุดโสมจะต้องเตรียมตัวมาก่อนแต่หลี่ซิงชางกลับประมาทขนาดนี้
"อันตรายขนาดนั้นเลยเหรอครับ?"พอได้ยินแบบนั้น ฉินไห่หยางก็จับแขนเสื้อของต่งเสี่ยวเสี่ยวไว้แน่น"พวกเราไม่เอาโสมต้นนั้นแล้ว พวกเราแค่ตั้งใจทำงานต่อไปเราก็จะมีความสุขมากขึ้นแล้วนี่ครับ"
พอเห็นว่าฉินไห่หยางดูกังวลต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เอื้อมมือไปลูบหัวเขา "ไม่ต้องห่วงนะแม่รู้ตัวดี"
"ไปกันเถอะแม่ได้ยินมาว่าแม่น้ำทางฝั่งตะวันตกลดลงไปเยอะแล้ว พวกเราไปเดินเล่นกันเผื่อจะได้อะไรกลับมาทำอาหารบ้าง" เมื่อกี้ตอนที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับมาเธอได้ยินคนพูดเรื่องนี้มาพอดี ตอนนี้ก็เลยจะไปลองเสี่ยงโชคดู
ตามซอกหินของแม่น้ำที่แห้งขอดอาจจะมีปลาตัวเล็กๆ กุ้ง หรือหอยขมอะไรพวกนี้
"ดีเลยครับ!" ถึงฉินไห่หยางจะมีเรื่องให้คิดมากมาย แต่สุดท้ายเขาก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่งพอได้ยินต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดแบบนี้ก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
เขาตะโกนเรียกเฉินเฉินกับฉินไห่เยว่และยังชวนต้ายา รวมถึงเพื่อนสนิทที่สุดของพวกเขาต้าเถียหนิวไปด้วย
ชื่อจริงของต้าเถียหนิว[1]คือหวังไห่ซาน แต่เพราะนิสัยแข็งกระด้างมาตั้งแต่เด็กครอบครัวเลยตั้งชื่อเล่นนี้ให้เขา
ซึ่งบังเอิญไปซ้ำกับลูกชายบ้านหวังฮุ่ยเข้า
เฉินเฉินกับคนอื่นๆก็เลยเรียกเขาว่าต้าเถียหนิวไปเลย
ต่งเสี่ยวเสี่ยวพาเด็กๆไปที่แม่น้ำทางทิศตะวันตก
ส่วนหลี่ซิงชางกับหวังซิ่วฉินพึ่งกลับมาถึงบ้าน
หวังซิ่วฉินเดินไปเดินมาอย่างกระวนกระวายในบ้านพอได้ยินเรื่องโสมเข้าไป สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปทันที
ดวงตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น รีบตบมือ"ตอนนั้นแม่ไม่รู้จริงๆ แล้วเราจะไปขุดกันเมื่อไหร่ดี?"
"การขุดโสมต้องเตรียมตัวให้พร้อมได้ยินว่ารากโสมลึกมาก ต้องเอาเครื่องมือขุดมันเทศที่เราใช้บ่อยๆ ไปด้วย"
หลี่ซิงชางกวาดตามองไปรอบๆ"ฉวยโอกาสตอนเย็นที่ไม่มีใคร เราแอบไปรออยู่ที่เชิงเขาก่อนพอฟ้ามืดเราก็ค่อยขึ้นเขา"
"ดี" หวังซิ่วฉินเสียสามีไปตั้งแต่สาวต้องเลี้ยงลูกตามลำพัง ทำให้ความสัมพันธ์แม่ลูกค่อนข้างสนิทกัน
ตอนนี้เธอถือว่าลูกชายเป็นเสาหลักของบ้านลูกชายพูดอะไรก็ว่าตามนั้น
ลูกสะใภ้ของเธอยังคงให้อาหารไก่อยู่ข้างนอกไม่รู้เรื่องแผนการของสองแม่ลูกเลยสักนิด
...
ต่งเสี่ยวเสี่ยวพาเด็กๆ มาถึงริมแม่น้ำเธอยกก้อนหินขึ้นมา
"ว้าว มีปูตัวเล็กๆ ด้วย!"
เวลาน้ำลด เด็กๆในหมู่บ้านชอบทำแบบนี้กันมาก ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะเริ่มต้นได้ดีขนาดนี้ยกหินขึ้นมาแค่ก้อนเดียวก็เจอแล้ว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวใช้ที่คีบถ่านหนีบปูตัวเล็กๆใส่ลงไปในถัง ต้ายากับต้าเถียหนิวรู้สึกตื่นเต้นเลยลองไปยกหินบ้าง
ส่วนเฉินเฉินกับพวกอีกสามคนเจอปลาเล็กๆในแอ่งน้ำ
ระหว่างที่เดินไปตามริมแม่น้ำเรื่อยๆต่งเสี่ยวเสี่ยวคลำเจอะหอยขมมากมาย
พวกเขาจับปลา หอย และปูตัวเล็กๆ ได้เยอะมาก
สองชั่วโมงผ่านไป พระอาทิตย์เพิ่งจะตกดินเธอก็หิ้วถังที่เต็มไปด้วยปลาตัวเล็กๆ และปูกลับบ้านไป
พอถึงหน้าหมู่บ้านเธอก็จะแบ่งให้ต้ายากับต้าเถียหนิวด้วย แต่เด็กทั้งสองคนก็ส่ายหน้า"พรุ่งนี้เราค่อยไปกินที่บ้านป้าก็ได้ครับถึงจะเอากลับบ้านไปก็ไม่มีใครทำเป็น"
พ่อแม่ของต้าเถียหนิวออกไปทำงานข้างนอกในบ้านจึงเหลือแค่ปู่กับย่า
ปกติแล้วพวกเขาก็ไม่ค่อยได้ทำอาหารแบบนี้เท่าไหร่
ที่บ้านต้ายายิ่งซับซ้อนกว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวลองคิดๆ ดูแล้ว จึงตอบตกลง "งั้นพรุ่งนี้พวกเธอต้องมากินที่บ้านป้านะป้าจะเก็บไว้ให้"
ทั้งสองคนพยักหน้าแล้วโบกมือลาเฉินเฉินกับคนอื่นๆ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวพาเด็กๆ กลับไปบ้านเธอก็ป้อนข้าวให้ฉินซู่ก่อน จากนั้นเธอก็เอาปูกับปลาเล็กๆ มาล้างให้หมดเตรียมจะเอาลงไปทอด
ส่วนหอยขม เธอใส่ไว้จนเต็มอ่างแล้วเติมน้ำสะอาดลงไปให้มันคายโคลนออกสักสองวัน จากนั้นถึงจะนำไปผัดกินได้
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จเธอก็เข้าไปทอดปลาและปูต่อ
เด็กๆทั้งสามคนคอยอยู่เป็นเพื่อนคุยให้ฉินซู่ ทั้งบ้านจึงเต็มไปด้วยความอบอุ่น
ฟ้าเพิ่งจะมืดลงไปได้ไม่นานต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ทอดปลากับปูจนหมด แล้วคลุกเคล้าด้วยเครื่องปรุงสูตรพิเศษ
ที่เหลือเก็บไว้ให้ต้ายากับต้าเถียหนิวที่จะมากินข้าวด้วยในวันพรุ่งนี้
เธอทำซุปผักเพิ่มอีกหม้อ ต้มโจ๊กใหม่ร้อนๆหอมกรุ่น จากนั้นก็ตะโกนเรียกทุกคนมากินข้าว!
เพิ่งจะยกข้าวเข้าไปในบ้านเสียงฟ้าร้องก็ดังขึ้น เสียงดังเหมือนกับมีอะไรถล่มลงมา
สายฟ้าฟาดลงมาที่ภูเขาพายุฝนกระหน่ำพัดกระโชกเข้ามาอย่างรุนแรงในชั่วพริบตา
เชิงอรรถ
[1] เถียหนิว (铁牛)มักใช้ตั้งชื่อให้เด็กที่แข็งแรง บึกบึน หรือมีพละกำลังมาก