“ หนึ่งหลวงจีนสามเซียน ผู้ใดมีโอกาสพบเจอ นับว่าเป็วาสนา แต่… ”
อู๋ซ๋าจ่ายหยุดและแกล้งมองออกไปข้างนอกร้านสักพักเมื่อเห็นผู้อื่นรอจนกระวนกระวายใจถึงกล่าวต่อไปว่า
“ สองมารคือ มารเก้าบินแลมารคลุ้มคลั่ง สองมารนี้หากพวกเ้าพบเจอนับว่าั้แ่เกิดมาพวกเ้าสั่งสมบุญบารมีมาเท่าใด ชาตินี้ก็ให้ยุติเพียงเท่านี้ส่วนอสูรหมื่นยิ้มนั้นเห็นขอทานยังปล้นขอทาน เห็นหลวงจีนยังขอบิณฑบาตเห็นภูติผียังขอส่วนบุญจากภูติผี ”
ชายชุดดำที่อยู่อีกโต๊ะถึงกับสงสัยในคำพูดของเขาเกี่ยวอันใดกับสั่งสมบุญบารมีอดเกาหัวมิได้ แต่ก็ไม่กล้าถามออกไป
อู๋ซ๋าจ่ายยังกล่าวต่อไป
“ พวกเ้าฟังข้าให้ดีมารเก้าบินปกติน้อยครั้งที่มันจะปรากฏตัวในยุทธภพแดนฟ้าเมฆฆินทร์ฉายาเก้าบินของมันมาจาก 2 หู2 แขน 2 ขา 2 ตา 1 ศีรษะล้วนบินออกจากร่างรวมเป็เก้าบินพอดิบพอดีไม่ขาดไม่เกิน ส่วน.."
อู๋ซ๋าจ่ายหยุดชั่วขณะเขาเหลียวดูปากที่เริ่มเปิดค้างของหนิงตง
‘หึเป็เช่นไรเล่ากบตัวนี้เริ่มอ้าปากนับถือข้าแล้ว’เขานึกในใจ รีบขู่ขวัญพวกมันต่อไป
" ดาบที่มันพกติดตัวตลอดเวลานั้นคมกล้ายิ่ง เรียก..ดาบตัดฟ้าฟังว่าผู้ใดโชคร้ายไปตอแยมันสถานะเบาถูกเฉือนใบหูทั้งสองข้างทิ้งสถานหนักศีรษะบินออกจากร่าง แต่ยังมีหนักกว่านั้นอีกคือ… ”
อู๋ซ่าจ่ายมองดูคนทั้งแปดที่ล้อมเขาอยู่บ้างเริ่มจับหู บ้างเริ่มจับแขน บ้างเริ่มจับขาของตนเองอู๋ซ๋าจ่ายพอใจยิ่งที่สามารถขู่ขวัญกบสามตัวกับพวกขวัญอ่อนในร้านนี้สักพักพอบิดากล่าวจบจะได้เวลาขายเครื่องรางให้ลูกกบพวกนี้แล้ว
หนิวตงพอฟังนึกสงสัยขึ้นมาทันทีมีอะไรที่หนักกว่าศีรษะบินออกจากร่างอีกอดถามมิได้
“ หนักกว่านั้นคืออะไร..?”
อู๋ซ๋าจ่ายขยับตัวเข้าไปใกล้กลางวงส่งเสียงดังออกมา
“ เฉือนใบหูหั่นแขนและขาคว้านั์ตาทั้งสองข้างเหลือศีรษะไว้ให้พวกเ้าหายใจเล่น ”
" เพล้งงง!!"
เหอฟานปัดถ้วยชาตกลงพื้นจนแตกกระจายเขาสยิวกายอดคิดถึงร่างกายที่คนผู้หนึ่งไม่มีใบหูแขนขาและั์ตาเหลือเพียงศีรษะมิได้
“ ฮ่าฮ่าฮ่า!!..เพียงพวกเ้าได้ยินชื่อมารเก้าบินยังถอดสีหน้าถึงเพียงนี้..ฮ่าฮ่าฮ่า!! "
อู๋ซ๋าจ่ายหัวเราะแทบฟันหักออกมาเขาหยุดหัวเราะแล้วเอ่ยถามกบสามตัวว่า
" พวกเ้ายังอยากฟังมารคลุ้มคลั่งต่อหรือไม่”
หนิวตงคล้ายถูกอู๋ซ๋าจ่ายกระตุ้นดูถูกจนหน้าแดงแก้มป่องคำนึงขึ้น'ผู้ใดจะขวัญอ่อนอย่างที่เ้าคิดกัน'จึงตอบโต้กลับไปว่า
“ มารคลุ้มคลั่งนับเป็ตัวอะไร?”
อู๋ซ๋าจ่ายใช้หางตาเหลือบมองเ้ากบเสื้อเทาตัวนี้ที่ทำท่าทีเบ่งกล้ามท้องเบ่งกล้ามแขนขึ้นมาปากกล่าวกับเถ้าแก่เมิ่งว่า
“ ก่อนที่ข้าจะเล่าถึงมารคลุ้มคลั่งรบกวนเถ้าแก่เมิ่งช่วยเก็บถ้วยชามที่แตก และที่อยู่บนโต๊ะพวกนี้ออกให้ด้วยสักประเดี๋ยวพอข้าเล่าเื่มารคลุ้มคลั่งจบกลัวถ้วยชามร้านท่านจะตกแตกหมดสิ้น..ฮ่าฮ่า!!”
เสียงหัวเราะของอู๋ซ๋าจ่ายดังยิ่งจนคนในร้านหน้าตาบิดเบี้ยวขึ้น
เมื่อเสียงหัวเราะของอู๋ซ๋าจ่ายเงียบลงเขาหรี่ตามองชายที่ชื่อเหอฟานที่เพิ่งปัดถ้วยชาแตก
“ มารคลุ้มคลั่งนี้แม้มีคำว่า'คลุ้มคลั่ง' ในฉายาแต่บรรดาหนึ่งหลวงจีนสองมาร สามเซียน สี่อสูรนับมันมีฝีมือสูงล้ำร้ายกาจที่สุดที่พึ่งปรากฏกายขึ้นมาเมื่อ10 ปีมานี้”
“ ไฉนคนคลุ้มคลั่งผู้หนึ่งกลับมีฝีมือสูงส่งปานนั้นได้ อู๋ซ๋าจ่าย..ใช่เ้าฟังผิดมาหรือไม่? ”
หนิวตงทำสีหน้าไม่เชื่อถือเท่าใดนักเขาคิดว่าอู๋ซ๋าจ่ายผู้นี้กล่าวเหลวไหลหรือไม่
อู๋ซ๋าจ่ายเหลือบมองหนิวตงที่เอ่ยขัดเขาขึ้นมาแต่เขาหาสนใจคำพูดของมันไม่ยังคงเล่าต่อไป
“ เล่าลือกันว่ามารคลุ้มคลั่งเป็ยอดฝีมือฝ่ายธรรมะผู้หนึ่งกลับถูกพิษย้อน์ของนิกายพิษอสูรจนสติฟั่นเฟือนคลุ้มคลั่งที่พิสดารสุดคือมารคลุ้มคลั่งผู้นี้ยามเดินเหินไม่เดินเหมือนคนปกติทั่วไปกลับหันหลังเดินพวกเ้าว่าพิษย้อน์ของนิกายพิษอสูรร้ายกาจเพียงใด”
ฉับพลันอู๋ซ๋าจ่ายพบว่าเหอฟานเขม่นมองมาที่เขาดวงโตมันพองโตจนอู๋ซ๋าจ่ายอดขำในความขลาดเขลาของมันมิได้
“ พวกเ้าพร้อมจะฟังความพิสดารโหดร้ายของมารคลุ้มคลั่งแล้วหรือไม่?”
เมื่ออู๋ซ๋าจ่ายกล่าวเช่นนี้คนที่เหลือกลับยิ่งกระพริบตาเขม่นมองมาที่เขา อู๋ซ๋าจ่ายคิดในใจ
'พวกเ้ากลับตาขาวกันปานนี้'
“ มารเก้าบินสังหารผู้คนอวัยวะบินออกจากร่างผู้อื่นสังหารผู้คนอย่างไรยังมีซากศพให้กลบฝังแต่มารคลุ้มคลั่งกลับ..”
อู๋ซ๋าจ่ายเสียงหยุดชะงักไปเพราะเขาสังเกตพบว่าทุกคนต่างเขม่นมองมาที่เขาแต่กลับคล้ายมองผ่านเขาออกไป
เถ้าแก่เมิ่งส่งเสียงถามปานคนไม่มีเรี่ยวแรงอดข้าวอดน้ำมาสามวันว่า
“เ้า..เ้าว่ามาร คลุ้ม คลั่ง มัน..มัน เดิน เช่น ไร นะ? ”
เถ้าแก่เมิ่งกล่าวเสร็จชี้นิ้วออกไปทางนอกร้าน
เนื่องจากอู๋ซ๋าจ่ายนั่งหันหน้าเข้าภายในร้านส่วนคนอื่นล้วนหันหน้าออกไปภายนอกทำให้อู๋ซ๋าจ่ายไม่เห็นสภาพภายนอกร้าน
อู๋ซ๋าจ่ายพอฟังคิดไม่ถึงว่าเถ้าแก่เมิ่งกลับกล้าเล่นลูกไม้นี้กับเขาจึงจุ๊ปากก่อนส่งเสียงขึ้นมาว่า
" จุ๊ๆลูกไม้นี้ กลับกล้ามาใช้กับข้าอู๋ซ๋าจ่าย พวกเ้าใช่อ่อนหัดไปรึไม่ "
ถึงจะพูดเช่นนั้นแต่เขายังอดหันตัวออกไปมองภายนอกร้านมิได้
ที่ห่างร้านไปประมาณ200 ก้าวปรากฏเงาดำเคลื่อนไหว เนื่องจากระยะที่ไกลและมีเงาต้นและกิ่งไผ่ตกบังร่างคนผู้นี้ไว้ทำให้มองเห็นใบหน้าคนผู้นี้ได้ไม่ชัด
กล่าวไปประหลาดยิ่งเห็นว่าคนผู้ห่างไกลไปเกือบ200 ก้าวแต่กลับขยับเข้ามาใกล้ไวยิ่งเหลือ 150 ก้าว เหลือ 100ก้าวคนผู้นี้เคลื่อนที่เร็วยิ่งจนแทบจะเรียกว่าเหินลอยมา
ที่ประหลาดกว่านั้นคือคนผู้นี้คล้ายไม่อาจมองเห็นใบหน้าของเขาอู๋ซ๋าจ่ายและพวกที่อยู่ในร้านกลับรู้สึกเริ่มเสียวสันหลังขึ้นมาวูบหนึ่งจนคนผู้นั้นใกล้เข้ามาถึงในระยะ 50 ก้าว
คนทั้งหมดที่อยู่ในร้านยิ่งกว่าเจอภูตผีตอนกลางวันชายผู้นี้มิใช่ไม่มีใบหน้าแต่เป็เพราะใบหน้าของเขาอยู่ทางด้านหลังคนประหลาดผู้นี้กลับเดินถอยหลัง!?
ด้วยความไวปานเหาะเหินลอยความจริงต้องลอยผ่านร้านนี้ไปแต่แทนที่คนผู้นี้จะผ่านไปกลับหยุดอยู่ที่หน้าร้านของเถ้าแก่เมิ่งพอดิบพอดี
เถ้าแก่เมิ่งยามปกติเรียกลูกค้าเข้าร้านดั่งโจรที่ดักจี้ผู้คนโดยการโค้งหัว ก่อนจะจิ้มแทงด้วยวาจาสอพลอแต่ยามนี้เขาตัวสั่นงันงกกลับทรุดฮวบลงไปที่พื้น ในความคิดของเถ้าแก่เมิ่งผู้ที่เพิ่งมาถึงคือมารคลุ้มคลั่งผู้นั้นแล้วในแดนฟ้าเมฆินทร์ยังจะมีผู้ใดว่างเดินหันหลังเล่นเช่นมัน
มารคลุ้มคลั่งกลับเป็ชายร่างสูงใหญ่ผมเผ้ายุ่งเหยิงดูมอซอตามเนื้อตัวเปราะเปื้อนร่างกายผ่ายผอมยิ่งปานผีอดอยากที่เพิ่งโผล่ขึ้นมาจากหลุมก็ไม่ปาน
ตอนนี้ทุกคนยกเว้นอู๋ซ๋าจ่ายที่กลัวจนตัวแข็งทื่อที่เหลือล้วนกลับเกิดอาการเข่าอ่อน ต่างทรุดฮวบลงนั่งกับพื้นเป็เพื่อนเถ้าแก่เมิ่งปานกลัวเถ้าแก่เมิ่งกองที่พื้นโดดเดี่ยวเดียวดายเกินไป
อู๋ซ๋าจ่ายแม้เริ่มมีเหงื่อกาฬไหลออกมาแต่เขานับว่าสภาพยังดีกว่าผู้อื่นยังเหลือสติสตางค์อยู่บ้างเขารวบรวมเรี่ยวแรงกัดฟันผุดลุกขึ้นประสานอุ้งมือทั้งสองข้างขึ้น กล่าวว่า
“ คะคารวะผู้าุโท่านนี้!!..อะ..อ่า..”
เขากล่าวคำได้เท่านี้กลับนึกคำกล่าวต่อไปไม่ออก สักพักถึงกล่าวต่อไปได้
“ ผู้าุโทะท่านนี้ขะข้าน้อยอุ อุ อุ..?? ”
น่าตายนักอู๋ซ๋าจ่ายกลัวจนลืมชื่อตนเองไปเขารีบเคาะหัวตนเองโดยแรง ก่อนเค้นเสียงออกมา
“ ผู้าุโทะท่านนี้ข้าน้อย อุ..อู๋ซ๋าจ่าย นับถือมานาน”
“ห๊ะ!!เด็กน้อยเ้ากล้ารู้จักข้า”มารคลุ้มคลั่งดูแปลกใจอดส่งเสียงคำรามดังออกมามิได้
พวกเถ้าแก่เผิ่งที่นั่งฟังดุจเสียงคำรามที่ดังมาจากแดนอเวจี
อู๋ซ๋าจ่ายแทบใช้สมองครุ่นคิดหาวิธีเอาชีวิตให้รอดเขารีบกล่าววาจาประจบประแจงไม่คิดชีวิต
“ เป็บุญของขะข้าและเหล่าผู้..ผู้น้อยที่ทำบุญมา18 ชาติได้พะพบเจอผู้าุโที่นี้ อ่า..”
เสียงตวาดของมารคลุ้มคลั่งพลันดังขึ้น
“ บังอาจ!!เด็กน้อยเรียกข้าผู้าุโมาสี่คำ บอกเคารพมานานแต่ไฉนกล่าววาจากลับไม่มองหน้าข้า !!”
เสียงมารคลุ้มคลั่งที่ดังขึ้นปานจะกระแทกแก้วหูให้แตกดับพวกที่กองอยู่ที่พื้นด้านหลังอู๋ซ๋าจ่ายหูอื้ออึงขึ้นมา
อู๋ซ๋าจ่ายคำนึง'มารดามันเถิดมารคลุ้มคลั่งบ้าบอผู้นี้กลับความจำดียิ่งตนได้แต่ยืนกล่าวกับท้ายทอยมัน ผู้ใดจะกล้าอ้อมไปด้านหลังไปยืนมองหน้ามัน’
...............................