กู้เยว่ซินรีบเอ่ยอธิบายเพื่อไม่ให้พี่ชายเข้าใจในคำพูดของตนผิดไปแล้วรีบเผยจุดประสงค์ของตนเองในทันที
“ข้าไม่ได้เอ่ยถึงการลักลอบติดต่อในทางชู้สาว คุณหนูสวีเป็สตรีไม่อาจจะออกหน้าทำการค้าได้ นายท่านใหญ่สวีก็ไม่เชี่ยวชาญเื่การค้า หนทางทำการค้าของนางจึงมีเพียงอาศัยการลอบติดต่อกับท่านเพียงเท่านั้น ที่ข้าเอ่ยมานี่ข้าตั้งใจจะใช้ความสัมพันธ์ในการเป็คู่ค้าของท่านกับคุณหนูสวี ด้วยการขอให้นางช่วยออกหน้าขอร้องหมอหลวงหลี่ให้ช่วยมารักษาอาการของสามีของข้าให้หน่อย” เมื่อกู้เยว่ซินเอ่ยเช่นนี้กู้เยว่อันก็พลันนิ่งงันไปครู่หนึ่งแล้วเขาจึงได้เอ่ยออกมาเสียงเบา
"หมอลวงหลี่เป็คนของเสียนอ๋องเื่นี้ออกจะยากอยู่สักหน่อย” คำพูดนี้ของพี่ชายทำให้กู้เยว่ซินทอดถอนใจออกมาแล้วตัดสินใจเอ่ยออกมาตามตรง
“ข้าจะสุขหรือจะทุกข์ก็ล้วนขึ้นอยู่กับการช่วยเหลือของท่านแล้ว ส่วนเื่ท่านกับคุณหนูสวีขอบอกตามตรงว่าความสัมพันธ์นี้คงจะเป็แค่เพียงคู่ค้ากันเท่านั้น ส่วนเสียนอ๋องผู้นั้นถึงกับส่งหมอหลวงมารักษาสวีฮูหยินได้ย่อมมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับคุณหนูสวี ท่านตัดใจเสียเถิด” เมื่อกู้เยว่ซินเอ่ยเช่นนี้สีหน้าของพี่ชายของนางก็พลันแข็งค้างไป
“ที่ข้าพูดออกมานี่ไม่ใช่เพราะความเห็นแก่ตัวของตนเองนะเ้าคะ แต่ข้าพูดเพราะเป็ห่วงจิตใจของท่าน ยามนี้ท่านอาจจะคิดว่าตนเองยังไม่เคยคิดกับคุณหนูสวีจนถึงขั้นชู้สาว แต่จากสีหน้าของท่านในยามที่เอ่ยถึงนางคงจะลึกซึ้งจนเกินกว่าที่ท่านจะรู้ตัวเสียแล้ว ในเมื่อยังไม่รู้ตัวก็คงยังไม่ลึกซึ้งถึงขั้นสลักในดวงจิต รีบตัดใจเสียแต่เนิ่นๆ วันหน้าท่านจะได้ไม่ต้องเสียใจนะเ้าคะ” เมื่อน้องสาวเอ่ยเช่นนี้เขาก็นิ่งงันไปครู่หนึ่งแล้วสุดท้ายก็หัวเราะออกมาเบาๆ
“เพื่อให้ข้าช่วยเหลือสามีของเ้า เ้าถึงกับเอ่ยความคิดของตนเองออกมาอย่างที่ไม่เคยเอ่ยประโยคยาวๆ เช่นนี้กับข้ามาก่อน เอาเถิดเื่หมอหลวงหลี่ข้าจะพยายามช่วยติดต่อเขาให้เ้าก็แล้วกัน ส่วนจะติดต่อกับเสียนอ๋องโดยตรงหรือผ่านคุณหนูสวีขาขอดูสถานการณ์อีกสักระยะ หากสามารถพูดคุยได้ข้าจะรีบจัดการให้เอง เ้าไม่ต้องไปที่จวนสกุลสวีแล้ว” คำพูดนี้ของพี่ชายทำให้นางยิ้มออกมา
“ท่านจะเข้าใจหรือไม่ก็คงต้องแล้วแต่ท่านแล้ว จริงสิข้าเตรียมของขวัญสำหรับคุณหนูสวีเอาไว้แล้ว ชิงอีเ้าไปนำมาให้ข้าหน่อย” ประโยคหลังกู้เยว่ซินหันไปเอ่ยกับชิงอีที่ยืนห่างออกไปด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้น เมื่อชิงอีกเดินออกไปแล้วนางจึงได้หันไปเอ่ยกับพี่ชายต่อ
“พี่ใหญ่ข้ารู้มาว่า่นี้กองเรือสกุลฉินมีความระส่ำระสายทางการเงิน มักจะนำสินค้าของคู่ค้าไปขายเองแล้วบอกว่าถูกปล้นหรือไม่ก็เกิดเหตุการณ์เรือล้ม เพราะฉะนั้น่นี้ท่านอย่าได้ใช้บริการกองเรือของสกุลฉินอย่างเด็ดขาด ทางสกุลไหวมีความรับผิดชอบและซื่อตรงท่านใช้บริการขนส่งสินค้าของกองเรือสกุลไหวน่าจะดีกว่า” กู้เยว่ซินเอ่ยเตือนพี่ชายในทันที
ในนิยายเขียนว่าการลงทุนนำสินค้าไปขายยังดินแดนทางตอนใต้ครั้งแรกของกู้เยว่อันและหวีเหม่ยอิงเกิดความเสียหายจากการขนส่งสินค้า หลังจากที่กู้เยว่อันได้เงินทุนจากการแต่งงานของน้องสาวเขากับสวีเหม่ยอิงก็ลงขันกันซื้อสินค้าจำพวกเครื่องอุปโภคและบริโภคส่งไปขายยังหน้าร้านของสกุลสวีในดินแดนทางใต้ แต่กลับเกิดเื่กับสินค้าจนทำให้สินค้าได้รับความเสียหายและไม่ได้เงินคืน
หลายปีผ่านไปเพราะการช่วยเหลือของเสียนอ๋องทำให้สามารถทวงคืนเงินจากสกุลฉินได้สำเร็จ แต่กว่าจะได้เงินคืนเวลาก็ผ่านไปหลายปีแล้วการขาดทุนในครั้งแรกของกู้เยว่อันทำให้เขาแทบจะหมดกำลังใจ เคราะห์ดีที่ยังพอเหลือเงินอยู่บ้างเขาจึงกัดฟันขายทรัพย์สินภายในจวนทั้งหมดเพื่อทุ่มเทเงินลงทุนอีกครั้งแล้วครั้งหลังเขาเลือกใช้กองเรือของสกุลไหว จึงทำให้การค้าของเขาและสวีเหม่ยอิงสามารถทำกำไรได้เป็กอบเป็กำ
“เื่นี้เ้าไปได้ยินมาจากไหน ข้ากำลังจะส่งสินค้าลงใต้กับสกุลฉินอยู่พอดี เยว่ซินนี่เ้าคงจะไปรู้อะไรมาจากแม่สามีที่เป็คนสกุลฉินสินะ” คำพูดนี้ของกู้เยว่อันเป็การหาคำตอบให้นางได้พอดี นางจะบอกได้อย่างไรกันเล่าว่านางรู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นจากการอ่านนิยาย
“ข้าพอจะได้ยินมาบ้างจากท่านแม่สามีนั่นแหละเ้าค่ะ แต่แน่นอนว่าท่านจะนำเื่ที่ข้าแอบฟังจากแม่สามีมาไปบอกกับผู้อื่นไม่ได้ เดิมทีนางก็ไม่ชอบข้าอยู่แล้วหากนางรู้เข้าว่าข้าแอบฟังเื่ในสกุลของนาง นางจะต้องยิ่งรังเกียจข้าเป็แน่” กู้เยว่ซินเอ่ยกระซิบกับพี่ชายเสียงเบาด้วยเกรงว่าชิงอีจะเข้ามาได้ยินเข้าแล้วจะรู้ว่านางกำลังโกหกพี่ชาย
“เ้าวางใจเถิดข้าไม่บอกใคร เพียงแต่หากเกิดเื่ที่เ้าเอ่ยมาจริงข้าคงจะต้องรีบเปลี่ยนกองเรือในการขนส่งและดูแลสินค้าเสียแล้ว การลงทุนในคราวนี้ข้าทุ่มเงินไปไม่น้อยจะล้มเหลวไม่ได้อย่างเด็ดขาด” เมื่อพี่ชายพูดเช่นนี้กู้เยว่ซินก็พยักหน้า แต่ก็ยังเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยกับที่ในนิยายเขียนเอาไว้อยู่ดีนางจึงได้เอ่ยกำชับพี่ชายอีกครั้ง
“หาคนที่พอจะไว้ใจได้เพิ่มอีกสักหน่อยคอยดูแลสินค้าเพื่อให้ส่งไปยังหน้าร้านของสกุลสวีได้อย่างปลอดภัยก็น่าจะดีนะเ้าคะ หากพี่ใหญ่ทำการค้าได้สำเร็จข้าเองก็คิดจะลงทุนกับท่านในคราวหน้าด้วยเช่นกัน” คำพูดของกู้เยว่ซินทำให้พี่ชายของนางพลันขมวดคิ้วนางจึงได้หัวเราะออกมาเบาๆ
“คุณหนูสวียังลอบใช้ชื่อของบิดาทำการค้า ส่วนข้าคงจะสามารถอาศัยชื่อของท่านทำการค้าได้เช่นกันกระมัง สตรีในเรือนหลังเช่นข้าหากมีเงินมีทองมากสักหน่อยก็ย่อมเป็เื่ดี วันหน้าไม่รู้ว่าสามีของข้าจะเป็เช่นไร” คำพูดของกู้เยว่ซินทำให้พี่ชายของนางรีบพยักหน้าในทันที
“ได้หากครั้งนี้การลงทุนของข้าได้ผลกำไร ในครั้งหน้าเ้าก็นำสินเดิมของตนเองมาลงทุนทำการค้ากับข้าเถิด เ้าวางใจข้าจะระมัดระวังดูแลเงินของเ้ายิ่งกว่าเงินของตนเองเสียอีก” เมื่อพี่ชายเอ่ยเช่นนี้กู้เยว่ซินก็หัวเราะออกมาเบาๆ
“ได้! เช่นนั้นก็ตกลงกันตามนี้ ต่อไปข้าจะลงทุนทำการค้ากับท่าน ส่วนท่านก็ตั้งใจหาผลกำไรให้ข้าเล่า พี่ใหญ่แม้ว่าข้าจะอยู่แต่ในเรือนหลังแต่หูตาของข้าอาจจะกว้างไกลกว่าท่านก็ได้นะเ้าคะ ไม่แน่ว่าวันหน้าข้าอาจจะช่วยทำให้ท่านได้ผลกำไรมากกว่าที่ควรจะเป็ก็ได้” เมื่อกู้เยว่ซินเอ่ยเช่นนี้กู้เยว่อันก็พยักหน้า
“ได้! วันหน้าหากได้ยินข่าวใดที่เป็ประโยชน์ต่อการค้าก็ให้รีบมาบอกข้า ส่วนข้าจะพยายามหาผลกำไรให้พวกเราทั้งสองคู่เอง” เมื่อพี่ชายเอ่ยเช่นนี้กู้เยว่ซินก็พลันรู้สึกยินดี พลางพยายามครุ่นคิดว่าการค้าใดของสวีเหม่ยอิงและพี่ชายของนางที่ลงทุนด้วยกันแล้วทำผลกำไรได้บ้าง ขอแค่เพียงนางเลือกลงทุนแต่การค้าที่ประสบผลสำเร็จเช่นนี้นางก็สามารถเกาะขานางเอกของเื่ร่ำรวยได้แล้ว