อู๋ชุ่ยฮวาเองก็รีบขอความเมตตาอย่างรวดเร็ว “ท่านแม่ ข้าจะคอยดูเขาเอง ข้าจะมัดมือเขาไว้ หากเขากล้าทำผิดอีก ข้าจะตีเขา ท่านแม่ ตระกูลอู๋ของพวกเราเหลือเขาเพียงคนเดียวแล้ว ท่านแม่อย่าทิ้งเขาเลย!”
พูดจบ นางไม่กล้าดึงตัวหลี่เหลาเอ้อร์เพื่อขอความเมตตา จึงหันไปดึงรั้งลูกชายทั้งสองแทน
เจียเหรินและเจียอี้ไม่สบายใจที่เห็นท่านย่าเป็เช่นนี้ แต่ก็รังเกียจท่านน้าอย่างยิ่ง เมื่อถูกบีบให้อยู่ตรงกลางจึงรู้สึกกระอักกระอ่วน ได้แต่ก้มหน้าลงต่ำ ใบหน้าแดงก่ำ
แม่เฒ่าหลี่ย่อมทำใจทิ้งหลานชายไม่ได้เช่นกัน จึงทำได้เพียงอุ้มเจียอินแล้วหันหลังเดินจากไป
ทุกคนรีบแบกสัมภาระและติดตามไปอย่างกระชั้นชิด
อู๋ชุ่ยฮวาฉลาดขึ้นมาได้ชั่วคราว นางดึงตัวน้องชายแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามไปข้างหลัง
เมื่ออู๋เอ้อร์โก่วก่อเื่วุ่นวายเช่นนี้ คนตระกูลหลี่ก็ไม่กล้ารั้งอยู่ที่นี่ต่อ เพราะเกรงว่าจะนำพาเื่เดือดร้อนมาให้อีก
แม่เฒ่าหลี่เรียกหลี่เหลาเอ้อร์และหลี่เหลาซื่อให้ไปสอบถามหาขบวนสินค้าที่มุ่งหน้าไปยังอำเภอจวิ้นหยาง
หลี่เหลาเอ้อร์เป็คนพูดจาคล่องแคล่ว ส่วนหลี่เหลาซื่อมีพละกำลังมหาศาลไว้ป้องกันตัว
สองพี่น้องเข้าไปในโรงน้ำชา จากนั้นจึงไปยังลานกว้างแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยรถม้าและม้า ก่อนจะวิ่งกลับมาด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข
“ท่านแม่ เจอแล้ว มีสำนักคุ้มภัยแห่งหนึ่งมาจากอำเภอจวิ้นหยาง พวกเราตกลงกันที่สิบตำลึงเงิน เพื่อให้พวกเขาพาครอบครัวเราเดินทางไปด้วย คืนนี้สามารถพักรวมกับพวกเขาในห้องโถงใหญ่ได้ และจะออกเดินทางพรุ่งนี้เช้า แต่เื่อาหารและน้ำระหว่างทางพวกเราต้องเตรียมเอง!”
“จริงหรือ? ช่างราบรื่นเหลือเกิน แต่จะไม่กังวลเื่ความไม่สงบระหว่างทางหรือ!”
แม่เฒ่าหลี่ดีใจจนหอมแก้มหลานสาวที่หลับปุ๋ยอยู่หลายฟอด พร้อมกับยิ้มกล่าวว่า “บ้านเรามีฝูหนิ่วแล้ว ทุกอย่างช่างราบรื่นไปเสียหมดจริง ๆ !”
อู๋ชุ่ยฮวาที่หลบอยู่ข้างหลังทุกคนแอบเบะปาก
เด็กตัวกะเปี๊ยก พูดจายังไม่เป็ความเลย
พอมีเื่ดี ๆ อะไรเข้าหน่อย ก็ต้องยกความดีความชอบให้เด็กคนนี้หมด ไม่กลัวอายุสั้นบ้างหรือ!
ทว่าคนตระกูลหลี่ไม่ได้สนใจเสียงพึมพำของนาง พวกเขารีบจัดแจงข้าวของแล้วเข้าไปในลานกว้าง
แม่เฒ่าหลี่รู้จักผูกมิตร นางแบ่งขนมที่ฮูหยินซุนให้มาหนึ่งกล่อง แล้วให้หลี่เหลาเอ้อร์นำไปมอบให้หัวหน้าสำนักคุ้มภัย
หัวหน้าสำนักคุ้มภัยเป็ชายวัยกลางคน ร่างกายกำยำ น้ำเสียงทุ้มกังวาน
เป็ไปตามคาด เมื่อรับกล่องขนมมาก็สุภาพขึ้นมาก เขาก้าวเข้ามาพูดคุยสัพเพเหระกับครอบครัวของพวกเขา
“พวกท่านเรียกข้าว่าพี่หลิวได้เลย สำนักคุ้มภัยของพวกเราตั้งอยู่ในตัวอำเภอ ดังนั้นการที่พวกเราได้ร่วมทางกันไปจนสุดทางก็นับว่าเป็วาสนา”
“พี่ชาย เช่นนั้นก็ดีเหลือเกิน หลายวันหลังจากนี้คงต้องรบกวนพวกท่านแล้ว”
แม่เฒ่าหลี่กล่าวอย่างเกรงใจ พร้อมกับยิ้มและชี้ไปยังลูกหลาน
“พวกเราเป็เพียงชาวบ้านธรรมดา เดินทางมาพึ่งพิงญาติ ลูกชายบ้านข้าขยันขันแข็ง ลูกสะใภ้ก็ทำอาหารเป็ ระหว่างทางหากมีงานอะไร พี่ชายเรียกใช้ได้เลยนะ”
หัวหน้าหลิวฟังแล้วก็รู้สึกยินดี การร่วมเดินทางสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือคนที่ไม่เชื่อฟัง เพราะทุกคนคือกลุ่มเดียวกัน หากจุดใดมีปัญหาจะทำให้การเดินทางล่าช้าไปหมด
“ตกลงพี่สาว ถ้ามีงานอะไร ข้าจะไม่เกรงใจเลย”
สายตาของเขาแหลมคม เมื่อเห็นว่าคนตระกูลหลี่แต่งกายสะอาดสะอ้าน สีหน้าสงบราบเรียบ ดูไม่เหมือนคนชั่วร้าย จึงยิ่งวางใจมากขึ้น
แม่เฒ่าหลี่มีตั๋วเงินที่ฮูหยินซุนให้มา และก่อนจะอพยพหนีภัยที่บ้านก็พอมีทุนอยู่บ้าง
แต่เมื่อถึงอำเภอจวิ้นหยางยังต้องเริ่มสร้างตัวใหม่ จึงไม่ควรใช้จ่ายฟุ่มเฟือยที่นี่
ดังนั้น ทั้งครอบครัวจึงซื้อเพียงหมั่นโถวขนาดสองเหลียงสามสิบลูก ผักกาดขาวและหัวไชเท้าไม่กี่ต้น พร้อมกับซื้อข้าวฟ่างและข้าวเ้ามาเสริม
แต่กลับซื้อไข่ไก่ยี่สิบฟองให้เถาหงอิงนำมาต้มกินระหว่างทางเพื่อบำรุงร่างกาย หากมีน้ำนมมากขึ้นก็จะดียิ่งขึ้น
เพราะตอนนี้ไม่มีแพะนมแล้ว อาหารของเจียอินจึงต้องพึ่งพามารดาเพียงอย่างเดียว
ในตอนกลางคืน เจียอินถูกเถาหงอิงกอดนอนบนที่นอนรวม
มีเพียงผ้าหยาบกั้นไว้เป็ม่าน อีกด้านหนึ่งคือเหล่าผู้คุ้มกันและหลี่เหลาเอ้อร์ที่พาลูก ๆ อย่างเจียเหรินมาด้วย
เจียอินนอนมากเกินไปในตอนกลางวัน เมื่อได้ยินเสียงกรนดังสนั่นหวั่นไหวจึงยิ่งนอนไม่หลับ
นางได้แต่ดูดนิ้ว และปล่อยให้จิติญญาล่องลอยอยู่ในมิติวิเศษ ให้อาหารไก่ ให้อาหารหมู ให้อาหารแพะ...
ลูกแพะตัวน้อยยังไม่รู้ว่าแม่ของมันถูกส่งตัวให้คนอื่นไปแล้ว จึงได้แต่ร้องแบะ ๆ ไปทั่ว โชคดีที่ตอนนี้มันเริ่มกินหญ้าได้แล้ว
ผักกาดขาวเพียงต้นเดียว ก็ทำให้มันส่ายหางสั้น ๆ ได้อย่างร่าเริงยิ่งนัก
ชาติก่อน เจียอินเป็สาวติดบ้าน เมื่อหลุดพ้นจากเมืองใหญ่และกลับไปยังบ้านเกิด นางก็มีความคิดที่จะปลีกวิเวกจากโลกภายนอก
เพราะฉะนั้นของใช้ทั้งในบ้านและนอกบ้านจึงถูกจัดเตรียมไว้อย่างครบถ้วนและมากมาย
หากไม่มีเื่สำคัญ นางแทบไม่อยากออกจากบ้านเลยแม้แต่ครั้งเดียวในหนึ่งเดือน
เมื่อมองดูตอนนี้ ทำให้นางรู้สึกโชคดีเป็อย่างยิ่ง
ไม่ต้องพูดถึงเื่อื่น แค่ข้าวเ้าที่บรรจุในถุงสุญญากาศก็มีเก็บไว้ถึงสามร้อยชั่ง แป้งสาลีขาวก็มีห้าหกกระสอบ ข้าวฟ่าง ข้าวโพดบด และธัญพืชอื่น ๆ ก็มีไม่น้อย
ตู้แช่แข็งมีสองตู้ ตู้หนึ่งเต็มไปด้วยเนื้อและอาหารทะเล ทั้งเนื้อวัว เนื้อแพะ เนื้อหมู ซี่โครง กระดูกขาใหญ่ ปลาดาบ กุ้งตัวโต มีครบทุกอย่าง
อีกตู้หนึ่งบรรจุอาหารแป้งแช่แข็ง อาหารทอดกึ่งสำเร็จรูปต่าง ๆ รวมถึงไอศกรีมและอื่น ๆ
นี่ยังไม่นับผักนานาชนิดในสวนหลังบ้าน รวมถึงหมู แพะ ไก่ และเป็ดที่เลี้ยงไว้
แม้แต่ในสระน้ำตรงมุมลานบ้านยังมีปลาเป็ ๆ อีกหลายสิบตัว ทั้งปลาหลีฮื้อ ปลาหญ้า และปลาเกล็ดสามชั้น
อย่างไรก็ตาม ของเหล่านี้ฟังดูเหมือนเยอะ แต่หากต้องช่วยเหลือคนตระกูลหลี่ เกรงว่าอาจจะยังไม่เพียงพอ
เนื่องจากมีกันถึงสิบกว่าคน โดยเฉพาะพวกพี่ชายที่แต่ละคนเป็จอมเขมือบ วัยกำลังโต กินจนบิดามารดาแทบสิ้นเนื้อประดาตัว...
ทว่า มีก็ยังดีกว่าไม่มี หลังจากหาที่ปักหลักได้แล้ว ค่อยวางแผนว่าจะช่วยให้ครอบครัวร่ำรวยได้อย่างไร อย่างน้อยก็ต้องมีกินมีใช้ไม่ขัดสน
เจียอินไม่อยากให้ชีวิตวัยเด็กที่ได้รับโอกาสให้เกิดใหม่ครั้งนี้ ต้องผ่านพ้นไปท่ามกลางความหนาวและความหิวโหย...
หัวสมองเล็ก ๆ ของนางต้องแบกรับความกดดันที่ไม่ควรมีในวัยนี้ ในที่สุดนางก็หลับไป...
เช้าวันรุ่งขึ้น ขบวนคุ้มภัยออกเดินทางท่ามกลางแสงอรุณ
เจียอินยังคงถูกแม่เฒ่าหลี่อุ้มไว้ในอ้อมกอด นั่งอยู่บนที่นั่งคนขับของรถม้า
แม่เฒ่าหลี่กลัวนางจะถูกลมเช้าพัดใส่ จึงค่อย ๆ ดึงเสื้อผ้ามาบดบังให้
เหล่าผู้คุ้มกันต่างสงสัยว่า เหตุใดตระกูลหลี่จึงให้หลานชายเดินอยู่ข้างล่าง แต่กลับทะนุถนอมหลานสาวเพียงคนเดียวเช่นนี้
ทว่าลูกชายตระกูลหลี่กลับไม่มีท่าทีไม่พอใจเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม บางครั้งก็เด็ดดอกไม้ป่ามาหยอกล้อกับน้องสาว บางครั้งก็ถามท่านย่าว่าหิวน้ำหรือไม่
หัวหน้าหลิวเป็คนนิสัยโผงผาง เมื่อเห็นว่าหลี่เหลาซื่อมีพละกำลังมาก ซื่อสัตย์และมั่นคง เขาก็ชอบมาก จึงพาเขามาอยู่ใกล้ ๆ เพื่อพูดคุย
หัวหน้าหลิวเป็นักยิงธนูที่เก่งกาจ เมื่อพบว่าหลี่เหลาซื่อก็มีธนูยาวเช่นกัน จึงยิ่งอยากพูดคุยด้วยมากขึ้น
ไม่นานเขาก็เรียกหลี่เหลาซื่อว่าพี่น้อง และนัดแนะกันว่าจะลองประลองฝีมือกันดู
เดินทางเช่นนี้จนถึงยามโพล้เพล้ ขบวนคุ้มภัยจึงหยุดพักเพื่อตั้งค่าย
หลี่เหลาซื่อและหัวหน้าหลิวเข้าไปในป่า และกลับออกมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับไก่ป่าสองตัวและกระต่ายป่าหนึ่งตัว
“น้องชาย ฝีมือการยิงธนูของเ้านี่มันยอดเยี่ยมจริง ๆ ยิงแม่นราวกับจับวาง แถมยังมีแรงเยอะขนาดนี้! เ้าสนใจมาทำงานกับพวกเราไหม เดินทางข้างนอกสักไม่กี่ปี พอพี่ชายคนนี้เกษียณ เ้าจะได้เป็หัวหน้าสำนักคุ้มภัยได้อย่างแน่นอน”
หัวหน้าหลิวชอบหลี่เหลาซื่อมาก เอ่ยชมไม่ขาดปาก และชื่นชมในความสามารถจากใจจริง
หลี่เหลาซื่อเองก็หวั่นไหว แต่เนื่องจากครอบครัวยังไม่ได้ตั้งหลักแหล่ง จึงไม่สะดวกที่จะตอบตกลง จึงกล่าวว่า “หัวหน้าสำนักคุ้มภัยชมเกินไปแล้ว พวกเรากำลังจะไปพึ่งพิงญาติที่อำเภอจวิ้นหยาง หลังจากตั้งตัวได้แล้ว หากที่บ้านไม่มีอะไรทำ ข้าอาจจะไปขอข้าวหัวหน้าสำนักคุ้มภัยกินจริง ๆ ก็ได้”
หัวหน้าหลิวไม่ได้บังคับ เขาเรียกคนมาช่วยกันย่างกระต่ายและไก่ป่า
เถาหงอิงแบกลูกสาวไว้บนหลังเพื่อทำอาหารตามปกติ
เจียอินแอบใส่เครื่องปรุงลงในหม้อข้าวฟ่าง ทำให้คนตระกูลหลี่อิ่มหนำสำราญอีกครั้ง
ความจริงแล้ว ข้าวฟ่างในมิติวิเศษเริ่มเหลือน้อยลง นางอยากใส่ข้าวขาวมากกว่า แต่เนื่องจากมีขบวนคุ้มภัยอยู่ข้าง ๆ จึงควรระมัดระวังไว้จะดีกว่า
หลี่เหลาซื่อซื้อกลองเล็กให้ลูกสาวที่ท่าเรือเมื่อวาน ตอนนี้เขากำลังหยอกล้อลูกสาว ยิ้มจนเห็นฟันขาวสะอาดตา ไม่เหลือเค้าความดุดันและเ็าตอนยิงธนูสังหารสัตว์ป่าในป่าเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย...